realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

Sticky post

เก๋งแก๊สหมด-ตำรวจช่วยลากไปปั๊ม สิบล้อลงเนินชนท้าย ทับแขนขาดสยอง

รถพ่วงพุ่งชนท้ายเก๋งแก๊สหมด รถตำรวจสายตรวจกำลังช่วยลากไปปั๊ม เคราะห์ร้ายทำคนนั่งท้ายร่วงกระเด็กตกพื้น เจอรถใหญ่แล่นเหยียบทับแขนขาดสยองซ้ำ

เมื่อคืนวานนี้ (11 พ.ย.) ร.ต.อ.ประเสริฐ กุลบุตรดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ถนนสาย 331 ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ฝั่งขาเข้า หมู่ 11 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหัวลาก 22 ล้อ จอดอยู่ริมถนนเลนซ้ายสุด โดยมีรอยเบรกเป็นทางยาว ด้านหน้ารถพังเสียหายหม้อน้ำแตก ส่วนที่ล้อหลังรถส่วนหัวลากฝั่งขวา พบคราบเลือดเป็นทางยาว ห่างจากรถบรรทุกหัวลากประมาณ 15 เมตรที่ร่องกลางถนน พบรถตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรว จสีเลือดหมู เป็นรถประจำสายตรวจ สภ.พนัสนิคม ถูกชนด้านท้ายรถพังเสียหายตกร่องกลางถนน เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดง

และที่เลนซ้ายสุดห่างจากรถบรรทุกประมาณ 30 เมตร ยังพบรถยนต์โตโยต้าอัลติส สภาพด้านหน้า และหลังถูกกะแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายทั้งคัน

จากการสอบถาม นายอาทิตย์ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์คันที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพิ่งเดินทางกลับมาจากทำบุญที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนั่งรถเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 7 คน ระหว่างเดินทางรถเกิดแก๊สหมด อยู่บริเวณใกล้เคียงสี่แยกเนินหิน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้ช่วยลากรถไปที่ปั๊ม เพื่อไปเติมแก๊ส

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาก็ให้การช่วยเหลือและให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถยนต์ ย้ายมานั่งที่ท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ก่อนจะเชื่อมต่อลากจูงรถและเปิดไฟสัญญาณขอทาง ก่อนจะขับไปตามถนน และเหลืออีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงปั๊มแก๊ส

แต่แล้วก็มีรถบรรทุกพ่วงที่ขับมาตามหลัง เป็นจังหวะทางลงเนินพอดี ทำให้รถบรรทุกพุ่งมาชนรถยนต์ และทำให้ตนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้พุ่งไปชนท้ายรถสายตรวจซ้ำ กระแทกเสียหลักและพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ในตอนนั้นภรรยาและลูกของตนก็อยู่ภายในรถกำลังให้นมลูกอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แต่เพื่อนๆ ที่ย้ายไปนั่งอยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจนั้น ถูกรถของตนชนกระแทก ทำให้ร่างตกกระบะลงมาที่พื้นกลางถนน และได้ถูกรถบรรทุกพ่วงขับตามหลังมา เหยียบทับเข้าที่แขนขวา ทำให้แขนขาดสยดสยอง

ขณะที่ นายนิวัฒน์ อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่าตนเพิ่งกลับมาจากส่งของที่จังหวัดมุกดาหาร กำลังมุ่งหน้าเข้าไปโกดังที่ย่านแหลมฉบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนเป็นทางเนิน เห็นรถอยู่ด้านหน้าส่ายไปสายมาไม่รู้จะไปทางไหนกันแน่ พยายามเบรกแต่ไม่ทัน จึงได้พุ่งชนท้ายเต็มแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตำรวจกระเด็นตกลงมาที่พื้น ถูกรถบรรทุกเหยียบแขนขาด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเรียกผู้ที่มีสวนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเต็มอีกครั้งที่สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ส่องไลฟ์สไตล์ “เอ็ม” ฆ่าเศรษฐินี ก่อนโดนจับ ควักเงินสดซื้อรถป้ายแดง

เอ็ม มือฆ่าเศรษฐินียัดศพใส่ตู้เย็น กับไลฟ์สไตล์อู้ฟู่ ถอนเงินสดของเหยื่อพกติดตัวเอาไว้เป็นล้าน ก่อนจะใช้เงินมือเปิบวันละเป็นแสน ถอยรถป้ายแดงออกมาใช้หลบหนี

(31 ต.ค.) นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาหมายจับคดีฆาตกรรม นางวรรณี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ที่ถูกฆ่ายัดศพเอาไว้ในตู้เย็นใน จ.เชียงใหม่ กลายเป็นข่าวโด่งดังระดับประเทศ ก่อนที่ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอ็ม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

จากการเสาะหาข้อมูลช่วงก่อนหน้าที่ นายเอ็ม จะถูกจับกุมตัว พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทนั้น นายเอ็ม ยังได้เดินทางไป จ.นครปฐม จ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่ร้านขายรถจักรยานยนต์ใน ต.สนามจันทร์ โดยเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า นายเอ็ม ได้ติดต่อขอซื้อรถใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำการซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟอร์ซ่า พร้อมกับชำระเป็นเงินสด และค่าประกันต่างๆ รวมทั้งสิ้น 172,600 บาท

ทั้งนี้พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถคันเดียวกันกับที่นายเอ็มใช้ขับขี่ตอนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เป็นรถจักรยานยนต์ป้ายแดงคันใหม่ พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทที่พกติดตัวเอาไว้ในกระเป๋า และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท โดยเชื่อว่าหลังจากที่ทำการซื้อรถคันดังกล่าวแล้ว นายเอ็มได้ขี่ออกมาจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ กระทั่งมาจนมุมถูกจับได้ที่ จ.นครสวรรค์ ตรงกับเบาะแสจากแหล่งข้อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับที่ระบุว่า นายเอ็มหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมตัว นายเอ็ม ได้ให้การสารภาพว่าทำไปเพราะอยากได้เงินนำไปใช้หนี้ แต่ยังไม่บอกว่าก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือมีคนอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ชุดจับกุมได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ก่อนคุมตัวนายเอ็มไปสอบสวนขยายผลและแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภาค 5 ในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.)

Sticky post

อีกแล้ว! หนุ่มขับรถมาดีๆ ผ่านจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า เจอน็อตยักษ์ตกใส่เต็มๆ

รถไฟฟ้า / เป็นอีกเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก kob boonrut เผยแพร่สภาพรถยนต์ที่ขับผ่านมายังย่านเจริญนคร หน้าห้างดัง ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีน็อตขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่รถแบบเต็มๆ

โดยผู้โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวไปธุระส่วนตัวที่ร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ในย่านเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า จังหวะนั้นได้มีน็อตขนาดใหญ่หล่นใส่รถ ทำให้กระจกหน้ารถแตก และกระจกมองข้างได้รับความเสียหาย

ผู้โพสต์ยังเตือนภัยผู้ขับรถสัญจรผ่านมาบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวัง และฝากเตือนเจ้าของผู้รับผิดชอบก่อสร้างเพิ่มความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

Sticky post

คอหวยจับตา งูหลามใหญ่เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำจนตัวซีดนานกว่า 3 วัน

คอหวยจับตาเลขเด็ด งูหลามใหญ่ตกใจเสียงแบคโฮ เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำนานกว่า 3 วันจนตัวซีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไผ่  อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูขนาดใหญ่เลื้อยตกลงไปในบ่อน้ำลึก ซึ่งภายในมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยงูตัวดังกล่าวเริ่มมีสภาพอ่อนแรง ลำตัวเริ่มซีด คาดตกน้ำมาแล้วหลายวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ ให้จัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน

ที่เกิดเหตุ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์  พบบ่อน้ำบาดาลเก่า ทำด้วยวงท่อซีเมนต์ ฝังดินเรียงกันทั้งหมด 5 บ่อ โดย 4 บ่อแรกถูกดินถมจนเต็ม แต่บ่อสุดท้าย พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก้มมองลงไปในบ่อพบงูขนาดใหญ่ ลำตัวสีเหลือง สลับน้ำตาล-ดำ กำลังพยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาปากบ่อ แต่พอเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์จับ ก็รีบมุดน้ำหนีลงไปก้นบ่อทันที

โดยเจ้าหน้าที่เฝ้ารออยู่ปากบ่อนานเกือบครึ่งชั่วโมง งูตัวดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ลอยน้ำขึ้นมาให้จับสักที  จึงตัดสินใจหาตะขอเหล็กมัดใส่ปลายไม้ พยายามควานหาตัวที่ก้นบ่อ กระทั่งสามารถเกี่ยวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก่อนใช้อุปกรณ์จับได้สำเร็จ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหลามใหญ่ ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นางสมหมาย อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนได้ทำการซื้อขายที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งเคยเป็นโรงสีเก่ามาก่อน  โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนได้ว่าจ้างรถแบคโฮเข้ามาดำเนินการปรับที่ และรื้อโครงสร้างโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทปเก่า เพื่อปรับพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว

กระทั่งวันนี้ตนได้เดินสำรวจบริเวณสุดเขตแดนซึ่งอยู่ติดกับไร่อ้อย พบว่ามีบ่อบาดาลเก่า ซึ่งใช้เป็นบ่อพักน้ำของโรงสี โดย 1 ใน 5 บ่อ พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงชะโงกหน้ามองลงไปภายในบ่อ ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นงูหลามใหญ่ พยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาจากปากบ่อ

 แต่เนื่องจากระดับน้ำกับขอบบ่อ ห่างกันราว 1.50 เมตร ทำให้งูหลามไม่สามารถขึ้นมาได้ ประกอบกับ ตามลำตัวเริ่มมีสีซีด จากการแช่น้ำมาแล้วหลายวัน คาดว่าขณะที่แบคโฮเข้าทำการปรับที่และรื้อถอน งูหลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงสีเก่าตกใจเสียงรถแบคโฮ จึงเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนพลาดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล โชคดีที่ตนเดินมาเห็นเสียก่อน จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตาถึงเลขเด็ดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะเจ้างูเหลือมสามารถรอดชีวิตมาได้ แม้จะตกอยู่ในบ่อน้ำนานถึง 3 วัน

Sticky post

ครูหนุ่มติดเชื้อโรคร้าย หัวแตกไม่กล้าไปหาหมอ เครียดแขวนคอตายบนดาดฟ้าโรงเรียน

(22 ก.ย.62) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.จิราวัฒน์  อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตอยู่บนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งดัดแปลงเปิดเป็นสำนักงานโรงเรียนสอนหลักสูตรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่บนดาดฟ้าซึ่งมีการติดตั้งตาค่ายเหล็กล้อมเอาไว้ พบศพ นายณัฐพงศ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นครูสอนการดูแลเด็กเล็กอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพัก ชั้น 2 ของอาคารดังกล่าวใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองแขวนอยู่กับโครงเหล็กตาข่ายที่ล้อมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียนดังกล่าว

ที่บริเวณศีรษะด้านหน้าข้างซ้ายมีบาดแผลแตกมีคราบเลือดไหลออกมาติดอยู่ที่หลังใบหูข้างซ้าย แขวนคอเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีเทาใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ที่พื้นด้านล่างพบรองเท้าแตะสีดำของผู้ตายวางอยู่ ใกล้กันพบผ้าขนหนูเปื้อนเลือดสีขาววางกองอยู่พร้อมด้วย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป และขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรวางอยู่อีก 1 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ 

และจากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตายซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 ภายในกระเป๋าผ้าสีดำของผู้ตายได้พบกระปุกยาต้านเชื้อไวรัสของโรงพยาบาล อยู่ภายในจำนวน 5 กระปุก ที่ผู้ตายเพิ่งเดินทางไปรับยามาจากโรงพยาบาลดังกล่าว ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่พักอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายตนได้นำผ้าขึ้นไปตากบนชั้นดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตนกำลังตากผ้าและมองไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นร่างของผู้ตายใช้เชือกผูกคอแขวนกับโครงเหล็กร่างห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตนจึงได้รีบวิ่งลงมาและเข้าไปแจ้งคนที่สำนักงานดังกล่าวให้ขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำเรื่องขอย้ายสิทธิ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เนื่องจากการเดินทางไปมาไม่สะดวก และวันนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดและน่าจะเดินชนอะไรบางอย่างจนศีรษะแตกเลือดไหลออกมา แต่ไม่กล้าไปหาหมอเกรงว่าตนอื่นจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว จึงได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนที่จะใช้เชือกผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

พายุฝนกระหน่ำเมืองนนท์ ฝ้าหลังคาห้างดังพังถล่มสุดระทึก น้ำรั่วไหลเป็นน้ำตก

(18 ก.ย.62) เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักลมพายุพัดแรง พบว่าหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและมีป้ายโฆษณาล้มกีดขวางถนน ต้นไม้โค่น รวมทั้งไฟดับหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด 

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Ws Ampper ได้เผยภาพภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกิดน้ำรั่วไหลลงมาจากหลังคา ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อฝ้าในจุดที่น้ำรั่วนั้นพังถล่มลง ชิ้นส่วนของเพดานได้ร่วงลงมาทับร้านขายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาลชั้นล่างสุด และทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาราวกับน้ำตก

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาที่ห้างยังเปิดให้บริการ ทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องรีบวิ่งหลบด้วยความตกใจกลัว หลังจากนั้นไฟฟ้าในห้างก็ได้ดับลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

Sticky post

พ่อร่ำไห้แทบขาดใจ พบศพลูกสาววัย 13 ปี จมน้ำอูนดับ หลังลงเล่นน้ำแล้วสูญหายข้ามคืน

ช่วงเที่ยงวันนี้ (9 กันยายน 2562) ร.ต.อ.สัตยา  คำวงศ์ษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม  รับแจ้งพบศพเด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิตในบึงน้ำหลังโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอนาหว้า เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เหล่าพัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรม จ.สกลนคร และ ปภ.เขต 7 สกลนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำอูน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำลึกกว่า 3 เมตร และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทราบชื่อภายหลัง คือ  ด.ญ.เทวี  หรือน้องเบนซ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยหลังพบศพ พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ กอดร่างลูกสาว ร้องไห้แทบขาดใจ

โดยน้องเบนซ์ ชจมน้ำสูญหายบริเวณใกล้สะพานข้ามน้ำอูน บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม  ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งพบศพวันนี้ ตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขาสั้นสีแดง  เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตร ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(8 ก.ย. 2562) ซึ่งเป็นวันหยุด น้องเบนซ์ชวนเพื่อน 4 -5 คน ไปเล่นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำอูน  คาดว่าลงไปเล่นถึงจุดน้ำลึก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวพัดจมไปกับน้ำ เพื่อนไม่สามารถช่วยได้ทัน บวกกับผู้ตายว่ายน้ำไม่เก่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกน้ำพัดจมหาย  ก่อนเพื่อน ๆ จะไปแจ้งผู้ปกครองมาหาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยัง พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้หมั่นตรวจสอบดูแลบุตรหลานใกล้ชิดในช่วงนี้ ห้ามลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงอันตราย เนื่องจากช่วงนี้กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นช่วงน้ำไหลหลาก ควรห้ามบุตรหลานไปเล่นน้ำ ควรมีอุปกรณ์ชูชีพก่อนลงน้ำหรือออกหาปลา

Sticky post

คอหวยอดใจไม่ไหว ส่องทะเบียนรถกู้ชีพช่วยแม่คลอดลูกกลางทางที่ซอยลาดพร้าว 80

แม่คลอดลูกระหว่างทางในซอยลาดพร้าว 80 คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถกู้ชีพมาช่วยทำคลอด

(13 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเพชรเวชได้ช่วยหญิงคลอดบุตรระหว่างทาง ในซอยลาดพร้าว 80 ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า โดยทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งแม่และทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้โพสต์ภาพทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมภาพรถกู้ชีพ ทำเอาคอหวยต่างอดใจไม่อยู่ เข้ามาส่องทะเบียนรถหลังเอาไปซื้อหวย เพื่อลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้กันเป็นจำนวนมาก

Sticky post

สาวแม่ลูก 2 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ญาติวอนช่วย อ้างขโมยนมผง-อาหารเพื่อประทังชีวิต

(10 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไสว อายุ 57 ปี หญิงพิการ พร้อมด้วย น.ส.เบญจวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพลูกจ้างโรงแรมย่านเขาหลัก เข้าพบ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายสรรเพชร เพื่อขอความช่วยเหลือ คดี น.ส.เบญจมาศ อายุ 20 ปี หญิงสาวแม่ลูกสอง มีลูกชายอายุ 4 ขวบ และลูกสาวอายุ 1 ขวบ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ น.ส.เบญจมาศ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปขุ่น สก๊อตเทป เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็น นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท ขนมคัพเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ที่วางอยู่บนชั้นสินค้าภายในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมาทางพนักงานของร้านได้เปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านทราบว่า น.ส.เบญจมาศ ได้ลักเอาสินค้าดังกล่าวหลบหนี เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.51 น. วันที่ 14 สิงหาคม และ เวลา 07.59 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 14.40 น.

โดยทาง นางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ ซุึ่งเป็นแม่และพี่สาว น.ส.เบญจมาศ  ได้ขอให้ทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา เข้าช่วย น.ส.เบญจมาศ ซึ่งให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำไป เนื่องจาก น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะซื้อของประทังชีวิต ลูกๆ จึงตัดสินใจ ขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของ น.ส.เบญจมาศ ทำงานกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของ น.ส.เบญจมาศ ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทาง ทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่และต้องการแม่เข้าดูแล

จากนั้นทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา นำนางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ และ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีเด็กที่ขาดแม่ดูแล โดยทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ประสาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ทาง น.ส.เบญจวรรณ พี่สาวได้เล่าให้ฟังว่า ทางสามีของ น.ส.เบญจมาศ ได้นำลูกคนเล็ก ไปเลี้ยงขณะทำงานก่อสร้าง โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษเป็นภาพที่อนาถใจมาก ส่วนลูกคนโตเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลของรัฐ ทราบว่าตอนนี้ทางครอบครัวของ น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะดูแลครอบครัว ขาดอุปกรณ์การใช้ชีวิต ทั้ง ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหาร ดังนั้นเงินในการต่อสู้คดีจึงไม่มีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

โดย นายนันทศักดิ์ บุญนาค ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากที่มีญาติของ น.ส.เบญจมาศ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจในคดีลักทรัพย์ดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ได้ส่งหนังสือต่อ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เพื่อขอเร่งให้ทาง กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ความช่วยเหลือ เงินประกันตัว ตามสิทธิ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเรื่องและจะเข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายให้ความช่วยเหลืออย่างใดต่อไป

Sticky post

คนพื้นที่รู้จักดี หนุ่มภาพดังนั่งอึลงท่อกลางเยาวราช ไม่ใช่คนจีนแต่เป็นเด็กพิเศษ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่ง โดยเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทนปวดท้องถ่ายหนักไม่ไหว จนถึงกับถอดกางเกงพร้อมนั่งยองๆ ถ่ายอุจจาระลงรูท่อกลางตลาดเยาวราช บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โดยไม่สนใจสายตากลุ่มเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกัน ซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินพลุกพล่าน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล

ล่าสุด (18 มิ.ย. 62) พนักงานเทศกิจเขตสัมพันธวงศ์ เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เป็นคนไทยอายุราว 16-17 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ คนในพื้นที่รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้จะมาที่ตลาดทุกวัน 

นอกจากนี้เด็กคนนี้ยังมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เทศกิจและคนในพื้นที่ต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ปัสสาวะบนท่อระบายน้ำ ยืนขวางรถเมล์ เดินไปเต้นข้างรถเมล์ 

Sticky post

วิจารณ์สนั่น! กู้ภัยจิตอาสาช่วยจับงู กลับถูกดำเนินคดีสัตว์คุ้มครอง ตำรวจอ้างขับหนีด่าน

11 มิ.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nick Chomngam ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจับงูที่เข้าบ้านเรือนประชาชน บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โพสต์ข้อความเตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย โดยระบุว่า ตนตั้งใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคมจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับที่ บริเวร โรงงานผลิตกล่องกระดาษ มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เท่านั้น จุดพีคอยู่ตรงที่ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ทางตำรวจก็ไม่ได้ลงบันทึกให้

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋นกำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น แม้แต่ตนพยายามที่จะโทร. ไปอธิบายแต่ทางตำรวจก็ไม่รับฟังเหตุผลใดใด ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง

เบื้องต้น เห็นใจทั้งคู่ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม เพราะหากเป็นแบบนี้กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด

และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเลยแทบจะไม่มีใครทำกัน แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของตนแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ในโลกออนไลน์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ God Of War:Ascension ได้เผยแพร่ข้อความจากตำรวจนายหนึ่ง ที่ส่งเข้ามาขี้แจงข้อมูลอีกด้าน ระบุว่า กู้ภัยจิตอาสาทั้ง 2 คนขับรถหนีด่าน ตำรวจเห็นมีพิรุธจึงเข้าตรวจค้นจนพบงูดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ แต่ข้อมูลจากอีกฝ่ายเป็นแค่ด้านเดียวที่ทำให้ตำรวจเสียหายมาก

หนุ่มใหญ่ ดับคาเบนซ์ พบอ้วกเป็นเลือด ลูกร่ำไห้โฮ เผยไม่ได้เป็น โควิด

วันที่ 27 มี.ค. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ ศิริบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.แสนสุข รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในรถริมถนนอ่างศิลา – บ้านปึก หมู่2 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ชัฏ บรรทัดเที่ยง รอง ผกก. (สอบสวน) ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม

ที่เกิดเหตุพบศพ นายภานุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี เสียชีวิตภายใน รถเบนซ์ สีเทา สภาพนั่งที่เบาะคนขับ ใส่กางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อยืดสีดำ เอนตัวไปทางซ้าย พบคราบอาเจียนมีเลือดผสมด้วย ต่อมามีนายเอ (นามสมมติ) ลูกชาย และ น.ส.บี (นามสมมติ) ลูกสะไภ้ เดินทางมาดูศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้ด้วยความเสียใจ

จากการสอบถาม ร้านค้าขายของใกล้ที่เกิดเหตุ เผยว่า เห็นรถมีจอดเวลาประมาณ 2 – 3 ทุ่ม ร้านตนจะปิดประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง มีเสียงบีบแตรรถดัง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่กล้าเดินไปดู เดี๋ยวเขาจะหาว่าไปหาเรื่องเขา ตื่นเช้ามาก็เห็นรถจอดอยู่กระทั่งมารู้เสียชีวิตแล้ว

ด้าน ลูกสะไภ้ กล่าวว่า พ่อจะพักบ้านเดียวกัน ทุกวันพ่อจะไปตกปลาที่ทะเลเขาสามมุข โดยจะไปตั้งแต่บ่ายสองโมง จะกลับก็ประมาณ 2 – 3 ทุ่ม แต่วันนี้ไม่เห็นกลับก็คิดว่าพ่อไปเจอด่านตรวจวัดไข้แล้วโดนกักตัวหรือเปล่า ปกติเมื่อก่อนพ่อสูบบุหรี่หนักมาก แล้วไอเจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากเป็นโรคปอด

ลูกสะไภ้ กล่าวต่อว่า หมอบอกให้หยุดสูบ ซึ่งก็หยุดสูบไป แต่หันกลับมาสูบอีก คาดว่าน่าจะเกิดจากสูบบุหรี่แล้วไอเป็นเลือดเสียชีวิตดังกล่าว คงไม่เกี่ยวกับเป็นโรคไวรัสโควิด-19 แน่นอน เพราะพ่อไม่เคยไปมั่วสุมในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ

เบื้องต้นแพทย์ให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไป รพ.ชลบุรี เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

อุกอาจ! 2คนร้ายบุก ปาระเบิด สังหารใส่บ้าน นายกเล็กชาบก ลูกสาวพบรถต้องสงสัย

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.พงษ์ชัย กาสีใส ร้อยเวร สภ.บ้านค่าย รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าไปภายในบ้านพักใกล้กับร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ของนายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก บ้านเลขที่ 99 ม.7 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นอยู่ภายในรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบ นายนาค เจ้าของบ้านอยู่ในอาการตื่นตระหนก ก่อนพาไปดูระเบิดที่คนร้ายขว้างเข้ามาตกอยู่ตรงบริเวณพื้นหน้าประตูรั้ว พบเป็นลูกระเบิดที่ถอดสลักแล้ว ตกอยู่ที่พื้นจนพื้นปูนเป็นหลุม ตรวจสอบทราบว่า เป็นระเบิดลูกเกลี้ยงแบบสังหารขนาด เอ็ม26 ที่มีการถอดสลักแล้ว แต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงรีบเก็บกู้แล้วนำกลับไปตรวจสอบหาร่องรอยนิ้วมือคนร้าย

จากการสอบถาม นายนาค กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.30 น.ของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวและลูกเขยได้ขับรถกลับมาที่บ้านพบเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน เมื่อเห็นรถวิ่งเข้ามา รถคันดังกล่าวก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว จึงขับรถไล่ตามไประยะหนึ่งแต่ไม่ทัน ทั้งสองคนจึงจับรถเข้ามาในบ้าน และรีบมาบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนาค ให้การต่อว่า กระทั่ง ตนออกมาดูก็ถึงกับผงะ เมื่อเจอกับระเบิดตกอยู่ใต้รถยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน โชคดีที่รถของลูกสาวไม่ไปเหยียบทับ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุสลดขึ้น สำหรับส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เคยทะเลาะกับใครเลย จึงแปลกใจว่า จุดประสงค์ของคนร้ายทำไปเพื่ออะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสคนร้ายที่ทราบว่าขับรถมาด้วยกัน 2 คน และสอบสวนคนในบ้านทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นการข่มขู่หรืออาจจะตกใจขณะดักรอทำร้ายคนอื่นอยู่ แต่พอเห็นรถเจ้าของบ้านมา จึงรีบทิ้งระเบิดแล้วหนีไป อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าคนในบ้านขัดแย้งกับใครบ้าง เพื่อล่าตัวมือระเบิดต่อไป

หน้ากากอนามัยมาแล้ว! ชาวเมืองลำปางแห่ซื้อแถวยาวเหยียด 2.50 บาทจำกัดคนละ4ชิ้น

วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าร้านขายยา ช.เภสัชติดกับร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ถนนบุญวาทย์ ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง มีประชาชนชาวลำปางจำนวนหลายร้อยคนมายืนรอเพื่อซื้อหน้ากากอนามัย ที่กรมการค้าภายในจัดสรรให้ร้านค้าต่างๆในพื้นที่ จ.ลำปาง ในราคาแพ็ก 4 ชิ้น 10 บาท โดยขายจำกัดให้คนละ 1 ชุด ซึ่งร้านขายยา ช.เภสัช มีหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายได้ทั้งหมด 400 ชุด

โดยการชื้อหน้ากากอนามัยวันนี้ มีชาวบ้านมาซื้อจำนวนมาก ทำให้ต้องเข้าแถวเรียง 2 แถว จากนั้นทางร้านเดินแจกบัตรคิว ซึ่งถึงแม้จะต้องเสียเวลารอซื้อหน้ากากอนามัยนานก็ไม่มีเสียงบ่น เนื่องจากทุกคนต้องการใช้ป้องกันโรคจากเชื้อไวรัส นอกจากนั้นตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ยังมาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชนด้วย

นายปรารภ ลิไทสง พาณิชย์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ได้รับการจัดสรรจากศูนย์การกระจายและบริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัย กรมการค้าภายใน เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน จำนวน 2,000 ชิ้น ชิ้นละ 2.50 บาท จำกัดไม่เกินคนละ 1 แพ็ค (4 ชิ้น) อย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ยังไม่พบการจำหน่ายเกินราคา ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงกว่าราคากำหนด สามารถแจ้งสายด่วนที่ 1529 กรมการค้าภายใน หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง โทร: 054-265022-3

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางยังไม่พบผู้ป่วยยืนยัน แต่มีการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคในสถานพยาบาล โดยพบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 17 ราย ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติไม่พบสารพันธุกรรมของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ร.พ.ทุกแห่งของลำปางมีแผนจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วย

รวมไปถึงซ้อมแผนคัดกรอง ดูแลผู้ป่วย ส่งต่อผู้ป่วย จัดเตรียมห้องปฏิบัติการวินิจฉัยยืนยัน จัดระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้เพียงพอและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์การแพร่กระจาย และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนนพ.บรรเจิด นนทสูต ผอ.รพ.ลำปาง กล่าวว่า รพ.ลำปางได้รับการคัดเลือกเป็นร.พ. 1 ใน 35 แห่ง ห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-CoV-2 ผ่านการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ และได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในจ.ลำปาง ไว้ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจาก องค์กรเภสัชกรรม 30,000 ชิ้นไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีประชาชนชาวลำปาง ร่วมบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไว้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ในยามขาดแคลนด้วย



ทลาย คลังแสง กลางกรุง ยึดปืน 27 กระบอก กระสุนกว่า 5 พันนัด หลังโดนซัดทอด

คลังแสง วันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บัวรุ่ง สว.กก.1 บก.ปคม.และเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 150 ซอยพหลโยธิน 1 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. หลังสืบทราบบ้านดังกล่าวมีการจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าวข้างร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาว รวม 27 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมประมาณ 5,000 นัด เครื่องผลิตกระสุนปืน จำนวน 2 เครื่อง และอุปกรณ์การผลิตกระสุนปืน (ปลอกกระสุนปืน, ดินปืน, หัวกระสุน) จำนวนมาก

การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ระดมกวาดล้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวนมาก พล.ต.ต.วรวัฒน์ และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ จึงได้สั่งการให้ตำรวจ บก.ปคม. ขยายผลการจับกุมคดีจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ ที่ก่อนหน้านี้ทาง บก.ปคม. ได้ระดมกวาดล้าง ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบข้อมูลสำคัญ จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ได้ซัดทอดว่า

ซื้ออาวุธปืนมาจาก นายธำรงศักดิ์ วงศ์รักศักดิ์ โดยสั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊ก จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้ขยายผลและสืบสวนจนเป็นที่แน่ชัดว่า นายธำรงศักดิ์ มีพฤติกรรมจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งปืน และผลิตกระสุนเพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปตามคำซัดทอดจริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้น จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นายธำรงศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนที่พบเป็นของตนจริง อย่างไรก็ตามสำหรับ นายธำรงศักดิ์ มีความชื่นชอบเชี่ยวชาญในเรื่องอาวุธปืน และเคยเข้าอบรมผู้ตัดสินกีฬาสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังทำงานในบริษัทสายการบินบริษัทหนึ่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับนายจ้างโหด ขังสาวลาวในห้องเก็บของ ซ้อมทารุณ ใช้งานเยี่ยงทาสกว่า 9 ปี

จับนายจ้างโหด วันที่ 28 ก.พ.ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม.สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก., พ.ต.อ.พิภบ พัชรลภัส ผกก.สภ.กระทุ่มแบน, พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ปคม. นำกำลังจับกุม นายสุชิน วิภูสิทธิกุล อายุ 60 ปี และ นางจิรวดี วิภูสิทธิกุล อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ข้อหา “ค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหน่วงเหนี่ยวกักขัง ,รับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำประการใดให้ผู้อื่นปราศจากสิทธิเสรีภาพฯ”

พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเด็กสาวชาวลาวถูกนายจ้างกักขังบังคับใช้แรงงานอยู่ภายในห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจสยามกลการ ซึ่งเป็นร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ย่านอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน โดยเด็กถูกกักตัวมานานกว่า 9 ปี จึงวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้น พบตัวผู้ต้องหาและตัวเด็กสาวชาวลาวคือ น.ส.พร อายุ 21 ปี ภายในร้านดังกล่าว

จากการสอบถาม น.ส.พร ให้การว่า ตนมาอยู่กับนายจ้างผ่านนายหน้าชาวลาว ตั้งแต่ปี 2554 ตอนนั้นอายุแค่ 13 ปี ช่วงแรกๆ ก็จะได้ค่าจ้างเดือนละ 1,500 บาท ต่อมาก็ไม่เคยได้เงินเดือนจากนายจ้างอีกเลย ซ้ำยังถูกบังคับให้อยู่แต่ภายในห้องเก็บของ โดยมีอาหารเสื้อผ้าที่นายจ้างจัดไว้ให้ แต่ไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนเลย เพราะนายจ้างสั่งห้ามคุยและห้ามติดต่อกับใครอีกด้วย

น.ส.พร ให้การอีกว่า หลังจากทำงานอยู่ได้ไม่นาน ก็เริ่มถูกทำร้ายร่างกายด้วยการตี ตบหน้า ตีด้วยไม้กวาด และสายไฟ บางครั้งก็ยังถูกด่าทอด้วยคำหยาบคายอยู่ตลอดหากนายจ้างไม่พอใจ เช่น ไปหยิบของในร้านมาให้ลูกค้าผิด หรือไปหยิบช้า กระทั่งวันหนึ่งตนได้พยายามวิ่งหนีออกมาจากร้าน แต่ก็ถูกจับตัวกลับไปอีก โดยนายจ้างบอกกับคนข้างนอกว่า ตนเป็นคนสติไม่ดี

น.ส.พร ให้การต่อว่า เมื่อถูกพาตัวกลับมาถึงร้านก็ถูกทำร้าย เอาเท้าเหยียบที่ใบหน้าบ้าง ไม้ตีบ้าง ขังให้อยู่ในห้อง จนตนไม่อยากอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่มาทำงานเมื่อปี 2554 จนถึง ปี 2559 ไม่เคยมีวันหยุดพักเลย เพิ่งจะเริ่มมีวันหยุดก็หลังปี 2559 เป็นต้นมา โดยมีวันหยุดให้แค่วันอาทิตย์ 1 วัน แต่นายจ้างก็ไม่ให้ออกไปไหน ยิ่งช่วงเทศกาลนายจ้างก็จะทิ้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้ให้กินอยู่แต่ในห้อง ออกไปไหนไม่ได้ เพราะนายจ้างจะล็อกประตูร้านเอาไว้ จนได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสดังกล่าว

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียหายเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการต่อไป

ยาย 70 พาหลานออทิสติกหนีตาย บ้านไหม้วอดทั้งหลัง วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ร.ต.อ.อิสรนันท์ ตาทิพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาทม จ.นครพนม รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 37 หมู่ 5 บ้านดอนดู่ ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม ขึงประสานรถดับเพลิง รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.นาทม และนายชัชวาล ภูดีทิพย์ นายก อบต.นาทม

ที่เกิดเหตุใกล้กับโรงงาน ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค พบบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านของนางสว่าง มาตโสภา อายุ 70 ปี พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้จากชั้นบน ลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถน้ำจาก อบต. ใกล้เคียง 3- 4 คันฉีดสกัดนานร่วม 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านเสียหายทั้งหลัง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นางสว่าง เจ้าของบ้าน สามีเสียชีวิตหลายปีก่อน อาศัยอยู่กับหลานชายอายุ 9 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก และหลานสาวอีก 2 คน อายุ 7 ขวบกับ 4 ขวบ ส่วนลูกสาวของนางสว่างคือนางพัฒนา มาตโสภา อายุ 34 ปี มารดาของเด็กทั้ง 3 คน และสามี ไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด มีเพียงนางสว่างดูแลหลานๆ ซึ่งขณะเกิดเหตุ หลานสาวอีก 2 คนไปโรงเรียน

นางสว่าง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ มีไฟลุกไหม้จากชั้น 2 โดยไม่ทราบสาเหตุ ตนทำอะไรไม่ถูก จึงรีบพาหลานชายวิ่งหนีเอาตัวรอด และรีบไปแจ้งเพื่อนบ้านมาช่วยขนย้ายข้าวของ แต่ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถนำอะไรออกมาได้ เหลือเพียงเสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากสาเหตุไฟลัดวงจร จึงจะสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียด และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครพนม เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมเปิดรับบริจาคสิ่งของยังชีพ เนื่องจากไฟไหม้บ้านหมดทั้งหลัง รวมทั้งหลานสาวทั้ง 2 คนที่ต้องไปโรงเรียน ซึ่งต้องใช้ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ผู้ใจบุญสามารถติดต่อได้ที่งาน ปภ. อบต.นาทม โทร. 081-769-6479

นั่งอยู่เฉยๆ ก็ตาย! เก๋งแหกโค้ง พุ่งชนร้านซ่อมจยย.พินาศ ลูกค้าปลิว ดับ 1 เจ็บ 1

เก๋งแหกโค้ง วันที่ 26 ก.พ. ร.ต.อ.สมนึก สมสวย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนร้านซ่อมรถจยย.มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-อยุธยา หมู่ 5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆค-9080 กทม. พุ่งชนเข้าไปในร้านซ่อมรถจยย.ที่ตั้งอยู่ริมถนนติดกับร้าน กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ในสภาพพังยับเยินทั้งรถทั้งร้าน ข้าวของภายในร้านกระเด็นกระจัดกระจายเสียหาย เหล็กที่ใช้กั้นร้านถูกชนเสียหายทั้งแถบ รถจยย.ลูกค้าเสียหายอีก 2 คัน นอกจากนี้ยังพบลูกค้าได้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายเศียร เอี่ยมสำอาง อายุ 60 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย มีบาดแผลที่ร่างกาย และ นายนัฐพล อธิลาภ อายุ 34 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า อาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่ง ร.พ.ป่าโมก แต่เนื่องจาก นายนัฐพล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถาม นายบุญชู มาลีหอม อายุ 46 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจยย. กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าเอารถมาซ่อม โดยผู้ตายนั้นนำรถจยย.มาเปลี่ยนยาง ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนก็มารอซ่อมรถ โดยทั้ง 2 คนนั่งรออยู่ภายในร้านห่างจากถนน ระหว่างที่ตนกำลังซ่อมรถอยู่นั้น จู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวได้พุ่งออกมาจากถนนและชนร้านของตนอย่างแรง ทำให้ลูกค้าทั้ง 2 คน ถูกชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนนั่งทำงานไม่ได้ยินเสียงเบรกอะไรเลย จึงวิ่งหนีไม่ทัน

ด้าน นายพนม โตสัมฤทธิ์ อายุ 28 ปี คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนขับรถกลับจากไปทำธุระที่โรงพยาบาล ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะนั้นตนก็ขับมาความเร็ว 80-90 กม./ชั่วโมง แต่จู่ๆ รถก็เกิดเสียหลัก หลุดโค้ง แล้วหมุนเคว้ง ตนควบคุมรถไม่อยู่รถจึงเสียหลักพุ่งมาชนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงทางโค้ง ซึ่งรถเก๋งขับมาจากทาง อ.เมือง มุ่งหน้า อ.ป่าโมก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าไปชนร้านซ่อมรถจยย.จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นจะได้สอบสวนคนขับรถเก๋งและคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายนั้นทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.มาเปลี่ยนยางที่ร้าน ส่วนรถเก๋งนั้นขับมาจากตัวเมืองอ่างทองมุ่งหน้าอำเภอป่าโมกด้วยความเร็ว ซึ่งมีคนเห็นว่ารถเสียหลักหมุนบนถนน แล้วหลุดโค้งออกมานอกถนนจนฝุ่นตลบ ก่อนพุ่งชนเข้าไปในร้าน ซึ่งจุดที่เกิดเหตุดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นโค้งอันตราย มักจะมีอุบัติเหตุรถหลุดโค้งอยู่บ่อยครั้ง

ล้อมบ้านจับ 2 โจ๋คลั่ง เจอปืนสงคราม กระสุนกว่า 100 นัด อาละวาดไล่ยิงขู่ชาวบ้าน

2 โจ๋คลั่ง วันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.ไพรโจรน์ ขุนหมื่น รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.วิสา โชติมูล ผกก.สภ.บ้านเป้า พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ, ฝ่ายสืบสวน สภ.บ้านเป้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

เข้าจับกุมตัว นายชัยอนันต์ หรือเก้น คำเถาว์ อายุ 23 ปี และ นายทักษิณ หรือทัด เสมอทรัพย์ อายุ 21 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืนนับร้อยนัดและยาเสพติดอีกจำนวนหลายรายการ ที่ซุกซ่อนไว้ทั่วบ้านพักหลังโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป

ประกอบด้วยอาวุธปืนเอ็ม16 จำนวน 1 กระบอก ปืนแบลงค์กันดัดแปลงที่สามารถยิงกระสุนปืนขนาด .380 แบบอัตโนมัติ 1 กระบอก ปืนแบลงค์กันดัดแปลงที่สามารถยิงกระสุนปืนขนาด .38 แบบรีวอลเวอร์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 103 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 19 นัด ยาบ้า 79 เม็ด เจอในตัว นายชัยอนันต์ และ ยาบ้า 2 เม็ด เจอในตัว นายทักษิณ

จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีร่วมกันลักทรัพย์รับของโจรและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ประเภทปืนกลเล็ก และกระสุนชนิดระเบิดเจาะเกราะซึ่งไม่ใช่ชนิดและขนาดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ได้ โดยมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย โดยขณะจับกุมผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านในหลายพื้นที่ร้องเรียนว่ามีวัยรุ่น ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านทิกแล้ง ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนเอ็ม16 และอาวุธปืนสั้นออกมายิงเล่นข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านทิกแล้ง และบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งยังมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่สืบสวน ก่อนบุกเข้าปิดล้อมจับกุมดังกล่าว หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ระทึก! ตร.ปะทะแก๊งค้ายา ดวลปืนสนั่นถนน กลางเมืองเชียงใหม่ วิสามัญคนร้ายดับ 1

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.มงคล สัมภวผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ปส.ภ.จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าสกัดจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ บริเวณถนนเลียบรางรถไฟหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์,กระดาษ อ.เมืองเชียงใหม่ และเกิดปะทะกับคนร้าย

โดยจังหวะนั้นเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ผู้ปกครองกำลังไปรับบุตรหลานกลับจากโรงเรียน ทางตำรวจจึงตะโกนบอกให้ผู้ใช้รถสัญจรบริเวณถนนเลียบรางรถไฟให้หมอบลง โดยคนร้ายได้ถอยรถกระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ชนรถจักรยานยนต์ตำรวจลากไปกับถนน และพุ่งชนรถกระบะสีดำของตำรวจที่จอดขวางกลางถนนไว้

จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที เจ้าหน้าที่จึงยิงยางรถของคนร้ายจนเสียหลักตกลงหนองน้ำข้างทาง และยิงใส่คนร้ายเสียชีวิตในรถ 1 คน ส่วนคนร้ายอีกคนกระโดดลงจากรถหลบหนีไปได้ ทางตำรวจได้รีบกันประชาชนที่หมอบกลางถนนและสัญจรไปมาให้พ้นจากสถานที่เกิดเหตุทันที จาการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบยาบ้า 32,000 เม็ด อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก และปลอกกระสุนจำนวนหนึ่ง

พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางพล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.5 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ดำเนินการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เนื่องจากมียาบ้าระบาดเข้ามาในภาคเหนือจำนวนมาก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุมกลุ่มค้ายาเสพติดได้ 2 คน กระทั่งขยายผลทราบว่า มีนายทุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลัง จึงวางแผนให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ทำการล่อซื้อยาบ้าเพิ่มและให้นำมาส่งบริเวณจุดปะทะในวันนี้ โดยเอเย่นต์ได้จัดส่งยาให้ลูกน้อง 2 คนนำยาบ้ามาส่่ง เมื่อมาถึงปรากฏว่า คนร้ายไหวตัวทันและขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ตำรวจกระเด็นและลากไป ก่อนชนรถกระบะสีดำของตำรวจที่จอดขวางไว้ และคนร้ายได้ชักปืนยิงต่อสู้ตำรวจทันที

พ.ต.อ.ทรงกริช กล่าวต่อว่า ตำรวจได้ยิงล้อรถยนต์จนรถคนร้ายเสียหลักตกหนองน้ำข้างทาง คนร้ายถูกวิสามัญไป 1 ราย คือ นายฐณธรณ์ ชูกิจประเสริฐกุล อายุ 31 ปี บ้านเดิมเลขที่ 30/2 ซอยทุ่งอาทิตย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน และหนีรอดไปได้ 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่า ผู้บงการค้ายาเสพติดรายนี้คือใคร และได้ส่งชุดสืบสวนไปเฝ้าประกบไว้แล้ว จากนั้นจะขอหมายค้้นและขอหมายจับต่อไป

“สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ ทางตำรวจต้องขอโทษประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่กำลังไปรับลูก และมาประสบกับเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธี เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ” พ.ต.อ.ทรงกริช กล่าว

ทางด้านผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกำลังไปรับลูกกลับจากโรงเรียน พอมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถกระบะขับขวางกลางถนน รถกระบะชนจักรยานยนต์ และมีเสียงตะโกนให้ผู้สัญจรบริเวณถนนดังกล่าวหมอบลง ประชาชนที่ใช้จักรยานยนต์มารับบุตรหลานพากันหมอบกลางถนน และเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ตอนนั้นตกใจมาก ลูกซ้อนจักรยานยนต์อยู่ด้านหลังก็ร้องไห้ด้วยความตกใจ ตนตัดสินใจขี่จักรยานยนต์รีบออกให้พ้นที่เกิดเหตุ เพราะกลัวกระสุนมาถูกตนกับลูก ตอนนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ยิ่งเพิ่งมีเหตุคนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ทำให้หวาดกลัวมาก

ไม่เคยช็อกเท่านี้! น้า-หลานตะลึง จระเข้นอนอาบแดด ริมคลอง ประมงจังหวัดมายันเอง

จระเข้นอนอาบแดด วันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าชาวบ้านว่า พบจระเข้น้ำจืดตัวขนาดใหญ่ นอนอาบแดดริมคลองชลประทานตรงข้ามโรงงานผลิต ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค บ้านทุ่งแผก หมู่ 7 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์ จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมผู้ใหญ่บ้าน และประมงอำเภอกบินทร์บุรี

ที่คลองดังกล่าวพบว่ามีความกว้าง 4 เมตร สภาพหน้าแล้งน้ำเริ่มแห้ง มีน้ำลึกราว 1.50 เมตร พบร่องรอยเลื้อยคลานของจระเข้อยู่ริมตลิ่งเห็นเป็นรอยเห็นชัด สภาพใหม่ชัดเจน โดยมีชาวบ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านประมงอำเภอ 10 คนกำลังเฝ้าดูอยู่เป็นจุดๆ และมีคนหาปลาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นจระเข้อยู่ในคลองนี้จริงมากกว่า 2 ตัว ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ยาว 2 เมตร กับขนาด 3 เมตร

จากการสอบถาม นายก้องเกียรติ บุตรสันต์ อายุ 28 ปี และ ด.ช.ธีรพร โพธิศรีเมือง อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นน้าหลานกัน กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่กำลังออกมาหาปลา ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างนอนอาบแดดอยู่ริมตลิ่ง เมื่อมองดูชัดๆ ถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าเป็นจระเข้จึงรีบบอกให้คนรู้ทันที

ด้าน นายอายุวัฒน์ อนุตรอริยกุล ประมงอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งลงมาดูที่เกิดเหตุ พบเห็นจระเข้ด้วยตาตนเองจริง และได้รายงานให้นายอำเภอกบินทร์บุรีทราบตามลำดับชั้นแล้ว จระเข้ที่พบเห็นมีตัวใหญ่เท่าลำตัวคนยาว 3 เมตร น้ำหนักราว 30-40 กิโลกรัม

ไม่ทราบว่าหลุดมาจากที่ใด หรือคาดว่าน่าจะอยู่ที่นี่ในธรรมชาติมานานแล้ว ขณะนี้ได้ประสานไปยังชุดจับกุมจระเข้จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ชุดชาละวัน) มาช่วยจับแล้วคาดว่าคืนนี้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจะเดินทางมาถึงและจะออกสำรวจและจับจระเข้โดยเร็ว คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะชุดนี้มีความรู้และชำนาญในการจับจระเข้