realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: กุมภาพันธ์ 2019

หนุ่มไทยใหญ่ เข้าห้ามคนตีกัน ถูกอัดน่วมจนสลบ ฟื้นมาโดนเตะซ้ำ คอหักตาย

หนุ่มไทยใหญ่ เข้าห้ามคนตีกัน ถูกอัดน่วมจนสลบ ฟื้นมาโดนเตะซ้ำ คอหักตาย

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ขุนหาญ พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณถนนภายในโรงแรมรัตนโกสินทร์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.วิสูตร วงค์ใหญ่ รอง ผกก.หัวหน้าสอบสวน สภ.ช้างเผือก รวมทั้งชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเวียงพิงค์เชียงใหม่

ที่เกิดเหตุพบว่า ผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง ร.พ.แมคคอร์มิค แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือนายชาย ลุงคำ อายุ 29 ปี ชาวไทยใหญ่ เป็นพนักงานเสิร์ฟสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และเป้นตัวแทนนำเข้า เครื่องจักร เครื่องปั้มไดคัท และเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษ บ้านเดิมเลขที่ 5/49 ซอย 2 ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ใบหน้าถูกชกจนบวมช้ำและคอหัก เพราะถูกของแข็งอย่างแรงที่ก้านคอจนคอหักเสียชีวิต

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบพยานที่เห็นเหตุการณ์ 2 คน ให้การว่า นายชาย เข้าไปห้ามปรามการชกต่่อยระหว่างวัยรุ่นไทยกับวัยรุ่นไทยใหญ่ ก่อนถูกวัยรุ่นไทยชกเข้าที่ใบหน้าและศีรษะจนล้มลง แล้วถูกเตะซ้ำบริเวณก้านคอและศีรษะจนหมดสติ พอฟื้นขึ้นมาได้ นายชายยังเดินเข้าไปเจรจากับกลุ่มวัยรุ่นคนไทย และเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง

จากนั้นวัยรุ่นคนไทยได้ชกเข้าที่ใบหน้านายชายและศีรษะ จนนายชายล้มลงและถูกเตะเข้าก้านคอ ลำตัว ศีรษะ จนสลบและไม่หายใจ พยานที่เห็นเหตุการณ์จึงแจ้งให้กับหน่วยกู้ภัยมาที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงนำตัวนายชายส่งโรงพยาบาล และแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ทางตำรวจกำลังตรวจเช็คกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุว่า ช่วงเกิดเหตุมีผู้กระทำความผิดกี่คน เพื่อจะได้ติดตามตัวมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ รวมทั้งจะตรวจสอบว่าที่เกิดเหตุมีใบอนุญาตให้เปิดสถานบริการหรือสถานที่บันเทิงถึงกี่โมง เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถภายในโรงแรม และหากตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงหรือสถานบริการ มีการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีกันต่อไป

สำหรับสาเหตุเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นคนไทยและกลุ่มวัยรุ่นไทยใหญ่ มาเที่ยวสถานบันเทิงในโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเกิดเขม่นกันและชกต่อยกันในสถานบันเทิงก่อน ต่อมามีการออกมาต่อยกันตัวต่อตัวด้านนอก ส่วนผู้ตายได้เข้ามาห้ามปราม แต่ถูกวัยรุ่นคนไทยชกและเตะซ้ำจนคอหักตาย ตอนนี้ทางตำรวจทราบชื่อผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใคร และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อให้แน่ชัดก่อนจะขออนุมัติหมายจับและไปจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

โชเฟอร์สองแถวหัวร้อน มอบตัว ยอมรับฉุนโดนปาดหน้า เชื่อคนขับไม่ใช่ผู้หญิง!

จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอที่รถสี่ล้อแดงรับจ้างคันหนึ่งขับเร่งตามจี้ท้ายรถเก๋งคันหนึ่งจากนั้นคนขับรถสี่ล้อแดงได้ถือมีดขนาดยาวไว้ในมือแล้วชูออกมานอกตัวรถ พร้อมกับกวัดแกว่งท่าทางคล้ายหาเรื่องและเรียกให้คนขับรถเก๋งจอด ซึ่งเหตุเกิดบนถนนมณีนพรัตน์ แถวร้านจำหน่าย น้ำสลัด และชีสซอสทั้งปลีกและส่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.62 นั้น

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ นายบุญเนียม บุญทา ประธานประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด นำตัวนายสน นิยมรัตน์ อายุ 69 ปี ชาวอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ คนขับรถสี่ล้อแดงรับจ้างที่ก่อเหตุดังกล่าว เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและถูกแจ้งข้อกล่าวหา

โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานความผิดพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุสมควร โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทและศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากสอบสวนพบว่ามีการขับรถปาดหน้าคู่กรณีจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกฐานความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

ทั้งนี้นายสน ยอมรับว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยในวันเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่ในรถจำนวน 1 คน กำลังจะขับไปส่งที่โรงพยาบาลสวนดอก ในช่วงก่อนเกิดเหตุถูกขับรถปาดหน้าและถูกบีบแตรใส่ด้วยความโมโหและโกรธ จึงขับตามไปและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าคนที่ขับรถยนต์เก๋งคู่กรณีนั้น เป็นผู้ชายอย่างแน่นอน ไม่ใช่ผู้หญิง เพราะหากเป็นผู้หญิงคงจะไม่ขับรถและกระทำลักษณะดังกล่าวกับตัวเอง และตัวเองคงไม่ก่อเหตุเช่นนั้น อย่างไรก็ตามยอมรับผิดและขอโทษกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย

ขณะที่ประธานประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนี้รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดเหตุขึ้น ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจและเร่งดำเนินการตรวจสอบและติดตามหาตัวคนขับรถสี่ล้อแดงคนดังกล่าวจนพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยยอมรับว่าก่อเหตุจริง ซึ่งได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ลงโทษรุนแรงถึงการให้พ้นสภาพสมาชิก ส่วนการดำเนินการในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนี้ไปให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าทางสหกรณ์ฯ มีการควบคุมดูแลและเน้นย้ำกำชับเรื่องมาตรฐานและมารยาทในการให้บริการกับสมาชิกอยู่เสมอ

ด้านพันตำรวจเอกปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นการกระทำของเพียงบางคนเท่านั้น โดยหลังจากที่ทราบเรื่องได้เร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ขอความร่วมมือจากคนขับรถสี่ล้อแดงให้ช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก.เรื่องนี้ส่งฟ้องศาล จะได้เข็ดหลาบ

 

สลด! รปภ. มุดท่อระบายน้ำ หาปลา โชคร้าย! หาทางออกไม่เจอ ดับทุรน ตัวเกร็ง

สลด! รปภ. มุดท่อระบายน้ำ หาปลา โชคร้าย! หาทางออกไม่เจอ ดับทุรน ตัวเกร็ง

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 12 ก.พ. ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ จิตติราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในคูน้ำริมถนนทางเข้าโรงพยาบาลพุทธมณฑล หมู่1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล  หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับัญชาทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อม แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธมณฑล หน่วยประดาน้ำจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบจักรยานและรองเท้าวางอยู่บนถนน ห่างกันเล็กน้อย ที่บริเวณริมตลิ่งพบหมวกแก๊ป 1 ใบ และตาข่ายดักปลา วางอยู่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ โดยข้าวของดังกล่าวนั้นวางอยู่ใกล้ปากท่อระบายน้ำ ที่มีขนาดความกว้างกว่า 1 เมตร ซึ่งเป็นท่อที่ต่อมาจากถนนสายนครชัยศรี – ศาลายา เจ้าหน้าที่หน่วยประดาน้ำจากมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง สวมใส่ชุดประดาน้ำงมหาร่างผู้เสียชีวิต

โดยมุดเข้าไปในปากท่อ ประมาณ 30 เมตร จึงพบศพและช่วยกันนำขึ้นไว้บนฝั่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายทองดี คำหัน อายุ 49 ปี ตรวจสอบพบอยู่ในสภาพตัวเกร็ง ตามร่างกายเริ่มแข็ง ไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

จากการสอบสวน นายถาวร โชคคูณ อายุ 42 ปี พนักงงานโรงงานรับผลิต กล่องใส่เมล่อนและกล่องเมล่อน  ลูกเขยของนายทองดีผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.อยู่ที่ศูนย์การค้า ศาลายามอลล์ หลังออกเวรเลิกงานตั้งแต่ในช่วงเวลา 06.00 น. ได้ขี่รถจักรยานคู่ใจ ออกมาหาปลา จนกระทั่งผ่านไปเกือบวันแล้วก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงออกตามหา หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ

จนกระทั่งมาเจอรถจักรยานจอดอยู่ เห็นตาข่ายวางอยู่ริมปากท่อ จึงคาดว่าเข้าไปหาปลาแน่นอน จึงแจ้ง ตำรวจทันที เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นายทองดี ได้มุดเข้าไปในท่อระบายน้ำ เพื่อหาปลามาเป็นกับแกล้มหรืออาหารเย็น แต่เมื่อเเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่เจอ ประกอบกับไม่มีอากาศหายใจที่เพียงพอ ขาดอากาศเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นได้ส่งศพชันสูครหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เจอแล้ว ผญบ.รูปหล่อ หาย9วัน เป็นศพในรถจมคลอง ญาติยังคาใจ

พบแล้วผู้ใหญ่บ้านคนดัง อ.เดิมบางนางบวช หลังจากหายตัวไป 9 วัน ขับรถตกคลองข้างทางกลายเป็นศพ แต่ญาติสงสัยอุบัติเหตุแน่หรือ ภรรยาเผยสามีเป็นคนเจ้าชู้รูปหล่อ ปากหวาน มีสาวแก่แม่ม่ายติดพันเยอะ

จากกรณีนายอำนวย สัจจะเวทะ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช หายตัวไปพร้อมกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นเซเลลิโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน กท.2150 สุพรรณบุรี ซึ่งขับรถออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 22.00 น.คืนวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา และโทรศัพท์ก็ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ โดยนางวาสนา สัจจะเวทะ อายุ 48 ปี  ภรรยานายอำนวย ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เดิมบางนางบวช เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายอำนวยมีเงินสด รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนหนึ่งติดตัวไปด้วย เกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย อุบัติเหตุ หรือถูกฆาตกรรม

ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.พ.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบรถเก๋งสีน้ำเงิน ตกอยู่ในคลองริมถนนสายปากน้ำสายเก่า ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงงานจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท ราคาถูก จึงพร้อมนายวัฒนา ยั่งยืน นายอำเภอเดิมบางนางบวช พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ สังข์แสง รอง ผกก.สส.สภ.เดิมบางนางบวช พ.ต.ท.นิยม สุ่นวงษ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี หน่วยกู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี พร้อมด้วยรถยก ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีน้ำเงินโผล่มาแต่หลังคาด้านท้าย จึงใช้รถยกกู้ภัยลากขึ้นมา

พบเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นเซเลลิโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน กท.2150 สุพรรณบุรี ภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบศพนายอำนวย สัจจะเวทะ อายุ 48 ปี ผู้ใญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช ที่หายตัวไป อยู่ในสภาพเน่าเฟะจนบางส่วนเห็นถึงกระดูก ภายในรถพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยาการเข้ามาเพื่อตรวจสอบพิสูจน์ โดยมีนางวาสนา สัจจะเวทะ ภรรยาของนายอำนวย รวมถึงบรรดาญาติๆ และผู้นำชุมชนในพื้นที่มาดูศพ ร่ำไห้ ยืนยันว่า เป็นนายอำนวยที่หายไป

นางวาสนา สัจจะเวทะ อายุ เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า หลังจากที่สามีหายตัวไปเป็นเวลา 9 วัน ตนก็เครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึ่งออกตามหาทุกวัน รวมถึงเพื่อนบ้าน ญาติก็ช่วยกันทุกทาง จนเมื่อเช้านี้ทางชาวบ้านได้ไปรวมตัวกันออกตามหา และมีการขอปิดน้ำจากชลประทานเพื่อดูเส้นทางตามคลอง เกรงว่าสามีจะขับรถตกคลอง เพราะเป็นคนขับรถเร็วมาก และเคยประสบอุบัติเหตุขับรถตกคลองมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังก้มลงไปเก็บโทรศัพท์

“วันนี้พอปิดการระบายน้ำในคลอง น้ำลดลง ก็พบรถยนต์ของสามีจริงๆ ตอนนั้นตัวเองและลูกชายวัย 3 ขวบ ตกใจได้แต่ร่ำไห้ตลอดเวลา ส่วนที่บ้านก็ไม่ได้มีธุรกิจอะไร มีรถเกี่ยวข้าว 1 คัน มีรถเย็นส่งหมู 1 คัน และก็เป็นผู้ใหญ่บ้านมากว่า 8 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่ มา 4 ปี เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูงและชาวบ้าน ช่วงหลังก็เป็นโรคความดัน ไม่ค่อยไม่ได้ดื่มสุรา กินแต่น้ำอัดลม”

ส่วนประเด็นการเสียชีวิตครั้งนี้ ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะสามีมักจะขับรถออกจากบ้านไปเที่ยวสังสรรค์เป็นประจำอยู่แล้ว และจะกลับบ้านช่วงเช้ามืด ซึ่งก็คิดว่าการเกิดเหตุครั้งนี้ สามีตนอาจหลับใน หรือ ขับรถเร็วจนเสียหลักแล้วพุ่งตกลงคลอง แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นายเฉลิม จันทร์ลอย อายุ 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.12 ต.หัวเขา เพื่อนของผู้ใหญ่อำนวย เปิดเผยว่า ผู้ใหญ่อำนวยเป็นคนดี มีน้ำใจ เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านในพื้นที่ ไม่เคยวิวาทกับใคร ขยันทำงานดี หลังจากหายตัวไป บรรดาเพื่อนๆ ก็พยายามออกตามหา ประสานกับตำรวจ กู้ภัย ก็ไม่มีวี่แวว หลายคนก็คิดกันไปต่างๆ นานา หลายประเด็น จนมาพบศพในวันนี้ ก็คาดว่าผู้ใหญ่อาจขับรถตกคลอง แล้วไม่มีใครมาพบ เพราะคลองนี้น้ำลึกมาก จนวันนี้ชาวบ้านก็เลยไปขอให้ชลประทานลดการระบายน้ำในคลอง กระทั่งพบศพดังกล่าว.