realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: กรกฎาคม 2019

ผัวเมียช็อกตัวสั่น กล้องหน้ารถจับภาพชายปริศนายืนขวาง-ทุบรถกลางถนน

ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์คันหนึ่งระหว่างขับมาตามถนนสายหลังวัดชากสมอ (สุขใจดี) ตรงข้ามกับโรงงาน เทปกาวขุ่น สก๊อตเทปขุ่น หมู่ 2 ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เผยภาพและเสียงของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่บังเอิญผ่านมาพบชายหนุ่ม 2 คนยืนอยู่กลางถนน ลักษณะคล้ายขอความช่วยเหลือ คนหนึ่งนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ ส่วนอีกคนยืนโบกรถอยู่กลางถนน แม้ฝ่ายภรรยาจะบอกให้สามีไม่ต้องจอด แต่เมื่อจะเบี่ยงรถออก ปรากฏว่าชายหนุ่มยังเดินตามมาขวางทางเอาไว้

จากคลิปดังกล่าวจะได้ยินเสียงทุบกระจกและข้างตัวรถ ภรรยาสาวตะโกนบอกสามีว่า “อย่าจอดเลย อย่าจอด! มันทุบรถแล้ว” ขณะที่ฝ่ายสามีก็บอกให้โทรแจ้งตำรวจ โดยที่ภรรยาก็สั่งให้ออกรถและขับต่อไป และเกรงว่าจะมีพรรคพวกตามมา ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านหลังหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถจักรยานยนต์ขี่ตามรถยนต์คันดังกล่าว ก่อนจะเลี้ยวย้อนกลับไป

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายกรกฏ อายุ 32 ปี คนขับรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมกับพาไปชี้ให้ดูรอยบุบและรอยทุบที่เกิดขึ้นบนกระจกบนรถ พร้อมโชว์ใบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ หลังจากนั้นได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุ ที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตรเท่านั้น

นายกรกฏ เปิดเผยว่า คืนวันเกิดเหตุหลังกลับจากกินเลี้ยงที่ร้านจิ้มจุ่มบ้านเพื่อน ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน ใกล้จะถึงที่หมายอยู่แล้ว มาเจอผู้ชาย 2 คนมีท่าทีลักษณะแปลกๆ คนหนึ่งยืนอยู่กลางถนนและโบกมือให้หยุด แต่แฟนสั่งให้ขับรถเลยไป เพราะดูไม่ค่อยปลอดภัย

แต่พอจะเบี่ยงรถออกทางขวา ปรากฏว่าเขาก็ตามมาปิดทางไว้ พร้อมกับทุบกระจกและข้างตัวรถ ด้วยความตกใจจึงพยายามขับรถหนี แต่พบว่าชายกลุ่มดังกล่าวยังขับรถไล่ตามมา เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านก็พบว่าได้เลี้ยวย้อนกลับรถไป โดยคาดว่าชายกลุ่มนี้น่าจะมาหาเพื่อนที่อยู่หอพักใกล้กับที่เกิดเหตุ

อีกทั้งไปสอบถามผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็สอบถามแล้วทราบว่า ชายกลุ่มนี้มาหาเพื่อน แต่เป็นพนักงานเก่าที่โดนไล่ออกไปแล้ว และไปหาเรื่องวงเหล้าแถวหน้าหอพักนั้น แต่เขาไม่เอาเรื่อง ตนยอมรับว่ารู้สึกกลัวมากจนตัวสั่น แฟนสาวกลัวหนักยิ่งกว่า จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาสอบสวนให้รู้แน่ชัดว่าเขาต้องการอะไร เพราะส่วนตัวไม่รู้จักและไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน

แม่โร่ร้องทนายดัง รพ.เอกชนปัดรักษาลูกชาย อ้างต้องวางเงินแสนก่อน

สาวใหญ่ร้องทนายรณรงค์ ข้องใจโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ไม่ยอมรับรักษาลูกชายประสบอุบัติเหตุ ทั้งที่เป็นกรณีฉุกเฉิน อ้างต้องวางเงินแสนก่อน สุดท้ายย้ายโรงพยาบาลและเสียชีวิตลง

เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ปรากฏว่า นางสังเวียน อายุ 40 ปี ได้เดินทางเข้าขอความเป็นธรรมต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จากกรณีที่ นายกนกพล อายุ 15 ปี ลูกชายได้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ทำให้สมองได้รับความกระทบกระเทือน

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามร้านขาย เทปใส และ เทปกาว แต่ทางโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา เพราะต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท จึงจะสามารถทำการรักษาได้ ซึ่งทางครอบครัวยืนยันที่จะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีประกันชีวิต และ พ.ร.บ.คุ้มครอง แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐ หากญาติไม่นำเงินสดมาวางก่อน

เหตุดังกล่าวจึงำทให้ลูกชายจำเป็นต้องย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ กระทั่งเสียชีวิตลงในวันถัดมา โดยแพทย์ลงความเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า กะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีฉุกเฉินตั้งแต่คราวแรก

นางสังเวียน กล่าวว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ปรากฏว่าถูกโรงพยาบาลปฎิเสธที่จะรักษา อ้างว่าต้องมีเงินสดนำมาวางก่อน จำนวน 100,000 บาท ทั้งที่ตนยืนยันว่าตนมีสิทธิประกันชีวิตและ พ.ร.บ. แต่โรงพยาบาลยืนยันจะเอาเงินสดหรือรูดบัตรเครดิตก่อน ถึงจะดำเนินการรักษาให้

ในตอนนั้นตนพยายามยื้อให้ทางโรงพยาบาลรักษาลูกชายไปก่อน และตนจะหาเงินสดมาวางให้ แต่ก็ยังถูกปฎิเสธ กระทั่งอาการของลูกชายวิกฤตหนักลง จนในที่สุดตนจำใจต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐ ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตลงในที่สุดในวันต่อมา เพราะมีอาการสมองฉีกขาด กะโหลกแตกร้าว โอกาสรอดแค่ 5% เท่านั้น

ทั้งนี้ ตนยังติดใจว่าลูกมีประกันชีวิตทำไมรักษาไม่ได้ ทำไมโรงพยาบาลต้องเรียกให้วางเงินสดถึง 100,000 บาท ก่อนจะทำการรักษา ขณะที่ในวันเดียวกันมีเคสอื่นที่เกิดอุบัติเหตุอาการคล้ายลูกของตน แต่ญาติฝ่ายเขาได้วางเงินจึงได้รับการรักษา แต่สำหรับลูกของตนไม่ได้รักษา ทำให้เสียชีวิตเพราะรักษาไม่ทันท่วงที และถ้าเป็นกรณีลูกคนอื่นที่เจอแบบนี้ก็ไม่สามารถใช้โครงการ UCEP ที่รัฐบาลออกได้ ถ้าไม่มีเงิน ตนจึงมาร้องเรียนเพราะมีคนอีกมากที่อาจเจอกับกรณีนี้แบบตน

ทางด้าน ทนายรณรงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาทำให้ลูกชายเสียชีวิต ทั้งนี้ต้องมีคำตอบ อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกเอกสารแจ้งว่า ฉุกเฉินต้องรักษาได้ แต่กรณีนี้เป็นเหตุฉุกเฉิน แต่กลับรักษาไม่ได้ เรื่องนี้ต้องให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เหตุดังกล่าวเด็กเกิดอุบัติเหตุอยู่ใกล้โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ที่สุด แต่กลับถูกปฎิเสธรักษาและพยายามส่งต่อโรงพยาบาลอื่น จนกระทั่งทำให้เด็กเสียชีวิตลง จึงต้องให้ทางศูนย์ดำรงธรรมเรียกโรงพยาบาลคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลังจากนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขตอบคำถามเรื่องนี้ว่ากรณีฉุกเฉินแบบนี้ทำไมถึงไม่ฉุกเฉิน

เบื้องต้น ทนายรณรงค์ ได้รับเรื่องพร้อมจะนำผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรีในวันนี้ (25 ก.ค.) เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ชาวบ้านกว่า 200 คน รุมกระทืบ รอง ผกก. เจ็บหนัก ไม่พอใจตำรวจวิสามัญคนร้าย

เวียงแหงเดือด ชาวบ้านกว่า 200 คน ไม่พอใจตำรวจวิสามัญหนุ่มมูเซอในคดียาเสพติด รุมกระทืบ รอง ผกก. เจ็บหนักเย็บสิบเข็ม ส่วนดาบตำรวจเข้าไปช่วย ถูกรุมตีจนช้ำไปทั้งตัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 23 ก.ค.62) พ.ต.ท.วิโรจน์ ปันตี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.เวียงแหง พร้อมชุดสืบสวน 6 นาย ออกตรวจสอบเป้าหมายการกระทำความผิดคดียาเสพติดในหมู่บ้านห้วยไคร้ใหม่ โดยใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน และ รถยนต์ 1 คันที่จอดข้างร้านขาย ฟิล์มยืดและฟิล์มพันพาเลท

ขณะที่ตรวจสอบในป่าท้ายหมู่บ้าน พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา คนซ้อนท้ายถืออาวุธปืนยาว เจ้าหน้าที่จึงให้หยุดและแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ทั้งคู่กลับจอดรถและชายซ้อนท้ายได้นั่งลงและใช้อาวุธปืนยาวประทับยิงใส่เจ้าหน้าที่จำนวน 2 นัด จนเกิดการยิงต่อสู้เพื่อป้องกันตัวจนถูกชายคนดังกล่าวเสียชีวิต

ตรวจสอบทราบชื่อว่า นายจะจือ จะอ่อ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีค้ายาบ้าและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังเกิดเหตุมีญาติผู้ต้องหาและชาวบ้านกว่า 200 คน ไปยังที่เกิดเหตุและเข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่ รุมทำร้าย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินทุบบริเวณศีรษะ พ.ต.ท.วิโรจน์ และ รุมทำร้าย ด.ต.ชัชวาลย์ วงค์หาญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เวียงแหง ที่พยายามเข้าไปช่วย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินขว้างใส่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน รวมทั้งยังทุบทำลายรถยนต์ และรถจักยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายด้วย โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนรีบนำตัว พ.ต.ท.วิโรจน์ หลบหนีออกมาจากฝูงชน นำตัวส่งโรงพยาบาลเวียงแหง โดยแพทย์ต้องเย็บศรีษะจำนวน 10 เข็ม ส่วน ด.ต.ชัชวาลย์ มีบาดแผลและรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 24 ก.ค.62) ตำรวจและฝ่ายปกครอง นำกำลังปิดล้อมพื้นที่บ้านห้วยไคร้ใหม่ เพื่อติดตามคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายตำรวจทั้งสองนาย แต่ไม่พบตัว และไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย แต่จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของแกนนำกลุ่มชาวบ้านที่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้ว มีประมาณ 5-6 คน เบื้องต้นจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฏหมาย