realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: พฤษภาคม 2019

หนุ่มทวงเงินฟ้องหย่า! กลับโดนยิงแต่ไม่ออก โดดแย่งลั่นเข้ารถ เชื่อบารมีกระดูกพ่อ-แม่

วันที่ 30 พ.ค. ร.ต.อ.เดชาธร คำมิ่ง รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าโรงเรียนวัดป่าโค หมู่ 7 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุพบ ว่าที่ ร.ต.ธนะพัฒน์ สิริบุณนิโรจน์ อายุ 49 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสาร ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย มีบาดแผลเป็นรอยขีดข่วนและพกช้ำ อยู่ในอาการตกใจ นอกจากนี้ยังพบว่ารถเก๋งที่จอดอยู่หน้าโรงเรียน ของนักศึกษาฝึกสอนของโรงเรียนได้รับความเสียหาย ถูกกระสุนปืนยิงจนยางรถด้านหลังขวาแตก ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย เป็นคู่กรณีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง ร.พ.พระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ จิตรประศาน อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปควบคุมตัว

จากการสอบสวน ว่าที่ ร.ต.ธนะพัฒน์ ให้การว่า ตนมีอาชีพเป็นพ่อขายครกสินค้าโอท๊อป ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินทางมาพบ นายสมศักดิ์ ที่หน้าโรงเรียนเพื่อทวงถามเงินค่าสินไหมจาก นายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นเงินค่าสินไหมจากคำสั่งศาลที่มีการฟ้องร้องกันในคดีฟ้องหย่าภรรยาเก่าของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นภรรยาคนปัจจุบันของตน ให้ชดใช้เงินจำนวน 300,000 บาท แต่มีการต่อรองจนเหลือ 100,000 บาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาท แต่ นายสมศักดิ์ ไม่ยอมจ่ายมาเป็นเวลา 2 เดือน ตนจึงได้เดินทางมาทวงถาม

หลังทราบว่านายสมศักดิ์ ขับรถตู้รับจ้างรับส่งส่งนักเรียน เมื่อทวงเงิน นายสมศักดิ์ กลับบอกว่า “มึงไม่จบใช่ไหม ให้รอเดียวจะเอาเงินมาให้” จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ขับรถออกไปแล้วกลับเข้ามาจอด ก่อนเปิดประตูรถ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะหยิบเงิน แต่กลับหยิบอาวุธปืนลูกซองยาวออกมาขึ้นลำ ยิงใส่ตแต่ยิงไม่ออก ตนจึงตัดสินใจเข้าไปแย่งอาวุธปืน จับปลายอาวุธปืน นายสมศักดิ์ พยายามขึ้นลำอีกครั้งจึงเข้าไปกอดปล้ำ และร้องให้คนมาช่วย

จนอาวุธปืนตกกระแทกพื้นกระสุนปืนลั่นไปถูกรถเก๋งที่จอดอยู่จนยาวแตก ก่อนเกิดการชกต่อยกัน เจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงเรียนมาช่วยหยิบเอาอาวุธปืนหนีออกไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตนเชื่อว่าอาวุธปืนลูกซองที่ยิงไม่ออก เพราะบารมีของกระดูกของพ่อแม่ แร่เขาควายที่คล้องคอเอาไว้คุ้มครอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จได้สอบสวนคู่กรณี ก่อนดำเนินการต่อไป

สลดพนักงานรพ.สระบุรี ขี่จยย.ไปกดเงิน โดนหนุ่มถอยสิบล้อทับดับ คนขับอ้างมองไม่เห็น

สลดพนักงานรพ.สระบุรี ขี่จยย.ไปกดเงิน โดนหนุ่มถอยสิบล้อทับดับ คนขับอ้างมองไม่เห็น

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.ชูเชิด อนันต์ถลุง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเหตุรถสิบล้อชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต บนถนนพหลโยธินขาล่องเข้า กทม. กิโลเมตรที่ 113 ก่อนถึงร้านจำหน่าย เทปใส และสก๊อตเทป ราคาถูก  หมู่ 1 ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.สระบุรี รุดไปที่เกิดเหตุ กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน สระบุรี

พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีน้ำเงิน ทะเบียน ขจพ-833 สระบุรี มุดอยู่ใต้ท้องรถสิบล้อบรรทุกดิน ทะเบียน 85-7599 สระบุรี ใต้ล้อรถสิบล้อมีเศษซากหมวกกันน็อกแตกเละ รองเท้าแตะผู้หญิง

พบร่าง นางสาคร ปิยะโสม อายุ 49 ปี เสียชีวิตใต้ท้องรถสิบล้อ นายอภิสิทธิ์ ปิยะโสม อายุ 52 ปี  สามีผู้ตาย เมื่อทราบข่าวออกมาดูศพ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ บอกว่า ภรรยาเป็นพนักงานอยู่โรงพยาบาลมิตรภาพสระบุรี ภรรยาบอกว่าจะออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มในเมือง ก็มาเกิดเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน นายปริญา ศิลา อายุ 22 ปี คนขับสิบล้อ อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 7 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เผยว่า ตนรับดินมาจาก ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี กำลังจะนำดินไปลงส่งที่ห้วยบง ใกล้ๆทางลงนี้

แต่ขับรถเลยทางเข้านิดหนึ่งจึงหยุดรถ และถอยหลังเพื่อจะเลี้ยวเข้าทางเข้า แต่ไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านหลัง ทำให้ถอยทับจนมีผู้เสียชีวิต

หนุ่มคลั่ง อาละวาดทำลายข้าวของร้านสะดวกซื้อ ขี่จยย.ประกบค้อนไล่ทุบหนุ่มสาว

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 11 พ.ค. ศูนย์วิทยุสภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีชายเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในร้านสะดวกซื้อ สาขาตลาดนัดบ้านแพ้ว หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งอยู่ติดกับร้านกล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ ราคาถูก และใช้ฆ้อนไล่ทำร้ายชาวบ้านที่สัญจรไปมาในเส้นทางใกล้เคียง จึงแจ้งให้ร.ต.ท.ณัฏพล มีสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านแพ้ว โดยในที่เกิดเหตุภายในร้านสะดวกซื้อ พบข้าวของหล่นลงมากระจัดกระจายเต็มพื้น ส่วนพนักงานภายในร้านก็ยังอยู่ในอาการตกใจ

จากการสอบถามพนักงานรายหนึ่ง เล่าว่า คนก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี สวมใส่เสื้อและกางเกงลายพราง เดินเข้ามาแล้วก็พูดว่า “พวกมึงเข้ามาในห้องกูทำไม” จากนั้นก็พังข้าวของจนกระจัดกระจาย แล้วก็เดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย พวกตนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะชายคนนั้นคล้ายกับคนมีอาการคลุ้มคลั่งสติไม่ค่อยดี ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวมรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและจะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อและให้พนักงานภายในร้านไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาห่างจากเหตุการณ์แรกไม่ถึง 10 นาที ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ก็ได้รับแจ้งอีกว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าวัดธรรมจริยาภิรมย์ หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านสะดวกซื้อ จึงรีบไปตรวจสอบ ก็พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุมีลักษณะเหมือนกับชายคนที่เข้าไปทำลายร้านสะดวกซื้อฯ โดยก่อเหตุใช้ฆ้อนไล่ทำร้ายชาวบ้าน และพยายามจะทำร้ายคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างบ้าคลั่ง มีอาการตะโกนโวยวายตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านก็ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไว้

ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุเชษฐ์ เจียมฉวี อายุประมาณ 40 ปี เป็นคนในอำเภอบ้านแพ้ว เคยถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและเพิ่งจะพ้นคุกออกมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปไว้ที่ สภ.บ้านแพ้ว ส่วนผู้เสียหายที่ถูกไล่ทำร้ายร่างกาย ก็ให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เช่นเดียวกันกับพนักงานร้านสะดวกซื้อ

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกรายเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมด้วย คือ นายเกียรติศักดิ์ สุมโน อายุ 23 ปี พร้อมด้วยแฟนสาว โดยบอกว่า ถูกชายชุดลายพรางทำร้ายร่างกาย จากเส้นทางบ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ดูตัวนายสุเชษฐ์ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งนายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน

นายเกียรติศักดิ์ เล่าว่า ขณะที่ตนเองและแฟนออกมาซื้อของที่เซเว่นอีเลฟเว่น บ้านแพ้ว และขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้านพักในเขตตำบลหลักสองนั้น ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนป้ายแดง 8-2719 สมุทรสาคร ตามมาแล้วเบิ้ลเครื่องยนต์ใส่ แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไร จนผู้ก่อเหตุขับตามมาอีกแล้วสั่งให้ตนเองจอดรถ พร้อมกับบอกว่าขอดูใบอนุญาตขับขี่หน่อย ตนก็จอดถามกลับไปว่ามึงเป็นใครมาขอดูใบขับขี่ ผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้พูดอะไร

จากนั้นตนก็กำลังจะออกรถไปต่อ แต่แฟนสาวบอกให้จอดก่อน ตนก็นึกแฟนสาวรู้จักกับผู้ก่อเหตุ พอจอดรถผู้ก่อเหตุถามว่า “มึงฆ่าพ่อกูหรือ” แล้วเงื้อมมือขึ้นจะใช้ค้อนตีที่หัวของตนเอง แต่โชคดีที่ตนเองหลบทันจึงมาโดนที่แขนแทน แล้วผู้ก่อเหตุก็เดินไปกระทืบแฟนสาวเข้าที่บริเวณต้นคอและหลังอีกหลายที โชคดีที่มีชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นตนเองและแฟนสาวก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำนายสุเชษฐ์ หลังจากที่อาการคลั่งสงบลงแล้ว ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เลิกไม่ขาด! อาจารย์หนู ช็อกดับคากระท่อมหน้าบ้าน กว่าพี่จะมาเจอก็นอนตัวแข็งแล้ว

วันที่ 6 พ.ค. ร.ต.อ.ทักษิณ ขันทองดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต ที่กระท่อมหน้าบ้านเลขที่ 37 หมู่ 13 บ้านสวนขวัญ ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี จึงรุดไปตรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน, พญ.ณัฐา แป้นคุ้มญาติ แพทย์เวร ร.พ.ทัพทัน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานี (จุดลานสัก)

ที่เกิดพบศพ นายเฉลิม หรือหนู หมีใจ อายุ 40 ปี สภาพนอนหงายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางขาสั้นลายแดง-ดำ อยู่ในกระท่อม คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย และในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบถาม นายถวัล วังพลับ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้ตาย ทราบว่า ก่อนหน้านั้นผู้ตายมีอาชีพเป็นหมอสักยันต์ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและคนที่ชอบสักยันต์ในหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะเรียกว่า “อาจารย์หนู หมอสักยันต์ บ้านสวนขวัญ” หลังจากนั้นผู้ตายก็เดินทางเข้า กทม. ไปทำงาน ที่โรงงานผลิตกล่องกระดาษ และผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกและได้ติดเหล้าอย่างรุนแรงจนเป็นโรคตับแข็ง ทำงานไม่ไว้ ก่อนกลับมาอยู่บ้านกลับภรรยาตนที่เป็นพี่สาว พร้อมกับรักษาตัวไปด้วย

หลังจากนั้นผู้ตายก็หยุดกินเหล้าได้สักพัก จนมาเมื่อช่วงเทศการสงกรานต์ ตนเห็นผู้ตายกลับไปกินเหล้าอีก พอเมาก็มานอนที่กระท่อมหน้าเป็นประจำ เนื่องสภาพอากาศในบ้านร้อนจัด อย่างเช่นวันที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ตายกินข้าวแล้วก็มานอนเล่นอยู่เล่นที่กระท่อมหน้าบ้าน จนมาเมื่อช่วงเที่ยงวัน ภรรยาตนเห็นผู้ตายนอนนานจัด ก็ไปเรียกแต่ผู้ตายไม่ขานรับ ก่อนเขย่าตัวก้พบว่าตัวแข็งและเสียชีวิตไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ยาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

รถตู้โดยสาร พลิกคว่ำลงข้างทาง นักศึกษาสาว คอหักดับสลด

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 30 เม.ย. ร.ต.อ.ณัฐพล เพียรพิทักษ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุ รถตู้โดยสาร พลิกคว่ำลงร่องกลางถนนเพชรเกษม ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 109+300 หมู่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมืองราชบุรี ก่อนถึงโรงงานจำหน่ายฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท รายใหญ่แห่งหนึ่ง มีผู้โดยสารติดในรถจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายจำนงค์ จันทร์วงศ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอ.เมืองราชบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชานุกูล และมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์

ที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางถนนพบรถยนต์ตู้โดยสารสาย73 เพชรบุรี-กรุงเทพฯ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 16-0167 กรุงเทพฯ ในสภาพตะแคงซ้าย มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดในรถหลายคน ชาวบ้านกำลังช่วยกันนำร่างออกมาจึงรีบช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลราชบุรี จำนวน 12 คน

ส่วนอีก 1 คน เป็นหญิงอยู่ในชุดนักศึกษาระดับปวช. วิทยาลัยแห่งหนึ่งในราชบุรี อาการสาหัสช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแต่ยื้อชีวิตไว้ได้ เพราะมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งและคอหัก ทราบชื่อภายหลัง น.ส.กมลชนก สุขสว่าง อายุ 17 ปี อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถตู้โดยสารมีนายวรวุฒิ ลิ้มจินดา อายุ 43 ปี เป็นคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บด้วย รับผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ และรายทาง มุ่งหน้าไปจ.เพชรบุรี มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ให้รายละเอียดว่าตอนนั้นฝนกำลังปรอยๆหนักทำให้ถนนเปียก รถตู้ขับมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง ไม่มีไฟ ขี่ข้ามร่องกลางถนนในทางที่ชาวบ้านทำข้ามกันกันเอง แล้วพุ่งออกไปตัดหน้ารถตู้โดยสาร

คนขับจึงเบรกเสียงดังเอี๊ยด ก่อนรถตู้จะหมุนคว้างไปฟาดกับต้นไม้ร่องกลางและเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานรถตู้รับผู้โดยสารมาตามปกติ ถึงที่เกิดเหตุมีรถพ่วงข้างตัดหน้า คนขับเบรกแต่จากสภาพถนนที่เปียกและลื่น เพราะฝนทิ้งช่วงมาเดือนเศษ จึงทำให้รถตู้เสียหลักจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว