realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

Sticky post

เก๋งแก๊สหมด-ตำรวจช่วยลากไปปั๊ม สิบล้อลงเนินชนท้าย ทับแขนขาดสยอง

รถพ่วงพุ่งชนท้ายเก๋งแก๊สหมด รถตำรวจสายตรวจกำลังช่วยลากไปปั๊ม เคราะห์ร้ายทำคนนั่งท้ายร่วงกระเด็กตกพื้น เจอรถใหญ่แล่นเหยียบทับแขนขาดสยองซ้ำ

เมื่อคืนวานนี้ (11 พ.ย.) ร.ต.อ.ประเสริฐ กุลบุตรดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ถนนสาย 331 ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ฝั่งขาเข้า หมู่ 11 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหัวลาก 22 ล้อ จอดอยู่ริมถนนเลนซ้ายสุด โดยมีรอยเบรกเป็นทางยาว ด้านหน้ารถพังเสียหายหม้อน้ำแตก ส่วนที่ล้อหลังรถส่วนหัวลากฝั่งขวา พบคราบเลือดเป็นทางยาว ห่างจากรถบรรทุกหัวลากประมาณ 15 เมตรที่ร่องกลางถนน พบรถตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรว จสีเลือดหมู เป็นรถประจำสายตรวจ สภ.พนัสนิคม ถูกชนด้านท้ายรถพังเสียหายตกร่องกลางถนน เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดง

และที่เลนซ้ายสุดห่างจากรถบรรทุกประมาณ 30 เมตร ยังพบรถยนต์โตโยต้าอัลติส สภาพด้านหน้า และหลังถูกกะแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายทั้งคัน

จากการสอบถาม นายอาทิตย์ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์คันที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพิ่งเดินทางกลับมาจากทำบุญที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนั่งรถเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 7 คน ระหว่างเดินทางรถเกิดแก๊สหมด อยู่บริเวณใกล้เคียงสี่แยกเนินหิน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้ช่วยลากรถไปที่ปั๊ม เพื่อไปเติมแก๊ส

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาก็ให้การช่วยเหลือและให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถยนต์ ย้ายมานั่งที่ท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ก่อนจะเชื่อมต่อลากจูงรถและเปิดไฟสัญญาณขอทาง ก่อนจะขับไปตามถนน และเหลืออีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงปั๊มแก๊ส

แต่แล้วก็มีรถบรรทุกพ่วงที่ขับมาตามหลัง เป็นจังหวะทางลงเนินพอดี ทำให้รถบรรทุกพุ่งมาชนรถยนต์ และทำให้ตนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้พุ่งไปชนท้ายรถสายตรวจซ้ำ กระแทกเสียหลักและพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ในตอนนั้นภรรยาและลูกของตนก็อยู่ภายในรถกำลังให้นมลูกอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แต่เพื่อนๆ ที่ย้ายไปนั่งอยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจนั้น ถูกรถของตนชนกระแทก ทำให้ร่างตกกระบะลงมาที่พื้นกลางถนน และได้ถูกรถบรรทุกพ่วงขับตามหลังมา เหยียบทับเข้าที่แขนขวา ทำให้แขนขาดสยดสยอง

ขณะที่ นายนิวัฒน์ อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่าตนเพิ่งกลับมาจากส่งของที่จังหวัดมุกดาหาร กำลังมุ่งหน้าเข้าไปโกดังที่ย่านแหลมฉบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนเป็นทางเนิน เห็นรถอยู่ด้านหน้าส่ายไปสายมาไม่รู้จะไปทางไหนกันแน่ พยายามเบรกแต่ไม่ทัน จึงได้พุ่งชนท้ายเต็มแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตำรวจกระเด็นตกลงมาที่พื้น ถูกรถบรรทุกเหยียบแขนขาด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเรียกผู้ที่มีสวนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเต็มอีกครั้งที่สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ส่องไลฟ์สไตล์ “เอ็ม” ฆ่าเศรษฐินี ก่อนโดนจับ ควักเงินสดซื้อรถป้ายแดง

เอ็ม มือฆ่าเศรษฐินียัดศพใส่ตู้เย็น กับไลฟ์สไตล์อู้ฟู่ ถอนเงินสดของเหยื่อพกติดตัวเอาไว้เป็นล้าน ก่อนจะใช้เงินมือเปิบวันละเป็นแสน ถอยรถป้ายแดงออกมาใช้หลบหนี

(31 ต.ค.) นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาหมายจับคดีฆาตกรรม นางวรรณี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ที่ถูกฆ่ายัดศพเอาไว้ในตู้เย็นใน จ.เชียงใหม่ กลายเป็นข่าวโด่งดังระดับประเทศ ก่อนที่ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอ็ม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

จากการเสาะหาข้อมูลช่วงก่อนหน้าที่ นายเอ็ม จะถูกจับกุมตัว พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทนั้น นายเอ็ม ยังได้เดินทางไป จ.นครปฐม จ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่ร้านขายรถจักรยานยนต์ใน ต.สนามจันทร์ โดยเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า นายเอ็ม ได้ติดต่อขอซื้อรถใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำการซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟอร์ซ่า พร้อมกับชำระเป็นเงินสด และค่าประกันต่างๆ รวมทั้งสิ้น 172,600 บาท

ทั้งนี้พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถคันเดียวกันกับที่นายเอ็มใช้ขับขี่ตอนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เป็นรถจักรยานยนต์ป้ายแดงคันใหม่ พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทที่พกติดตัวเอาไว้ในกระเป๋า และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท โดยเชื่อว่าหลังจากที่ทำการซื้อรถคันดังกล่าวแล้ว นายเอ็มได้ขี่ออกมาจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ กระทั่งมาจนมุมถูกจับได้ที่ จ.นครสวรรค์ ตรงกับเบาะแสจากแหล่งข้อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับที่ระบุว่า นายเอ็มหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมตัว นายเอ็ม ได้ให้การสารภาพว่าทำไปเพราะอยากได้เงินนำไปใช้หนี้ แต่ยังไม่บอกว่าก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือมีคนอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ชุดจับกุมได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ก่อนคุมตัวนายเอ็มไปสอบสวนขยายผลและแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภาค 5 ในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.)

Sticky post

อีกแล้ว! หนุ่มขับรถมาดีๆ ผ่านจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า เจอน็อตยักษ์ตกใส่เต็มๆ

รถไฟฟ้า / เป็นอีกเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก kob boonrut เผยแพร่สภาพรถยนต์ที่ขับผ่านมายังย่านเจริญนคร หน้าห้างดัง ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีน็อตขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่รถแบบเต็มๆ

โดยผู้โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวไปธุระส่วนตัวที่ร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ในย่านเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า จังหวะนั้นได้มีน็อตขนาดใหญ่หล่นใส่รถ ทำให้กระจกหน้ารถแตก และกระจกมองข้างได้รับความเสียหาย

ผู้โพสต์ยังเตือนภัยผู้ขับรถสัญจรผ่านมาบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวัง และฝากเตือนเจ้าของผู้รับผิดชอบก่อสร้างเพิ่มความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

Sticky post

คอหวยจับตา งูหลามใหญ่เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำจนตัวซีดนานกว่า 3 วัน

คอหวยจับตาเลขเด็ด งูหลามใหญ่ตกใจเสียงแบคโฮ เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำนานกว่า 3 วันจนตัวซีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไผ่  อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูขนาดใหญ่เลื้อยตกลงไปในบ่อน้ำลึก ซึ่งภายในมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยงูตัวดังกล่าวเริ่มมีสภาพอ่อนแรง ลำตัวเริ่มซีด คาดตกน้ำมาแล้วหลายวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ ให้จัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน

ที่เกิดเหตุ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์  พบบ่อน้ำบาดาลเก่า ทำด้วยวงท่อซีเมนต์ ฝังดินเรียงกันทั้งหมด 5 บ่อ โดย 4 บ่อแรกถูกดินถมจนเต็ม แต่บ่อสุดท้าย พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก้มมองลงไปในบ่อพบงูขนาดใหญ่ ลำตัวสีเหลือง สลับน้ำตาล-ดำ กำลังพยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาปากบ่อ แต่พอเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์จับ ก็รีบมุดน้ำหนีลงไปก้นบ่อทันที

โดยเจ้าหน้าที่เฝ้ารออยู่ปากบ่อนานเกือบครึ่งชั่วโมง งูตัวดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ลอยน้ำขึ้นมาให้จับสักที  จึงตัดสินใจหาตะขอเหล็กมัดใส่ปลายไม้ พยายามควานหาตัวที่ก้นบ่อ กระทั่งสามารถเกี่ยวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก่อนใช้อุปกรณ์จับได้สำเร็จ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหลามใหญ่ ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นางสมหมาย อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนได้ทำการซื้อขายที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งเคยเป็นโรงสีเก่ามาก่อน  โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนได้ว่าจ้างรถแบคโฮเข้ามาดำเนินการปรับที่ และรื้อโครงสร้างโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทปเก่า เพื่อปรับพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว

กระทั่งวันนี้ตนได้เดินสำรวจบริเวณสุดเขตแดนซึ่งอยู่ติดกับไร่อ้อย พบว่ามีบ่อบาดาลเก่า ซึ่งใช้เป็นบ่อพักน้ำของโรงสี โดย 1 ใน 5 บ่อ พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงชะโงกหน้ามองลงไปภายในบ่อ ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นงูหลามใหญ่ พยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาจากปากบ่อ

 แต่เนื่องจากระดับน้ำกับขอบบ่อ ห่างกันราว 1.50 เมตร ทำให้งูหลามไม่สามารถขึ้นมาได้ ประกอบกับ ตามลำตัวเริ่มมีสีซีด จากการแช่น้ำมาแล้วหลายวัน คาดว่าขณะที่แบคโฮเข้าทำการปรับที่และรื้อถอน งูหลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงสีเก่าตกใจเสียงรถแบคโฮ จึงเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนพลาดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล โชคดีที่ตนเดินมาเห็นเสียก่อน จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตาถึงเลขเด็ดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะเจ้างูเหลือมสามารถรอดชีวิตมาได้ แม้จะตกอยู่ในบ่อน้ำนานถึง 3 วัน

Sticky post

ครูหนุ่มติดเชื้อโรคร้าย หัวแตกไม่กล้าไปหาหมอ เครียดแขวนคอตายบนดาดฟ้าโรงเรียน

(22 ก.ย.62) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.จิราวัฒน์  อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตอยู่บนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งดัดแปลงเปิดเป็นสำนักงานโรงเรียนสอนหลักสูตรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่บนดาดฟ้าซึ่งมีการติดตั้งตาค่ายเหล็กล้อมเอาไว้ พบศพ นายณัฐพงศ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นครูสอนการดูแลเด็กเล็กอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพัก ชั้น 2 ของอาคารดังกล่าวใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองแขวนอยู่กับโครงเหล็กตาข่ายที่ล้อมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียนดังกล่าว

ที่บริเวณศีรษะด้านหน้าข้างซ้ายมีบาดแผลแตกมีคราบเลือดไหลออกมาติดอยู่ที่หลังใบหูข้างซ้าย แขวนคอเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีเทาใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ที่พื้นด้านล่างพบรองเท้าแตะสีดำของผู้ตายวางอยู่ ใกล้กันพบผ้าขนหนูเปื้อนเลือดสีขาววางกองอยู่พร้อมด้วย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป และขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรวางอยู่อีก 1 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ 

และจากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตายซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 ภายในกระเป๋าผ้าสีดำของผู้ตายได้พบกระปุกยาต้านเชื้อไวรัสของโรงพยาบาล อยู่ภายในจำนวน 5 กระปุก ที่ผู้ตายเพิ่งเดินทางไปรับยามาจากโรงพยาบาลดังกล่าว ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่พักอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายตนได้นำผ้าขึ้นไปตากบนชั้นดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตนกำลังตากผ้าและมองไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นร่างของผู้ตายใช้เชือกผูกคอแขวนกับโครงเหล็กร่างห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตนจึงได้รีบวิ่งลงมาและเข้าไปแจ้งคนที่สำนักงานดังกล่าวให้ขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำเรื่องขอย้ายสิทธิ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เนื่องจากการเดินทางไปมาไม่สะดวก และวันนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดและน่าจะเดินชนอะไรบางอย่างจนศีรษะแตกเลือดไหลออกมา แต่ไม่กล้าไปหาหมอเกรงว่าตนอื่นจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว จึงได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนที่จะใช้เชือกผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

พายุฝนกระหน่ำเมืองนนท์ ฝ้าหลังคาห้างดังพังถล่มสุดระทึก น้ำรั่วไหลเป็นน้ำตก

(18 ก.ย.62) เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักลมพายุพัดแรง พบว่าหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและมีป้ายโฆษณาล้มกีดขวางถนน ต้นไม้โค่น รวมทั้งไฟดับหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด 

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Ws Ampper ได้เผยภาพภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกิดน้ำรั่วไหลลงมาจากหลังคา ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อฝ้าในจุดที่น้ำรั่วนั้นพังถล่มลง ชิ้นส่วนของเพดานได้ร่วงลงมาทับร้านขายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาลชั้นล่างสุด และทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาราวกับน้ำตก

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาที่ห้างยังเปิดให้บริการ ทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องรีบวิ่งหลบด้วยความตกใจกลัว หลังจากนั้นไฟฟ้าในห้างก็ได้ดับลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

Sticky post

พ่อร่ำไห้แทบขาดใจ พบศพลูกสาววัย 13 ปี จมน้ำอูนดับ หลังลงเล่นน้ำแล้วสูญหายข้ามคืน

ช่วงเที่ยงวันนี้ (9 กันยายน 2562) ร.ต.อ.สัตยา  คำวงศ์ษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม  รับแจ้งพบศพเด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิตในบึงน้ำหลังโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอนาหว้า เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เหล่าพัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรม จ.สกลนคร และ ปภ.เขต 7 สกลนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำอูน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำลึกกว่า 3 เมตร และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทราบชื่อภายหลัง คือ  ด.ญ.เทวี  หรือน้องเบนซ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยหลังพบศพ พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ กอดร่างลูกสาว ร้องไห้แทบขาดใจ

โดยน้องเบนซ์ ชจมน้ำสูญหายบริเวณใกล้สะพานข้ามน้ำอูน บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม  ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งพบศพวันนี้ ตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขาสั้นสีแดง  เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตร ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(8 ก.ย. 2562) ซึ่งเป็นวันหยุด น้องเบนซ์ชวนเพื่อน 4 -5 คน ไปเล่นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำอูน  คาดว่าลงไปเล่นถึงจุดน้ำลึก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวพัดจมไปกับน้ำ เพื่อนไม่สามารถช่วยได้ทัน บวกกับผู้ตายว่ายน้ำไม่เก่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกน้ำพัดจมหาย  ก่อนเพื่อน ๆ จะไปแจ้งผู้ปกครองมาหาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยัง พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้หมั่นตรวจสอบดูแลบุตรหลานใกล้ชิดในช่วงนี้ ห้ามลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงอันตราย เนื่องจากช่วงนี้กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นช่วงน้ำไหลหลาก ควรห้ามบุตรหลานไปเล่นน้ำ ควรมีอุปกรณ์ชูชีพก่อนลงน้ำหรือออกหาปลา

Sticky post

คอหวยอดใจไม่ไหว ส่องทะเบียนรถกู้ชีพช่วยแม่คลอดลูกกลางทางที่ซอยลาดพร้าว 80

แม่คลอดลูกระหว่างทางในซอยลาดพร้าว 80 คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถกู้ชีพมาช่วยทำคลอด

(13 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเพชรเวชได้ช่วยหญิงคลอดบุตรระหว่างทาง ในซอยลาดพร้าว 80 ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า โดยทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งแม่และทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้โพสต์ภาพทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมภาพรถกู้ชีพ ทำเอาคอหวยต่างอดใจไม่อยู่ เข้ามาส่องทะเบียนรถหลังเอาไปซื้อหวย เพื่อลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้กันเป็นจำนวนมาก

Sticky post

สาวแม่ลูก 2 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ญาติวอนช่วย อ้างขโมยนมผง-อาหารเพื่อประทังชีวิต

(10 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไสว อายุ 57 ปี หญิงพิการ พร้อมด้วย น.ส.เบญจวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพลูกจ้างโรงแรมย่านเขาหลัก เข้าพบ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายสรรเพชร เพื่อขอความช่วยเหลือ คดี น.ส.เบญจมาศ อายุ 20 ปี หญิงสาวแม่ลูกสอง มีลูกชายอายุ 4 ขวบ และลูกสาวอายุ 1 ขวบ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ น.ส.เบญจมาศ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปขุ่น สก๊อตเทป เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็น นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท ขนมคัพเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ที่วางอยู่บนชั้นสินค้าภายในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมาทางพนักงานของร้านได้เปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านทราบว่า น.ส.เบญจมาศ ได้ลักเอาสินค้าดังกล่าวหลบหนี เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.51 น. วันที่ 14 สิงหาคม และ เวลา 07.59 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 14.40 น.

โดยทาง นางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ ซุึ่งเป็นแม่และพี่สาว น.ส.เบญจมาศ  ได้ขอให้ทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา เข้าช่วย น.ส.เบญจมาศ ซึ่งให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำไป เนื่องจาก น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะซื้อของประทังชีวิต ลูกๆ จึงตัดสินใจ ขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของ น.ส.เบญจมาศ ทำงานกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของ น.ส.เบญจมาศ ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทาง ทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่และต้องการแม่เข้าดูแล

จากนั้นทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา นำนางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ และ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีเด็กที่ขาดแม่ดูแล โดยทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ประสาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ทาง น.ส.เบญจวรรณ พี่สาวได้เล่าให้ฟังว่า ทางสามีของ น.ส.เบญจมาศ ได้นำลูกคนเล็ก ไปเลี้ยงขณะทำงานก่อสร้าง โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษเป็นภาพที่อนาถใจมาก ส่วนลูกคนโตเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลของรัฐ ทราบว่าตอนนี้ทางครอบครัวของ น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะดูแลครอบครัว ขาดอุปกรณ์การใช้ชีวิต ทั้ง ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหาร ดังนั้นเงินในการต่อสู้คดีจึงไม่มีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

โดย นายนันทศักดิ์ บุญนาค ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากที่มีญาติของ น.ส.เบญจมาศ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจในคดีลักทรัพย์ดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ได้ส่งหนังสือต่อ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เพื่อขอเร่งให้ทาง กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ความช่วยเหลือ เงินประกันตัว ตามสิทธิ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเรื่องและจะเข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายให้ความช่วยเหลืออย่างใดต่อไป

Sticky post

คนพื้นที่รู้จักดี หนุ่มภาพดังนั่งอึลงท่อกลางเยาวราช ไม่ใช่คนจีนแต่เป็นเด็กพิเศษ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่ง โดยเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทนปวดท้องถ่ายหนักไม่ไหว จนถึงกับถอดกางเกงพร้อมนั่งยองๆ ถ่ายอุจจาระลงรูท่อกลางตลาดเยาวราช บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โดยไม่สนใจสายตากลุ่มเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกัน ซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินพลุกพล่าน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล

ล่าสุด (18 มิ.ย. 62) พนักงานเทศกิจเขตสัมพันธวงศ์ เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เป็นคนไทยอายุราว 16-17 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ คนในพื้นที่รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้จะมาที่ตลาดทุกวัน 

นอกจากนี้เด็กคนนี้ยังมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เทศกิจและคนในพื้นที่ต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ปัสสาวะบนท่อระบายน้ำ ยืนขวางรถเมล์ เดินไปเต้นข้างรถเมล์ 

Sticky post

วิจารณ์สนั่น! กู้ภัยจิตอาสาช่วยจับงู กลับถูกดำเนินคดีสัตว์คุ้มครอง ตำรวจอ้างขับหนีด่าน

11 มิ.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nick Chomngam ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจับงูที่เข้าบ้านเรือนประชาชน บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โพสต์ข้อความเตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย โดยระบุว่า ตนตั้งใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคมจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับที่ บริเวร โรงงานผลิตกล่องกระดาษ มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เท่านั้น จุดพีคอยู่ตรงที่ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ทางตำรวจก็ไม่ได้ลงบันทึกให้

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋นกำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น แม้แต่ตนพยายามที่จะโทร. ไปอธิบายแต่ทางตำรวจก็ไม่รับฟังเหตุผลใดใด ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง

เบื้องต้น เห็นใจทั้งคู่ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม เพราะหากเป็นแบบนี้กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด

และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเลยแทบจะไม่มีใครทำกัน แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของตนแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ในโลกออนไลน์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ God Of War:Ascension ได้เผยแพร่ข้อความจากตำรวจนายหนึ่ง ที่ส่งเข้ามาขี้แจงข้อมูลอีกด้าน ระบุว่า กู้ภัยจิตอาสาทั้ง 2 คนขับรถหนีด่าน ตำรวจเห็นมีพิรุธจึงเข้าตรวจค้นจนพบงูดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ แต่ข้อมูลจากอีกฝ่ายเป็นแค่ด้านเดียวที่ทำให้ตำรวจเสียหายมาก

นั่งอยู่เฉยๆ ก็ตาย! เก๋งแหกโค้ง พุ่งชนร้านซ่อมจยย.พินาศ ลูกค้าปลิว ดับ 1 เจ็บ 1

เก๋งแหกโค้ง วันที่ 26 ก.พ. ร.ต.อ.สมนึก สมสวย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนร้านซ่อมรถจยย.มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-อยุธยา หมู่ 5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆค-9080 กทม. พุ่งชนเข้าไปในร้านซ่อมรถจยย.ที่ตั้งอยู่ริมถนนติดกับร้าน กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ในสภาพพังยับเยินทั้งรถทั้งร้าน ข้าวของภายในร้านกระเด็นกระจัดกระจายเสียหาย เหล็กที่ใช้กั้นร้านถูกชนเสียหายทั้งแถบ รถจยย.ลูกค้าเสียหายอีก 2 คัน นอกจากนี้ยังพบลูกค้าได้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายเศียร เอี่ยมสำอาง อายุ 60 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย มีบาดแผลที่ร่างกาย และ นายนัฐพล อธิลาภ อายุ 34 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า อาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่ง ร.พ.ป่าโมก แต่เนื่องจาก นายนัฐพล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถาม นายบุญชู มาลีหอม อายุ 46 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจยย. กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าเอารถมาซ่อม โดยผู้ตายนั้นนำรถจยย.มาเปลี่ยนยาง ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนก็มารอซ่อมรถ โดยทั้ง 2 คนนั่งรออยู่ภายในร้านห่างจากถนน ระหว่างที่ตนกำลังซ่อมรถอยู่นั้น จู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวได้พุ่งออกมาจากถนนและชนร้านของตนอย่างแรง ทำให้ลูกค้าทั้ง 2 คน ถูกชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนนั่งทำงานไม่ได้ยินเสียงเบรกอะไรเลย จึงวิ่งหนีไม่ทัน

ด้าน นายพนม โตสัมฤทธิ์ อายุ 28 ปี คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนขับรถกลับจากไปทำธุระที่โรงพยาบาล ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะนั้นตนก็ขับมาความเร็ว 80-90 กม./ชั่วโมง แต่จู่ๆ รถก็เกิดเสียหลัก หลุดโค้ง แล้วหมุนเคว้ง ตนควบคุมรถไม่อยู่รถจึงเสียหลักพุ่งมาชนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงทางโค้ง ซึ่งรถเก๋งขับมาจากทาง อ.เมือง มุ่งหน้า อ.ป่าโมก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าไปชนร้านซ่อมรถจยย.จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นจะได้สอบสวนคนขับรถเก๋งและคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายนั้นทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.มาเปลี่ยนยางที่ร้าน ส่วนรถเก๋งนั้นขับมาจากตัวเมืองอ่างทองมุ่งหน้าอำเภอป่าโมกด้วยความเร็ว ซึ่งมีคนเห็นว่ารถเสียหลักหมุนบนถนน แล้วหลุดโค้งออกมานอกถนนจนฝุ่นตลบ ก่อนพุ่งชนเข้าไปในร้าน ซึ่งจุดที่เกิดเหตุดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นโค้งอันตราย มักจะมีอุบัติเหตุรถหลุดโค้งอยู่บ่อยครั้ง

ล้อมบ้านจับ 2 โจ๋คลั่ง เจอปืนสงคราม กระสุนกว่า 100 นัด อาละวาดไล่ยิงขู่ชาวบ้าน

2 โจ๋คลั่ง วันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.ไพรโจรน์ ขุนหมื่น รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.วิสา โชติมูล ผกก.สภ.บ้านเป้า พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ, ฝ่ายสืบสวน สภ.บ้านเป้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

เข้าจับกุมตัว นายชัยอนันต์ หรือเก้น คำเถาว์ อายุ 23 ปี และ นายทักษิณ หรือทัด เสมอทรัพย์ อายุ 21 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืนนับร้อยนัดและยาเสพติดอีกจำนวนหลายรายการ ที่ซุกซ่อนไว้ทั่วบ้านพักหลังโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป

ประกอบด้วยอาวุธปืนเอ็ม16 จำนวน 1 กระบอก ปืนแบลงค์กันดัดแปลงที่สามารถยิงกระสุนปืนขนาด .380 แบบอัตโนมัติ 1 กระบอก ปืนแบลงค์กันดัดแปลงที่สามารถยิงกระสุนปืนขนาด .38 แบบรีวอลเวอร์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 103 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 19 นัด ยาบ้า 79 เม็ด เจอในตัว นายชัยอนันต์ และ ยาบ้า 2 เม็ด เจอในตัว นายทักษิณ

จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีร่วมกันลักทรัพย์รับของโจรและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ประเภทปืนกลเล็ก และกระสุนชนิดระเบิดเจาะเกราะซึ่งไม่ใช่ชนิดและขนาดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ได้ โดยมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย โดยขณะจับกุมผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านในหลายพื้นที่ร้องเรียนว่ามีวัยรุ่น ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านทิกแล้ง ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนเอ็ม16 และอาวุธปืนสั้นออกมายิงเล่นข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านทิกแล้ง และบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งยังมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่สืบสวน ก่อนบุกเข้าปิดล้อมจับกุมดังกล่าว หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ระทึก! ตร.ปะทะแก๊งค้ายา ดวลปืนสนั่นถนน กลางเมืองเชียงใหม่ วิสามัญคนร้ายดับ 1

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.มงคล สัมภวผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ปส.ภ.จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าสกัดจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ บริเวณถนนเลียบรางรถไฟหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์,กระดาษ อ.เมืองเชียงใหม่ และเกิดปะทะกับคนร้าย

โดยจังหวะนั้นเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ผู้ปกครองกำลังไปรับบุตรหลานกลับจากโรงเรียน ทางตำรวจจึงตะโกนบอกให้ผู้ใช้รถสัญจรบริเวณถนนเลียบรางรถไฟให้หมอบลง โดยคนร้ายได้ถอยรถกระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ชนรถจักรยานยนต์ตำรวจลากไปกับถนน และพุ่งชนรถกระบะสีดำของตำรวจที่จอดขวางกลางถนนไว้

จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที เจ้าหน้าที่จึงยิงยางรถของคนร้ายจนเสียหลักตกลงหนองน้ำข้างทาง และยิงใส่คนร้ายเสียชีวิตในรถ 1 คน ส่วนคนร้ายอีกคนกระโดดลงจากรถหลบหนีไปได้ ทางตำรวจได้รีบกันประชาชนที่หมอบกลางถนนและสัญจรไปมาให้พ้นจากสถานที่เกิดเหตุทันที จาการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบยาบ้า 32,000 เม็ด อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก และปลอกกระสุนจำนวนหนึ่ง

พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางพล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.5 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ดำเนินการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เนื่องจากมียาบ้าระบาดเข้ามาในภาคเหนือจำนวนมาก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุมกลุ่มค้ายาเสพติดได้ 2 คน กระทั่งขยายผลทราบว่า มีนายทุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลัง จึงวางแผนให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ทำการล่อซื้อยาบ้าเพิ่มและให้นำมาส่งบริเวณจุดปะทะในวันนี้ โดยเอเย่นต์ได้จัดส่งยาให้ลูกน้อง 2 คนนำยาบ้ามาส่่ง เมื่อมาถึงปรากฏว่า คนร้ายไหวตัวทันและขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ตำรวจกระเด็นและลากไป ก่อนชนรถกระบะสีดำของตำรวจที่จอดขวางไว้ และคนร้ายได้ชักปืนยิงต่อสู้ตำรวจทันที

พ.ต.อ.ทรงกริช กล่าวต่อว่า ตำรวจได้ยิงล้อรถยนต์จนรถคนร้ายเสียหลักตกหนองน้ำข้างทาง คนร้ายถูกวิสามัญไป 1 ราย คือ นายฐณธรณ์ ชูกิจประเสริฐกุล อายุ 31 ปี บ้านเดิมเลขที่ 30/2 ซอยทุ่งอาทิตย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน และหนีรอดไปได้ 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่า ผู้บงการค้ายาเสพติดรายนี้คือใคร และได้ส่งชุดสืบสวนไปเฝ้าประกบไว้แล้ว จากนั้นจะขอหมายค้้นและขอหมายจับต่อไป

“สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ ทางตำรวจต้องขอโทษประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่กำลังไปรับลูก และมาประสบกับเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธี เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ” พ.ต.อ.ทรงกริช กล่าว

ทางด้านผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกำลังไปรับลูกกลับจากโรงเรียน พอมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถกระบะขับขวางกลางถนน รถกระบะชนจักรยานยนต์ และมีเสียงตะโกนให้ผู้สัญจรบริเวณถนนดังกล่าวหมอบลง ประชาชนที่ใช้จักรยานยนต์มารับบุตรหลานพากันหมอบกลางถนน และเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ตอนนั้นตกใจมาก ลูกซ้อนจักรยานยนต์อยู่ด้านหลังก็ร้องไห้ด้วยความตกใจ ตนตัดสินใจขี่จักรยานยนต์รีบออกให้พ้นที่เกิดเหตุ เพราะกลัวกระสุนมาถูกตนกับลูก ตอนนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ยิ่งเพิ่งมีเหตุคนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ทำให้หวาดกลัวมาก

ไม่เคยช็อกเท่านี้! น้า-หลานตะลึง จระเข้นอนอาบแดด ริมคลอง ประมงจังหวัดมายันเอง

จระเข้นอนอาบแดด วันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าชาวบ้านว่า พบจระเข้น้ำจืดตัวขนาดใหญ่ นอนอาบแดดริมคลองชลประทานตรงข้ามโรงงานผลิต ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค บ้านทุ่งแผก หมู่ 7 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์ จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมผู้ใหญ่บ้าน และประมงอำเภอกบินทร์บุรี

ที่คลองดังกล่าวพบว่ามีความกว้าง 4 เมตร สภาพหน้าแล้งน้ำเริ่มแห้ง มีน้ำลึกราว 1.50 เมตร พบร่องรอยเลื้อยคลานของจระเข้อยู่ริมตลิ่งเห็นเป็นรอยเห็นชัด สภาพใหม่ชัดเจน โดยมีชาวบ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านประมงอำเภอ 10 คนกำลังเฝ้าดูอยู่เป็นจุดๆ และมีคนหาปลาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นจระเข้อยู่ในคลองนี้จริงมากกว่า 2 ตัว ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ยาว 2 เมตร กับขนาด 3 เมตร

จากการสอบถาม นายก้องเกียรติ บุตรสันต์ อายุ 28 ปี และ ด.ช.ธีรพร โพธิศรีเมือง อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นน้าหลานกัน กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่กำลังออกมาหาปลา ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างนอนอาบแดดอยู่ริมตลิ่ง เมื่อมองดูชัดๆ ถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าเป็นจระเข้จึงรีบบอกให้คนรู้ทันที

ด้าน นายอายุวัฒน์ อนุตรอริยกุล ประมงอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งลงมาดูที่เกิดเหตุ พบเห็นจระเข้ด้วยตาตนเองจริง และได้รายงานให้นายอำเภอกบินทร์บุรีทราบตามลำดับชั้นแล้ว จระเข้ที่พบเห็นมีตัวใหญ่เท่าลำตัวคนยาว 3 เมตร น้ำหนักราว 30-40 กิโลกรัม

ไม่ทราบว่าหลุดมาจากที่ใด หรือคาดว่าน่าจะอยู่ที่นี่ในธรรมชาติมานานแล้ว ขณะนี้ได้ประสานไปยังชุดจับกุมจระเข้จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ชุดชาละวัน) มาช่วยจับแล้วคาดว่าคืนนี้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจะเดินทางมาถึงและจะออกสำรวจและจับจระเข้โดยเร็ว คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะชุดนี้มีความรู้และชำนาญในการจับจระเข้

พี่เขยหื่น ลวงขืนใจน้องเมียวัย16 ป่วยพิการทางสมอง เผยทำหลายครั้ง-หลอกง่าย

วันที่ 29 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายวัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปีพนักงานโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่23/2563 ลงวันที่ 22 ม.ค.63

ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้โดยปราศจากเหตุอันสมควรฯ” ได้ที่บ้านกำโหม ม.3 ต.ตลิ่งชัน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 12 ธ.ค.2562 ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมอง พบว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ที่บ้านพัก จึงพากันออกตามหาแต่ก็ไม่พบตัว และได้นั่งรอจนลูกสาวกลับมาบ้านพักเอง เมื่อสอบถามว่าหายไปไหนมา จึงทราบความจริงว่า ลูกสาวถูกนายวัชรินทร์ซึ่งเป็นพี่เขยพาไปร่วมเพศมา และยิ่งตกใจเมื่อลูกบอกอีกว่า เคยถูกพี่เขยพาไปร่วมเพศมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อเดือนพ.ย.2560 และถูกกระทำติดต่อเรื่อยมา จนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธ.ค.2562

นอกจากนี้ ยังทราบด้วยว่า วิธีการที่ผู้ต้องหานำมาใช้ลวงเด็กผู้เสียหายก็คือ จะอาศัยความพิการทางสมองของด.ญ.เอ ที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องและถูกหลอกง่าย ผู้ต้องหาก็เลยพาไปร่วมเพศหลายครั้ง ทั้งในสวนยางพารา หรือบ้านร้าง เมื่อทราบความจริง จึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่สภ.ขนอม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาอยู่กับญาติที่อ.ท่าศาลา จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายวัชรินทร์ ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับน้องเมียจริง เพราะเห็นว่าเด็กหลอกง่าย และก็ไม่คิดว่าจะนำเรื่องไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง จนทำให้ถูกจับกุม จึงนำตัวส่งสภ.ขนอม ดำเนินคดีต่อไป


รวบแล้ว ‘เจริญ เทพวงศ์’ มือ ปล้นรถขนเงิน แซมโก้ 6.6 ล้าน พูดพิลึก ‘ดีใจที่โดนจับ’

ปล้นรถขนเงิน / เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 แถลงข่าวการจับกุมตัว นายเจริญ เทพวงศ์ ผู้ต้องหาคดีตามหมายจับหลายคดี โดยเฉพาะคดีปล้นรถขนเงิน

รวมทั้งคดียิงวัยรุ่นเสียชีวิตที่บริเวณสะพานใหม่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 และศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 277/2556 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง, คดีร่วมกันปล้นรถขนเงินของธนาคารกรุงไทย บริเวณหน้าโลตัสบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราออกหมายจับที่ 301/2557 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด,

คดีร่วมกันปล้นรถขนเงินของบริษัทแซมโก้ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส เอ็กซ์เพรส อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 344/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด และศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 112/2558 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2558 ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557

การจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.สืบสวน 2 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ภาณุวิทย์ เพชรแทน สว.กก.สืบสวน 2 สืบทราบมาว่า นายเจริญหลบหนีไปอาศัยอยู่ภายในศูนย์วิจัย และพัฒนาสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้นำกำลังตำรวจติดตามจับกุมตัวมาได้เมื่อเวลา 18.39 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายเจริญให้การรับสารภาพว่า โดยเฉพาะการปล้นรถขนเงินที่บริเวณหน้าโลตัสบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา ได้เงินไป 4 ล้านบาทเศษ แบ่งเงินให้นายสองและนายนุ คนละ 1 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 คนได้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนเงินที่เหลือ 2 ล้านบาทเศษ นายเจริญนำเงินไปใช้จ่ายจนหมดเกี่ยวกับการเล่นพนัน และหลบหนีการจับกุมของตำรวจ ส่วนคดีอาวุธปืนเคยครอบครองกว่า 20 กระบอก ขายหมดแล้ว เหลือติดตัวไว้ 2 กระบอก เพื่อพกติดตัวช่วงการหลบหนีตำรวจ

นายเจริญ กล่าวว่า ตนดีใจที่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ เพราะหากมีเหตุปล้นรถขนเงินอีกจะได้ไม่ต้องมาโทษตนเอง ทุกคดีที่มีหมายจับยอมรับสารภาพทั้งหมด เพราะจำนนด้วยหลักฐาน ส่วนการหลบหนีนานกว่า 6 ปีนั้น ยอมรับว่าเคยคลุกคลีกับตำรวจมานาน รู้นิสัยของตำรวจดี อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้คิดจะปล้นรถขนเงินหรือก่อเหตุอาชญากรรมก็มีตัวอย่างอยู่แล้ว ทุกรายถูกตำรวจจับกุมตัวได้หมด



สาวประเภทสอง เครียดเงินไม่พอใช้ ตัดสินใจจบชีวิตหลังวัดดังสมุทรสาคร

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ม.ค. ร.ต.อ.โยธิน เชื้อบุญมี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในป่าด้านหลังโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน (แคราย) ม.4 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นพ.ธนภัทร ตรองนิพันธ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และอาสาสมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุมีสภาพเป็นเนินดินสูงชันขึ้นลงลำบาก และมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งพบศพชายชาวเมียนมา สวมเสื้อแขนยาว คาดกระเป๋าสะพาย นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ผูกคอกับกิ่งไม้ ปลายเท้าสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ฟุต ร่างกายเขียวคล้ำเริ่มแข็งเกร็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 8-10 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่พื้นยังมีรองเท้ากับหมวกตกอยู่ 1 ใบด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำศพลงมาชันสูตรด้านล่าง เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด  ภายในตัวมีเงินสด 62 บาท และเอกสารประจำตัวทราบชื่อคือ นายโคเมียว อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นพนักงานของโรงงานผลิตน้ำจิ้มลูกชิ้นแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.กระทุ่มแบน

จากการสอบถาม น.ส.แก้ว สัญชาติเมียนมา เพื่อนที่พักอยู่ห้องเดียวกันกับผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้ตายมีลักษณะเป็นสาวประเภทสอง เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด โดยได้พักอาศัยและทำงานที่เดียวกันมานานถึง 8 ปีแล้ว ที่ผ่านมาผู้ตายไม่ค่อยได้คุยอะไรให้ฟังมากนัก และไม่เคยมีญาติพี่น้องมาหาที่ห้องพักเลย ตนรู้เพียงแค่ว่าผู้ตายมีญาติทำงานอยู่แถว ๆ จ.นครปฐม แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร

น.ส.แก้ว กล่าวต่อว่า ระยะหลังมานี้ ผู้ตายมักจะมีอาการเครียดและพูดให้ฟังเพียงแค่ว่ามีปัญหาเรื่องงาน แต่ก็ไม่บอกว่าเกี่ยวกับอะไร ซึ่งเพื่อน ๆ ที่นอนพักอยู่ห้องเดียวกันอีก 3 คน ก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นอะไร เดี๋ยวช่วย ๆ กันแก้ปัญหาไป ไม่ให้คิดมาก

“ทั้งนี้ คาดว่าอาจจะมาจากเรื่องเงินไม่พอใช้ เพราะทางโรงงานไม่ค่อยมีโอทีให้ทำแล้ว ซึ่งเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายหายออกไปจากห้องแล้วไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อน ๆ ก็เป็นห่วง แต่คิดว่าอาจจะไปหาญาติ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ตายจะหนีปัญหามาคิดสั้นด้วยการผูกคอตาย” น.ส.แก้ว กล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปชันสูตรยังโรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง พร้อมกันนี้ก็จะได้พยายามติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

พระยังขนลุก 6 งูหลาม รวมตัวที่วัด ก่อนถึงงานนัสการรอยพระพุทธบาท ชาวบ้านแห่ตีเลข

งูหลาม วันที่ 23 ม.ค. เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ได้รับการร้องขอให้ไปช่วยจับงู โรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ข้างวัดเขาวงพระจันทร์ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงนำอุปกรณ์จับงูพร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดไปให้การช่วยเหลือ

ที่วัดดังกล่าว มีพระลูกวัดพาเจ้าหน้าที่ไปยังห้องน้ำร้าง ซึ่งเป็นจุดที่พบงูเลื้อยเข้าไป เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่พบงู จึงเดินอ้อมไปยังบ่อซีเมนต์ที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมีความลึกกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เอาไปฉายส่องดู ก็พบงูหลามขนาดใหญ่หลายตัวนอนขดอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันจับงูขึ้นมาพบว่ามีน้ำตัวละ 30 กิโลกรัม ยาว 2 เมตร โดยพบว่ามีอยู่ถึง 6 ตัว ก่อนจับใส่กระสอบ เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

สำหรับสถานที่ดังกล่าวเป็นจุดที่ทางวัดได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอพระธุดงค์จากทั่วสารทิศที่จะมาปักกลด ร่วมในงานเทศกาลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งทุกปีจะมีพระมากกว่า 100 องค์ ร่วมมุทิตาจิตในงานเทศกาลมนัสการรอยพระพุทธบาท ในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค.ที่จะถึงนี้

กระทั่งวันนี้พระลูกวัดเขาวงพระจันทร์ ทหารจากหลายหน่วยงาน ชาวบ้าน ได้ร่วมกันจัดสถานที่ทำความสะอาดเพื่อรอรับพระธุดงค์และนักท่องเที่ยว ปรากฎว่าพระลูกวัดพบเห็นงูหลามขนาดใหญ่ 1 ตัว เลื้อยเข้าไปในประตูห้องน้ำร้างแล้วหายตัวไป จึงได้แจ้งกู้ภัยให้มาช่วยจับ เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับพระธุดงค์ที่เริ่มทยอยเดินทางมาเพื่อปักกลดบริเวณพื้นที่ตรงนี้

และยังเชื่อว่างูเหล่านี้มาเพื่อสักการะและนมัสการรอยพระพุทธบาท และอาจจะมีลูกน้อยและออกไข่เพื่อรอฟัก โดยมีการเปลี่ยนสถานที่ปักกลดของพระ เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของงูเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ดี อาจจะมาให้โชค และชาวบ้านต่างโจษขานว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่งูหลามขนาดใหญ่ 6 ตัวมาอยู่รวมกัน ต่างสอบถามประวัติความเป็นมาจากเจ้าอาวาส ซึ่งวัดมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2460 รวมแล้ว 103 ปี และมาพบงูหลามใหญ่ 6 ตัว ต่างไปหาซื้อเลข 60, 06, 460 และ 103 จนเกลี้ยงแผงในพื้นที่ อ.โคกสำโรง

สาวร่ำไห้ กอดศพลูกวัย6เดือน ไม่ยอมบอกจนท.ตายเพราะอะไร ผงะพบรอยเลือดในห้อง

วันที่ 21 ม.ค. ร.ต.ท.พนานพงษ์ เดชอุดม รองสารวัตรสอบสวน สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งอุ้มร่างลูกน้อยที่เสียชีวิต มานั่งร้องไห้อยู่ริมถนนหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ภายในซอยลมโชย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซียอำเภอสะเดา จ.สงขลา

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.พุทธชาด วามะชาติ อายุ 28 ปี เป็นชาว ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลาอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน นั่งกอดศพลูกสาวอายุ 6 เดือนกว่า ซึ่งคลอดเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 62 ศพลูกสาวตัวเริ่มเขียว ที่ตามีรอยช้ำและเลือดซึมออกมา และน่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน

จากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด ไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ตำรวจจึงได้พาทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง ว่ามาจากสาเหตุใด เพราะจากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด ไม่ยอมบอกว่าลูกตายเพราะอะไร

เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นที่ห้องพักชั้น 2 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับที่อุ้มศพลูกมาร้องไห้อยู่ พบผ้าอ้อมที่มีรอยเลือดติดอยู่วางไว้บนเบาะที่นอน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะสอบปากคำ น.ส.พุทธชาด อีกครั้งหนึ่งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว พร้อมกับรอผลการชันสูตรของแพทย์ว่ามาจากสาเหตุใด โดย น.ส.พุทธชาด ร้องไห้ไม่ยอมพูดหรือบอกอะไร ขณะนี้จึงไม่สามารถบอกถึงสาเหตุของการตายได้

จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุบอกว่า น.ส.พุทธชาด มีแฟนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันและเช่าห้องอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีอาชีพที่แน่นอน พักหลังทะเลาะกันบ่อย และมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง กระทั่งขณะเกิดเหตุเห็นแม่อุ้มลูกสาวลงมาจากห้องทีแรกก็นึกว่าลูกหลับแต่เมื่อเห็นแม่นั่งร้องไห้พอเข้าไปดูก็พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว

เปิดใจกู้ภัย อุปสรรคงมหากระดูก เหยื่อ ไอ้ไอซ์ เจอแล้ว 288 ชิ้น เผยเหตุไม่เจอชิ้นใหญ่

ไอ้ไอซ์ จากกรณีตำรวจจับกุม นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี ที่บ้านในซอยเพชรเกษม 47 แขวงและเขตบางแค กทม. กระทั่งไปพบศพ น.ส.กิ๊ก อายุ 22 ปี ถูกฝังดินไว้ข้างบ้าน โดย นายอภิชัย สารภาพว่านำตัว น.ส.กิ๊ก ขังในหีบเหล็กกระทั่งเสียชีวิตแล้วนำไปฝังดิน จากนั้นตำรวจได้ให้นักประดาน้ำลงค้นในสระใกล้บ้านหลังโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน หลังมีพยานยืนยันว่า นายอภิชัย เอาศพไปฆ่าถ่วงน้ำ ซึ่งก็พบโครงกระดูกผู้หญิงอีกหลายชิ้น และคาดจะมีศพถูกถ่วงน้ำถึง 2 ราย ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เจอกระดูกในสระ 192 ชิ้น เชื่อมีไม่ต่ำกว่า 3 ศพ เหยื่อ ไอ้ไอซ์ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ม.ค. นายอนุสรณ์ พงษ์เกษา หัวหน้าชุดที่ 1 เฉพาะกิจ บก.น.ธน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รหัส ฉก.ธน 10 และนายโกวิท พูลศิลป์ กู้ภัยทางน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันเปิดเผยข้อสรุปในการปฎิบัติหน้าที่หลังใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยกันระดมงมหาชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) ซึ่งจากการตรวจค้นพบกระดูกมนุษย์รวมทั้งสิ้น 288 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นซี่โครงด้านหน้า สะโพก และข้อเข่า ซึ่งเป็นชิ้นเล็กๆ โดยส่วนที่ทางแพทย์ยืนยันแล้วเกือบทั้งหมดเป็นกระดูกมนุษย์ เหลือเพียงแค่ประมาณ 5-6 ชิ้น ที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องนำไปที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ศิริราช เพื่อพิสูจน์หาความชัดเจน นอกจากนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าในวันพรุ่งนี้จะต้องระดมพล งมหากันอีกหรือไม่ต้องรอคำสั่งเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง

ด้าน นายโกวิท เปิดเผยว่า สำหรับปฎิบัติหน้าที่ในวันนี้เป็นการปูพรมแบ่งเป็นหน้ากระดานซึ่งต้องใช้เชือกขึงใต้น้ำ โดยแบ่งเป็นชุดชุดละ 4 นาย ซึ่งภารกิจที่ได้รับคำสั่งนั้นให้มาค้นกล่องเหล็กแต่ไม่พบ เจอเพียงแค่โครงกระดูกตามจำนวนดังกล่าว ส่วนอุปสรรคในวันนี้จะมีอยู่ที่ด้านริมๆ ที่จะต้องแยกว่าเป็นเศษกระดูกหรือเศษไม้และพวกขยะเป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนที่ไม่พบกระดูกชิ้นใหญ่ๆ นั้น สืบเนื่องจากอยู่ในน้ำเป็นเวลานานอาจเกิดการผุกร่อน หรือมีวัตถุขนาดใหญ่ทับลงไปจนเกิดการแตกหัก ทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการยืนยันจากทางเจ้าหน้าที่ต่อไป

สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระดูกมนุษย์ เมื่อแรกคลอดทารกมีกระดูกทั้งหมดประมาณ 350 ชิ้น หลังจากนั้นจะเริ่มมีการเชื่อมติดกันของกระดูกบางชิ้น จนกระทั่งเมื่อเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ร่างกายมนุษย์จะมีกระดูกรวมกันทั้งสิ้น 206 ชิ้น ในบรรดากระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น พบว่าเป็นส่วนกะโหลกศีรษะ 21 ชิ้น (รวมกระดูกขากรรไกรบนด้วย) กระดูกฆ้อน-ทั่ง-โกลนในหูชั้นกลางสองข้างรวม 6 ชิ้น กระดูกขากรรไกรล่าง 1 ชิ้น กระดูกไฮออยด์อยู่ทางด้านหน้าของคอ 1 ชิ้นกระดูกสันหลังตลอดทั้งแนวรวมทั้งสิ้น 26 ชิ้น กระดูกซี่โครงสองข้างรวมกัน 24 ชิ้น กระดูกอก 1 ชิ้น กระดูกของทั้งสองแขนรวมกัน 64 ชิ้นและกระดูกของทั้งสองขารวมกัน 62 ชิ้น