realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: พฤษภาคม 2018

สลด! จยย.พุ่งชนท้ายสิบล้อจอดข้างทาง ดับคาที่ 2 ศพ เจ็บ 1

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ร.ต.อ.ธนากร ยอดแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณด้านหน้าศูนย์รถยนต์ซูซูกิ สาขาโพธิ์แก้วที่อยู่เเถวโรงงานผลิตชีสดิปและน้ำสลัดเพื่อสุขภาพ ถนนโพธิ์แก้ว แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามร่วมใจปู่อินทร์

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าศูนย์รถยนต์ซูซูกิ สาขาโพธิ์แก้ว พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-2641 ยโสธร จอดอยู่ข้างทางเลนซ้ายสุด ที่ท้ายรถด้านขวาพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีขาว หมายเลขทะเบียน ขงก 853 สุรินทร์ ชนอัดก๊อปปี้ติดอยู่ที่ท้ายรถ สภาพพังยับ ข้างรถจักรยานยนต์พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อนายมนตรี เกษศิริ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 42 ม.8 ต.หนองม้า อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ส่วนอีกรายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว อยู่ในสภาพหมดสติ ถูกนำตัวส่งร.พ.นพรัตน์ราชธานี

จากการสอบถามนายวีระเดช ศรีสุเดช อายุ 35 ปี คนขับรถสิบล้อ บอกว่า ตนได้รับการว่าจ้างให้นำข้าวสารจาก จ.ยโสธร มาส่งให้กับบริษัท สองชายค้าข้าว ที่อยู่ในซอยดังกล่าว แต่เนื่องจากมาเป็นครั้งแรกจึงยังไม่ทราบว่าร้านอยู่ตรงไหน แต่ผู้ว่าจ้างให้มาจอดรอตรงจุดดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดที่รถส่งข้าวจะมาจอดประจำ โดยมาจอดตรงจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงตี 1 หลังจากนั้นตนก็นอนพักอยู่บนรถ กระทั่งได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาชนที่ท้ายรถ เมื่อลงมาดูก็พบรถจักรยานยนต์ชนเข้าที่ท้ายรถตน

ร.ต.อ.ธนากร เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะต้องสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องตรวจสอบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามจอดหรือไม่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ถูกส่งรักษาตัวที่รพ.นพรัตน์ราชธานี ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ก่อนประสานญาติมารับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ล่า 2 โจรบุกงัดบ้านนักธุรกิจหนุ่ม ทุบเซฟฉกโรเล็กซ์-ทองแท่งกวาดเกลี้ยง 12 ล้าน!!

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุงัดเซฟที่บ้านเลขที่ 3633 ม.บ้านลาดพร้าวที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายน้ำสลัดครีมเพื่อสุขภาพรายใหญ่ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.30-24.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายทราบชื่อคือ นายหวัง เลี่ยนเฉิง สัญชาติ สาธารณรัฐหมู่เกาะมาแชลล์ (Republic of Marshall island) นักธุรกิจบริษัททัวร์จีน

โดยทรัพย์สินที่ขโมยไปได้ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำ จำนวน 5 เส้น น้ำหนักรวม 2,100 กรัม ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ป้ายหยกพร้อมสร้อยคอทองคำ จำนวน 5 เส้น ราคาประมาณ 3 แสนบาท นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ โรเล็กซ์ จำนวน 28 เรือน ราคาประมาณ 4.2 ล้านบาท พระเครื่อง (พระรอด) พร้อมสร้อยคอทองคำ จำนวน 1 องค์ ราคาประมาณ 5 ล้านบาท เงินสดสกุลดอลลาร์ จำนวน 4,000 ดอลลาร์ รวมทรัพย์สินถูกประทุษร้ายจำนวน 5 รายการ ราคารวมประมาณ 12,628,400 บาท

สืบเนื่องจากบ้านพักหลังที่เกิดเหตุ มีผู้เสียหายและพวกจำนวน 3 คน พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 24 พ.ค. เวลาประมาณ 19.30 น. ผู้เสียหายและพวกออกจากบ้านพักไปทำธุระ โดยปิดล็อคประตูบ้านพักเรียบร้อย ต่อมาเวลาประมาณ 24.00 น. ของวันเดียวกัน ตนและพวกกลับมายังบ้านพักที่เกิดเหตุ และพบว่ามีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร จำนวนเท่าใด ลักลอบเข้ามาภายในบ้านของตนแล้วรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน และลักเอาทรัพย์สินดังกล่าว ราคาทรัพย์สินรวมประมาณ 12 ล้าน แล้วหลบหนีไป

จากการซักถามตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่า ประตูบ้านด้านข้างและด้านหน้ามีร่องรอยการงัดแงะ ตู้เซฟถูกงัดได้รับความเสียหาย และทรัพย์สินภายในสูญหายตามรายการข้างต้น ไม่มีประกันทรัพย์สินหาย ส่วนกล้องวงจรปิด มีติดอยู่เสาไฟฟ้าหน้าบ้าน 1 ตัว หันหน้าออกนอกบ้านและหลังกำแพง บริเวณนอกตัวบ้านด้านหลังเป็นกล้องเอกชน จำนวน 1 ตัว ส่วนพนักงานรปภ. เป็นรปภ.ประจำหมู่บ้าน ตรวจตราภายในหมู่บ้านและบุคคลเข้า-ออก แต่ไม่พยานบุคคลพบเห็นแต่อย่างใด

ล่าสุด พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. ประชุมเร่งรัดติดตามคดีลักทรัพย์ งัดตู้เซฟ นักธุรกิจชาวจีน ทรัพย์สินหายมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาทเหตุเกิดหมู่บ้านลาดพร้าวซอยโยธินพัฒนา 11 พื้นที่สน.ลาดพร้าว เวลาประมาณ 21.00 น. โดยมี พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.สถาปนา จุณณวัฒน์ รองผกก.สส.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.ชลิตโชคอมรพาณิช รอง ผกก.สส.สน. วังทองหลาง พ.ต.ท.กันตภณ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย, พ.ต.ท.สุรพงศ์ สาขากร สว.สส.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.ดิษยเดช ยิ้มแย้ม สว.สส.สน.ลาดพร้าว เข้าร่วมประชุม

พร้อมทั้งแบ่งความรับผิดชอบให้แต่ละชุดไปสืบสวนติดตามคนร้าย แล้วรายผลให้ทราบโดยเร็ว จากการติดตามสืบสวนทราบตัวคนร้ายแล้ว 2 ราย โดยนั่งแท็กซี่มาก่อเหตุดังกล่าว คาดว่าเป็นคนจีนทั้ง 2 ราย แต่ 1 ใน 2 หลบหนีออกนอกประเทศ หลังก่อเหตุในคืนวันเดียวกัน และอีก 1 ราย ยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง

แฉ “เค เขาน้อย” โดนเผยที่กบดานเพราะแฟนสาว ก่อนถูกกดดันจนต้องยิงตัวตาย

จากกรณี 2 คนร้ายใช้ปืนอาก้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ระยอง ริมถนนสาย 36 ที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายน้ำสลัดครีม ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ได้ทองรูปพรรณไป 370 บาท และเงินสดอีก 230,000 บาท ทราบชื่อคนร้ายคือ นายปรเมศฐ์ อัครโภคินนุกูล อายุ 41 ปี ฉายา “เค เขาน้อย” และ นายประเสริฐ รักนามอายุ 59 ปี ฉายา “จ่าเสริฐ เขาชะเมา” จากนั้น นายประเสริฐ ได้เข้ามอบตัว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทรบาว่านายปรเมศฐ์ หลบหนีมาอยู่ในรีสอร์ต ที่จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังปิดล้อมจับกุม แต่นายปรเมศฐ์ ได้ใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาล รอง.ผบ.ตร.เปิดเผยภายหลังเข้าตวรจสอบที่เกิดเหตุ ว่าเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยผู้ตายมาจากพื้นที่ภาค 2 ตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งช่วงเย็นประมาณ 17.00.น.ผู้ตายได้นั่งแท็กซี่มากับหญิงสาวรายหนึ่ง ทราบภายหลังเป็นแฟนสาวเพื่อมาเปิดห้องพัก จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้นั่งรถออกไป ขณะที่หญิงคนดังกล่าวออกมาพร้อมรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงปิดล้อมจับกุมไว้ได้ ส่วนกำลังชุดปฎิบัติการพิเศษได้เข้ากดดันอยู่หน้าห้องและเจรจาให้เข้ามอบตัว ขณะนั้นได้มองทะลุกระจกเข้าไปได้เห็นผู้ตายวิ่งไปหยิบอาวุธปืนที่หัวเตียงเพื่อที่จะมาต่อสู้ตำรวจ แต่ถูกชุดปฎิบัติการได้มีอาวุธครบมือและเกาะกำบังเข้ากดดัน และกำลังจะพังประตูเข้าไปด้านใน ทำให้ผู้ตายตัดสินใจยิงตัวเองเข้าที่ขมับขวาทุละซ้าย 1 นัด ทันที

ด้าน พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบทองคำรูปพรรณขนาดต่างๆ 119 เส้น เงินสด 571,800 บาท จึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนแฟนของผู้ตายนั้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำตัวไปตรวจค้นห้องพักพี่สาวของที่อยู่ในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากสืบทราบว่ามีการนำทองคำไปเก็บซ่อนไว้โดยยังไม่ทราบจำนวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักนายปรเมศฐ์ ที่จ.ระยอง ก็พบเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงสืบทราบว่านายปรเมศฐ์ มีแฟนสาวอยู่ที่ย่านวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แกะรอยจากโทรศัพท์มือถือของแฟนสาว กระทั่งทราบว่า นายปรเมศฐ์ กำลังจะไปหาแฟนสาวที่ย่านวังน้อย ก่อนจะให้แฟนสาวพามาหาที่พักที่รีสอร์ตดังกล่าว กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามมาจนพบตัวและเกิดเหตุสยองขึ้นดังกล่าว