realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: ตุลาคม 2018

ยิงสนั่นร้าน! หนุ่มกู้ภัยแค่มองหน้าโดนฆ่าต่อหน้าลูก-เมีย ลูกค้าโดนลูกหลงเจ็บอีกราย

วันที่ 30 ต.ค. ร.ต.อ.วรากร สายแวว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 รายถูกส่งตัวมารักษา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี พ.ต.ท.ชวาลย์ วงษ์รอด รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.สนอง จันทร์มาก สวป.และกำลังฝ่ายสืบสวน

เมื่อไปถึงผู้บาดเจ็บรายแรกคือ นายเอกชัย รักษาธรรม อายุ 39 ปี บ้านอยู่ ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ถูกยิงเข้าบริเวณลำคอ 1 นัด กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่อาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา รายที่สองคือ นายธนศักดิ์ จิตสุภา อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายม้วน EPE โฟม โฟมกันรอยคุณภาพดีรายใหญ่ ถูกยิงเข้าหลังมือซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุฝ่ามือ ส่วนรายที่ 3 คือ นายวิไล พลธรรม อายุ 61 ปี ชาวบ้าน ต.ดงกระทงยาม อ.ศรีมหาโพธิ ถูกยิงเข้าโคนขาซ้ายกระสุนฝังใน

ร.ต.อ.วรากร เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า สามีทำงานส่งน้ำแข็ง และยังเป็นหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี ก่อนเกิดเหตุสามีพาตนกับลูกและเพื่อนไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ซึ่งมีดนตรีสด ระหว่างนั้นสามีได้ลุกขึ้นเต้น ปรากฎว่าสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ และได้เดินผ่านโต๊ะมองหน้าทำให้สามีลุกเดินตามไป แต่ถูกชายหันกลับมาจ่อยิงทรุดล้มลง หน่วยกู้ภัยรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉินแต่เสียชีวิตในที่สุด

ร.ต.อ.วรากร กล่าวต่อว่า ส่วนผู้บาดเจ็บรายที่ 2 สอบสวนทราบว่าไปนั่งดื่มกินที่ร้านประจำบุรี เช่นกัน ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด และพบว่ามือถูกกระสุนปืนยิงทะลุฝ่ามือ จึงรีบมาโรงพยาบาล สำหรับรายที่ 3 ทราบว่ากำลังนอนเฝ้าเครื่องสูบน้ำที่นา แล้วถูกคนในหมู่บ้านเดียวกันบุกมาใช้ปืนยิงแล้วหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจเร่งสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายคดียิงกันที่ร้านประจำบุรีแล้ว ส่วนรายที่ 3 เหตุเกิดในท้องที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งได้ประสานให้มาสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายแล้วเช่นกัน

เจอกกน.เมียตกในห้องชู้! ด.ต.ปืนโหดบุกตามเมีย เห็นภาพบาดตา รัวยิงหนุ่มดับคาที่

ด.ต.หึงโหด กระหน่ำยิงชายชู้ดับคาห้องเช่า หลังตามพบภรรยาลอบมานอนกับ ชู้ เผยภรรยาเป็นครู ระแคะระคายมานานนับปี และเคยทะเลาะกันถึงเรื่องนี้ด้วย สารภาพรัวยิงหมดโม่ด้วยความโกรธ หลังเปิดประตูห้องพบนอนกับชู้ และกางเกงในผู้หญิงตกอยู่

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ร.ต.อ.บัญญัติ จันทะเล็ก พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย บริเวณห้องเช่าหมายเลข 10/1 ที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตเเละสกรีนกล่องเมล่อนราคาถูก ถนนผดุงม่วยต่อ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบและรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายทรงชัย ชัยเทพ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.1 ต.ผ่าบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สภาพนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดกับพื้นห้อง บริเวณลำตัวมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตตกอยู่ นอกจากนี้ ภายในห้องยังมีเศษเสื้อผ้าและสิ่งของ บางส่วนถูกไฟไหม้ ลักษณะเป็นการวางเพลิงเพื่อเผาทำลายหลักฐาน แต่เพลิงไม่ได้ไหม้ลุกลามไปยังที่อื่นแต่อย่างใด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ด.ต.สมบูรณ์ ใจเมือง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน และเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ โดยเมื่อตำรวจสายตรวจเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบด.ต.สมบูรณ์เดินออกมาจากห้องที่เกิดเหตุ และบอกว่าไม่ได้ยินเสียงปืนตามที่มีการแจ้งเหตุ ตำรวจจึงไปตรวจยังจุดบริเวณใกล้เคียง

สอบสวนทราบอีกว่า ต่อมาไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนในห้องดังกล่าวดังขึ้นอีก 4 นัด จึงได้กลับมายังห้องที่เกิดเหตุ กระทั่งพบ ด.ต.สมบูรณ์ นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์สวนออกไป และเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นดังกล่าว

ต่อมาเวลา 00.23 น.คืนเดียวกัน ด.ต.สมบูรณ์ได้เดินทางเข้ามอบตัวแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายทรงชัยจนเสียชีวิต โดยคืนวันเกิดเหตุตนเองกลับจากดื่มสุรา เมื่อมาถึงบ้านก็ไม่พบภรรยา จึงออกติดตามไปยังห้องพักของนายทรงชัย และตะโกนเรียกให้เปิดประตู

แต่นายทรงชัยไม่ยอมเปิด ตนจึงใช้ปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ซึ่งเป็นปืนหลวง เคาะที่กระจกบานเกร็ดเข้าไปในห้อง และพบว่าภรรยาอยู่ในห้องและมีกางเกงในผู้หญิงตกอยู่ โดยนายทรงชัยได้เข้ามาชกต่อยตน เนื่องจากว่าตนเป็นคนตัวเล็กและสู้ไม่ได้ จึงใช้ปืนที่พกมาด้วยกระหน่ำยิงนายทรงชัย 6 นัด จนล้มลง

ด.ต.สมบูรณ์ ให้การอีกว่า และด้วยความโกรธ ตนได้บรรจุกระสุนใหม่อีก 6 นัด กระหน่ำยิงไปที่ร่างของนายทรงชัยจนหมดลูกโม่ โดยไม่ได้สนใจว่า กระสุนปืนจะถูกเข้าบริเวณจุดไหนบ้าง ต่อมาเมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ด้วยความสำนึกผิด จึงตัดสินใจเดินทางมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบว่า นายทรงชัย มีอาชีพขับรถตู้ และได้ลอบเป็นชู้กับภรรยาของ ด.ต.สมบูรณ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวจ.แม่ฮ่องสอน โดยพื้นเพเดิมเป็นคนบ้านผาบ่อง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับนายทรงชัย โดย ด.ต.สมบูรณ์ได้ระแคะระคายเรื่องดังกล่าวมานานนับปี และมีการทะเลาะกับภรรยาหลายครั้ง

สอบสวนทราบอีกว่า แต่ภรรยายังไม่ยอมหยุดที่จะคบกับนายทรงชัย จนในคืนวันเกิดเหตุ เมื่อกลับบ้านไม่พบภรรยาและเกิดฝนตกหนัก จึงได้ตามมายังห้องพักของนายทรงชัย และพบภาพบาดตาจนบันดาลโทสะ และเกิดเหตุยิงชายชู้จนเสียชีวิตดังกล่าว

ร้องลั่นรถ! ทัวร์พุ่งชนตอม่อ ร่างถูกอัดก็อปปี้ สังเวย 1 ศพ ผู้โดยสารเจ็บระนาว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ร.ต.อ.อาทิตย์ พูลไธสง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา เวลา 23.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ได้รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุมีรถทัวร์เฉี่ยวชนกับรถกระบะแล้วเสียหลักพุ่งชนเสาตอม่อทางยกระดับมอเตอร์เวย์ ถนนมิตรภาพ ช่วงทางโค้ง กม.81-82 ขาเข้านครราชสีมา ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญโปรด ประเสริฐศักดิ์ ผกก.สภ.หนองสาหร่าย พ.ต.ต.วิษณุ คำโนนม่วง สว.ส.ทางหลวง 1 กก.6 บก.ทล.นครราชสีมา พร้อมรถตรวจการณ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง หน่วยกู้ชีพจาก รพ.ปากช่องนานา เพื่อทำการช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ปรับอากาศ สีน้ำเงิน-ขาว ของ บริษัท สหพันธ์ ร้อยเอ็ดทัวร์ จำกัด สาย กรุงเทพฯ-พนมไพร ทะเบียน 10-3314 ร้อยเอ็ด เลขข้างรถ 941-1 สภาพด้านหน้ารถอัดติดกับเสาตอม่อทางยกระดับมอเตอร์เวย์ ขนาดใหญ่ พังยับเยิน บริเวณด้านหน้ารถพบศพนางกิ่งดาว เทพพิทักษ์ อายุ 45 ปี พนักงานบริการประจำรถ ถูกอัดติดกับซากรถเสียชีวิต และพบผู้บาดเจ็บ คือนายอนุชา ป่าตอง อายุ 48 ปี คนขับรถทัวร์ และผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันลำเลียงออกมาจากรถ 25 ราย รีบนำส่ง รพ.ปากช่องนานา 19 ราย และรพ กรุงเทพ-ปากช่อง 4 ราย มีอาการอาการสาหัส ถัดมาพบรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ทะเบียน กบ-9066 สระบุรี เกยอยู่บนแบริเออร์คอนกรีตข้างทาง กระบะด้านขวาช่วงท้ายถูกเฉี่ยวชนจนพังยุบ พบ ร.อ.วัลลภ ขันติ อายุ 40 ปี ผู้ขับขี่ และ นางฉวีวรรณ ขันติ ภรรยาเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปติดกล่องพิมพ์ลายราคาถูกรายใหญ่ ได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบสวนผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบว่า นั่งรถทัวร์มาจากท่ารถหมอชิต 2 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าจะ จ.นครราชสีมา ขณะมาถึงหน้าทางเข้าสวนท้าวสุรนารี ลงเนินและทางโค้งซ้าย ซึ่งริมถนนด้านขวามีการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ซึ่งมีแผงกั้นขอบทางรถทัวร์ได้เฉี่ยวชนกับรถปิกอัพ จนเสียหลักพุ่งออกด้านขวาชนแผงเหล็กกั้นข้างทางและพุ่งชนเสาตอม่อขนาดใหญ่ ผู้โดยสารต่างร้องลั่นด้วยความตกใจและกลัว จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งข้อหาฝ่ายใดประมาท ที่ผ่านมาในช่วงการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ ช่วงเกาะกลางขนานถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ กม. 70 ถึง กม.90 พบว่าที่ผ่านมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก ทั้งขาขึ้นและขาลง น่าจะเกิดจากการก่อสร้างนำวัสดุ ล้นออกมาเบียดบังช่องทางจราจร ทำให้ผู้ขับขี่พะวงถนนคับแคบ

ไม่รอด! โดนรวบถึงที่พัก หนุ่มบิ๊กไบก์ยกล้อ บิดเกือบ 200 กม.ต่อชม. เผยคึกคะนอง

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กชื่อ “BigBike” มีการโพสต์คลิปวิดีโอที่บันทึกภาพการรวมกลุ่มกันของคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์หลายสิบคัน ขับขี่ไปตามถนนเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย โดยปรากฏว่ามีผู้ขับขี่ที่ขับขี่ด้วยความเร็วเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยกล้อ ในช่วงที่ผ่านเขต อ.สันทราย และ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวอย่างกว้างขวางรุนแรง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ที่ไม่รู้เรื่องด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ สภ.ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายราชันย์ ติถะธรรม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ 1000 อาร์อาร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กญ 7611 กรุงเทพมหานคร เข้าสอบสวน หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ โดยติดตามตัวพบที่หอพักแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเทปใส สก๊อตเทปติดกล่องคุณภาพดีรายใหญ่ใน จ.ลำพูน

นายราชันย์ กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์คันดังกล่าวแล้วยกล้อบนถนนเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ตามที่ปรากฏในคลิปจริง โดยคลิปดังกล่าวถ่ายและเผยแพร่ลงในยูทูบตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.61 แต่ต่อมามีการผู้นำไปเผยแพร่ต่อและกลายเป็นประเด็นในโซเชี่ยลมีเดีย ตนยอมรับผิดและอยากจะขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก และจะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยกระทำการเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งด้วยความคึกคะนอง และต้องการถ่ายคลิปนำไปเผยแพร่ลงในยูทูบเพื่อสร้างรายได้ รวมทั้งโปรโมตร้านอาหารของตัวเองที่กำลังจะเปิด

นายราชันย์ กล่าวต่อว่า ครั้งล่าสุดตนเพิ่งขับบิ๊กไบก์ยกล้อเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้จะไม่ทำอีกแล้ว ส่วนคนขับบิ๊กไบก์คนอื่นๆ ที่ปรากฏในคลิป ตนไม่รู้จัก เพราะตนเข้าร่วมตามที่ทราบว่ามีการนัดหมายเท่านั้น เนื่องจากปกติขับเพียงลำพังอยู่ที่ จ.ลำพูน

ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฐพล จันมะโน รอ ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด กล่าวว่า เบื้องต้นนายราชันย์ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิป จึงตักเตือนไม่ให้ก่อเหตุลักษณะนี้อีก ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน โดยจะทำสำนวนและส่งฟ้องศาลต่อไป ทั้งนี้ นอกจากถูกดำเนินคดีที่ สภ.ดอยสะเก็ด แล้ว ยังจะต้องถูกดำเนินคดีที่ สภ.สันทราย ด้วย เพราะก่อเหตุต่อเนื่องกันมา และจะติดตามหาตัวผู้ที่ก่อเหตุคนอื่นด้วย

ตำรวจจราจร ผงะ!! พบเพื่อนนอนเสียชีวิตคาตู้ เผย กำลังจะเลื่อนยศเป็น ‘ร.ต.อ.’ เดือนหน้า

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 ต.ค. พ.ต.ท.ไพรัตน์ วรรณี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ปุณญศิษฎ์ เกตุหนู จราจร สภ.เมืองปทุมธานี ว่า ขณะจะมาเข้าเวร พบเพื่อนตำรวจนอนเสียชีวิตภายในตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ซอยใจเอื้อที่อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี จึงมาในที่เกิดเหตุพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในตู้ควบคุมสัญญาณไฟ พบศพ ร.ต.ท.ปรีชา บุญรอด อายุ 58 ปี ตำแหน่ง รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองปทุมธานี สภาพนอนหงายอยู่ที่พื้นข้างโต๊ะทำงาน จากการสอบถาม ด.ต.ปุณญศิษฎ์ เกตุหนู จราจร สภ.เมืองปทุมธานี กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังจะมาเข้าเวรต่อ ก็พยายามเปิดประตู แต่ว่าเปิดไม่ได้ เมื่อโทรศัพท์เข้าไปก็ไม่มีคนรับสาย จึงเรียก สิบตำรวจโทธนดล เดสูงเนิน อายุ 24 ปี จราจร สภ.เมืองปทุมธานี ขณะออกเข้าเวรด่านมั่นคงบริเวณถนน 345 ให้นำกุญแจมาเปิด จึงพบว่า ร.ต.ท.ปรีชา ซึ่งเข้าเวรตั้งแต่เวลา 18.00 น. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นอนหงายแน่นิ่ง จึงได้ปั้มหัวใจ เพราะเสียชีวิตไปก่อนหลายชั่วโมงแล้ว

ด้านพ.ต.ท.ไพรัตน์ ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสอบถามญาติ ทราบว่าผู้ตายเคยบอกว่า เจ็บหน้าอก และปวดหัว แต่ก็ไม่คิดว่า จะมาเสียชีวิตขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผู้ตายกำลังจะเลื่อนยศเป็น ร.ต.อ. ภายในเดือนพ.ย.นี้ เพื่อนร่วมงานต่างบอกว่า ร.ต.ท.ปรีชา เป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด ส่วนร่างได้มอบให้กู้ภัยส่งนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบให้ญาติมารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป