realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: สิงหาคม 2018

สุดช็อก! เมียอุ้มลูกแบเบาะ นั่งร่ำไห้กอดศพผัว ถูกคนร้ายย่องยิงหัวดับสยองคาบ้าน

วันที่ 30 ส.ค. พ.ต.ท.ประพันธ์ หนักแน่น สารวัตร (สอบสวน) สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ภายในห้องแถวแบ่งให้เช่าอยุ่เเถวหลังโรงงานผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ เลขที่ 18/5 หมู่ 3 ต.ทุ่ง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วันชัย ปะลาวัน ผกก.สภ.ไชยา และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชยา

ที่เกิดเหตุบริเวณหลังบ้านพบศพนายณรงค์ฤทธิ์ เกื้อมี อายุ 28 ปี ชาว ต.ตลาดไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี อาชีพรับจ้างทั่วไป สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดลายดอกสีฟ้า กางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณด้านหลังศีรษะ 1 นัด โดยมี น.ส.กมลวรรณ ดำสุข อายุ 27 ปี ภรรยาผู้ตายนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ มีลูกน้อยอยู่ในอ้อมกอด

พ.ต.อ.วันชัย กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.กมลวรรณ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุหลังกินข้าวเสร็จผู้ตายได้ไปยืนหลังบ้าน ส่วนตัวเองอยู่ในบ้าน จากนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ย่องมาทางหลังบ้านแล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ผู้ตายทางด้านหลัง 1 นัดแล้วรีบหลบหนีไป

“ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากผู้ตายเคยมีปัญหากับบุคคลคนหนึ่งที่แอบชอบภรรยาตัวเองและพยายามไลน์มาคุยกับภรรยาเป็นประจำ จนภรรยานำเรื่องไปบอกกับผู้ตาย กระทั่งมีเรื่องเทาะเลาะกันอย่างรุนแรงและได้มีการขู่อาฆาตกันไว้ ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำและส่งตรวจร่างกายตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.วันชัย กล่าว

เท้าแชร์ท้องแก่ โกงแชร์ออนไลน์ 10 ล้าน อาละวาด 2 จังหวัด หาตัวไม่เจอ!

เท้าแชร์ท้องแก่ / วันที่ 27 ส.ค. ตัวแทนลูกแชร์ออนไลน์กว่า 10 คน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.บุญยา ทองสลับล้วน พนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กรณีถูกเท้าแชร์ออนไลน์ เชิดเงินหนีไปหลายล้านบาท โดยได้นำหลักฐาน ซึ่งเป็นภาพถ่ายพร้อมชื่อที่อยู่ของเท้าแชร์ คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) และสามี รวมถึงหลักฐานการโอนเงิน

น.ส.ทัตพิชา ตัวแทนลูกแชร์ที่ถูกเชิดเงินหนี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ถูกชักชวนให้เล่นแชร์ออนไลน์ จากน.ส.เอ พื้นเพ เป็นชาว จ.อุบลราชธานีเป็นพนักงานฝ่ายบัญชีของร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟม โฟมกันรอยและจำหน่ายพลาสติกกันกระแทกราคาถูก และมามีสามีเป็นชาวหาดใหญ่ ซึ่งเป็นการตั้งกลุ่มแชร์ขึ้นมา ค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ แชร์ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได และ แชร์ดอกเบี้ยแบบแข่งกันเปีย และมีบางช่วงที่จะมีการนำเสนอดอกเบี้ยทางไลน์ส่วนตัว

โดยจะได้ค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ และใช้เวลาสั้น โดยได้เล่นกันมาประมาณ 3 ปี ไม่มีปัญหา มีการส่งดอกเบี้ย เงินต้นต่างๆครบทั้งหมด เพิ่งจะมีปัญหาหนักเมื่อ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่มีลักษณะเหมือนเท้าแชร์รายนี้ได้พยายามระดมเงินจากลูกแชร์ โดยมีการให้ดอกเบี้ยจำนวนสูงเป็นแรงจูงใจ

ทำให้ลูกแชร์จำนวนมากรีบโอนเงินให้กับ น.ส.เอ จำนวนมาก นอกจากนั้นเมื่อตรวจสอบย้อนหลังไปก็พบว่า น.ส.เอ ได้ใช้ชื่อปลอมมาอ้างเป็นลูกแชร์เตรียมที่จะเชิดเงินหนีมาก่อนแล้วประมาณ 1 เดือน โดยแชร์ออนไลน์ของเท้าแชร์รายนี้ มีอยู่หลายวง หลายกลุ่ม มีผู้เสียหายจำนวนมากทั้งในจังหวัดสงขลาและอุบลราชธานี คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

น.ส.ทัตพิชา ผู้เสียหายบอกว่า ได้มีการพยายามติดตามไปที่บ้าน รวมถึงติดตามผ่านทางสามี และครอบครัวสามี แต่ทั้งหมดก็ปฏิเสธความรับผิดชอบ บอกเพียงว่าไม่รู้เรื่องและไม่ทราบว่า น.ส.เอ หายไปไหน ทั้งที่ ในบางครั้ง บางช่วง เท้าแชร์ได้ให้ลูกแชร์โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสามีและแม่สามี

การแจ้งความในครั้งนี้ ต้องการให้ น.ส.เอ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อจะได้ไม่ไปหลอกลวง ฉ้อโกงใครอีก รวมถึงอยากได้เงินในส่วนที่เป็นเงินต้นคืน เพราะแต่ละคนที่ถูกฉ้อโกงนั้น ล้วนแล้วแต่ลำบาก บางคนนำเงินค่าคลอดลูกมาให้ก่อน บางคนก็เป็นค่าเล่าเรียนลูก บางคนต้องทะเลาะกับสามี เป็นต้น โดยตัวของเท้าแชร์รายนี้ก็กำลังท้องแก่ใกล้คลอด ไม่คิดว่าจะกล้าโกงเงินชาวบ้านได้ขนาดนี้

ทั้งนี้พนักงานสอบสวน ได้ทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการต่อไป

ตร.สุพรรณฯ เร่งล่าแก๊งโจรสาว ตระเวนลักทรัพย์ร้านค้าหลายอำเภอ

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 ส.ค. พ.ต.อ.กรกฏ โปชยะวณิช ผกก.สภ.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า กรณีแก๊งคนร้ายซึ่งเป็นหญิงสาวไม่ต่ำกว่า 3 คน ก่อเหตุตระเวนฉกทรัพย์ในเขตพื้นที่ อ.ด่านช้าง บริเวณตลาดสดเทศบาลด่านช้างที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดี ราคาถูก สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน สภ.ด่านช้าง และชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อเร่งติดตามคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีแล้ว

โดยสั่งการให้ พ.ต.ต.พีรพงษ์ ตนะทิพย์ สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในตลาดสดเทศบาลด่านช้าง และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด 5 ราย ที่ได้มาแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง

ประกอบด้วย 1.นางดำ ใหม่โสภา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าในตลาดทรัพย์สิน คนร้ายได้เงินสดไป 4,000 บาท รายที่ 2 นางสังเวียน ปอปรีดา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าในตลาดด่านช้าง ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ไปเป็นเงินสด 3,800 บาท ซึ่งคนร้ายทำทีขอแลกเงินและเลือกซื้อเสื้อผ้า แล้วอาศัยจังหวะเผลอขโมยเงินจากกระเป๋าที่วางไว้ไป

ส่วนรายที่ 3 นางสะอาด เจาตระกูล อายุ 69 ปี เจ้าร้านขายของชำ ชื่อร้านตะวัน อยู่บ้านเลขที่ 447 หมู่ 5 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสด 3,500 บาท และสลากกินแบ่งถูกรางวัล 2 ตัวท้าย 3 ใบ รายที่ 4 นางกรองทอง หมีสมุทร เจ้าของร้านขายของชำในตลาดสด ถูกคนร้ายฉกเงินสดไป 2,000 บาท โดยคนร้ายทำทีเลือกซื้อของและอาศัยจังหวะเผลอล้วงทรัพย์สินในกระเป๋าไป และรายที่ 5.นางธันยพัฒน์ โกทันต์ เจ้าของร้านขายของชำในตลาดสด ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสด 500 บาท

สำหรับคนร้ายเป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 35-40 ปี รูปร่างท้วม ผิวขาว สูงประมาณ 160-170 ซม. ทำทีมาซื้อของโดยเลือกไปเลือกมา ก่อนอาศัยจังหวะเจ้าของร้านเผลอจึงหยิบเงินในลิ้นชักไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสมาทั้งหมดแล้ว ทั้งจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้เสียหาย รวมทั้งพยานแวดล้อมต่างๆ คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ ล่าสุดได้ประสานไปยังพื้นที่ใกล้ยังพบข้อมูลว่าแก๊งนี้ได้เข้าไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ที่ อ.หนองหญ้าไซ และ อ.สามชุก อีกด้วย

กวาดล้างยานรก! จับสาวท้องแก่เสพไอซ์คลายเครียด-นศ.ม.ดังภูเก็ตเอเย่นต์ค้ายา

ภูเก็ต ลุย กวาดล้างยานรก 8 คดี จับผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมยาไอซ์-ยาบ้าจำนวนมาก ผงะ สาวท้อง 8เดือน อ้างเสพไอซ์คลายเครียด พบนักศึกษาม.ดัง ลูกเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทราคาปลีก-ส่งรายใหญ่ เรียนนิติฯ เป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายนรภัทร ปลอดทอง ผวจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย นายสนิท ศรีวิหค รอง ผวจ.ภูเก็ต เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต แถลงผลจับกุมและขยายผลคดียาเสพติด ตั้งแต่วันที่ 11-12 ส.ค.ที่ผ่านมา รวม 8 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คน ยาบ้า 14,204 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 104.02 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ชนิดลูกซองสั้น เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 21 นัด

โดยมีคดีที่น่าสนใจ คือ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัวน.ส.มัลลิกา สองเมือง อายุ 27 ปี พร้อมยาไอซ์ 1 ถุง หนัก 0.47 กรัม ได้ที่บ้านเลขที่ 84/50 ม.6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

จากการสอบสวนน.ส.มัลลิกา ให้การรับสารภาพว่า ตนตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว และเพิ่งถูกแฟนหนุ่มทิ้งไป จึงทำให้เกิดอาการเครียด หลังจากนั้น จึงไปซื้อยาไอซ์มาเสพเพื่อคลายเครียด ทั้งนี้ หลังการสอบสวนตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในโดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัวส่ง สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อีกคดีคือ เมื่อเวลา 02.30 น.ของวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกจับกุมนายธนภัทร เนาว์ไพร อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 และ น.ส.สโรชา ฮ้อเถี้ยน อายุ 24 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เรียนคณะนิติศาสตร์ ปี 4 และยังเป็นลูกเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทราคาปลีก-ส่งรายใหญ่แห่งหนึ่ง จับกุมพร้อมยาบ้า 14,000 เม็ด ถุงแบ่งพลาสติกสำหรับแบ่งใส่ยาเสพติด 14 แพ็ก ได้ที่บ้านเลขที่ 48/7 ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับยาบ้ามาจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เสพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

แจ้งข้อหาเพิ่ม! ‘อ๊อฟ’ คดีน้องหญิง คุมแฟน ‘เป็ด’เค้นสอบ ปูพรมค้นพบหลักฐานเพิ่ม!

ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม “อ๊อฟ” คดีน้องหญิง ดับปริศนา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา “ศรีวราห์” ยันมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่ากระทำผิด ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล สั่งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จไม่เกิน 21 ส.ค.นี้ พร้อมให้ตร.ปทุมฯ อยุธยา สอบเพิ่ม ล่าสุดเจอตัว “ท็อป” แล้ว คุมสอบเค้น

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายสุบิน ยาวิราช พ่อน.ส.นรีกานต์ หรือน้องหญิง ยาวิราช อายุ 19 ปี ลูกเจ้าของร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทปลีก-ส่งรายใหญ่ ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา โดยผู้ต้องหาในคดีอ้างว่าตกรถเทรลเลอร์ เข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. แจ้งข้อกล่าวหาให้ดำเนินคดีเพิ่มกับนายสุรพล หรืออ๊อฟ ดาราคำ คนขับรถเทรลเลอร์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

นายอัจฉริยะกล่าวว่า ส่วนน.ส.สิรินาถ หรือเป็ด รอบรัมย์ และนายยุทธพงษ์ หรือท็อป ไกยะไส ขอให้เป็นหน้าที่ของ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งข้อหาสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บถึงแก่ความตาย และคดีนี้อาจเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ เพราะมีหลักฐานต้องสงสัยว่าจุดที่จอดรถของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นแหล่งซื้อขายบริการทางเพศ ทราบว่านายท็อปหลบหนีไปแล้ว น่าจะออกหมายจับต่อไป

ทนายความคดีน้องหญิงกล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีพยานหลักฐานว่ามีคนจ้างให้ตำรวจไม่ทำคดี เป็นเงิน 300,000 บาท แต่ไม่ขอเอ่ยว่าเป็นใคร

ขณะที่นายสุบิน พ่อน้องหญิง กล่าวว่าพอใจกับทุกข้อหาที่แจ้งไป จากที่ตอนแรกเป็นข้อหาอุบัติเหตุ เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย และได้รับความเป็นธรรมแล้ว จะทำพิธีฌาปนกิจน้องหญิงต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ รองนายแพทย์ใหญ่ร.พ.ตำรวจ พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ และชุดสืบสวนประชุมความคืบหน้าคดี โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า สั่งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จก่อนฝากขังครั้งที่ 2 หรือไม่เกินวันที่ 21 ส.ค. พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายสุรพล หรืออ๊อฟ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เนื่องจากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่ากระทำความผิด ทั้งหลักฐานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคล

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.สิรินาถ หรือเป็ด และนายท็อปหรือไม่นั้น ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันต้องรอผลการตรวจในประเด็นอื่นๆ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะผลตรวจการล่วงละเมิดทางเพศ ต้องรอประมาณ 1 เดือนจะมีความชัดเจน มากขึ้น

ต่อข้อถามถึงกรณีนายอัจฉริยะมาระบุว่ามีตำรวจรับสินบน 300,000 บาท รองผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่มอบหมายให้ตำรวจ จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบเพิ่มเติม และถ้าพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ก็จะดำเนินคดีทันที

ส่วน พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. กล่าวถึงความเชื่อมโยงคดีค้ามนุษย์ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร พร้อมส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ และอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ หลังมีข่าวว่ามีผู้หญิงเคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกับน้องหญิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนจะนำค้อนที่พบในรถเทรลเลอร์มาตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจรอยแผลที่พบบริเวณศีรษะน้องหญิง กับลักษณะค้อนว่าตรงกันหรือไม่

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รองผบก.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.วีระชัย เหลืองวิไล รักษาการผกก.สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิกว่า 100 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางคู่ขนานสะพานกลับรถ หลักก.ม.13 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ จุดเกิดเหตุ เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเดินปูพรมหานานกว่า 2 ชั่วโมง พบท่อนไม้ จึงเก็บไว้ตรวจสอบต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวน สภ. บางปะอิน จับกุมนายยุทธพงษ์ หรือท็อป แฟน น.ส.เป็ด หนึ่งในผู้ต้องหาได้แล้ว ก่อนนำไปสอบสวนอย่างละเอียด

สลด! แม่ชีชรา น้อยใจไม่ได้กลับบ้าน ใช้เชือกผูกขื่อห้องน้ำลาโลก ดับคาวัด

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 ก.ค. ร.ต.อ.จิรเดช หุ่นทอง ร้อยเวร สภ.เพ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุแม่ชีผูกคอเสียชีวิต ในห้องน้ำวัดเภตราสุขารมย์ที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายน้ำสลัดครีมเเละชีสซอสปลีก-ส่งรายใหญ่ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวร รพ.ระยอง และ หน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลจุดบ้านเพ เดินทางตรวจสอบทันที พบพระภิกษุและชาวบ้านจำนวนหนึ่ง กำลังยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณทางเจ้าหน้าห้องน้ำ

ตรวจสอบพบภาพสุดสลดกับร่างของแม่ชีที่ใช้เชือกผูกคอห้อยอยู่บนขื่อห้องน้ำ มีเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินล้มอยู่ที่พื้นห้องน้ำ จึงช่วยกันนำร่างลงมา ตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย มีเพียงรอยเชือกที่ลำคอถูกแรงกระตุกของเชือกที่รัดอย่างแรง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชม. จึงนำศพส่ง รพ.ระยอง เพื่อชันสูตรต่อไป

สอบถามแม่ชีในวัด เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต บ่นให้ฟังก่อนเสียชีวิตว่าอยากกลับบ้านแต่ลูกไม่ยอมมารับ จึงเกิดอาการน้อยใจ ประกอบกับผู้เสียชีวิตป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก่อนหน้าแล้ว จึงอาจเป็นสาเหตุของแรงจูงใจในการผูกคอลาโลก

ด้านพระสงฆ์ เปิดเผยว่า แม่ชีที่เสียชีวิตคือ แม่ชี จินตนา สุวรรณวงศ์ อายุ 65 ปี ก่อนพบศพรับแจ้งว่าแม่ชีจินตนา หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็น จึงช่วยกันตามหา จนกระทั่งพบว่าห้องน้ำที่อยู่ในวัดล็อกประตูอยู่ 1 ห้อง จึงเรียกและเคาะแต่ไม่มีเสียงตอบ นำกุญแจมาไขออก พบว่าแม้ชีจินตนาใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบทันที

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ และ การชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย จึงสรุปเป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต