realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: กันยายน 2019

ครูหนุ่มติดเชื้อโรคร้าย หัวแตกไม่กล้าไปหาหมอ เครียดแขวนคอตายบนดาดฟ้าโรงเรียน

(22 ก.ย.62) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.จิราวัฒน์  อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตอยู่บนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งดัดแปลงเปิดเป็นสำนักงานโรงเรียนสอนหลักสูตรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่บนดาดฟ้าซึ่งมีการติดตั้งตาค่ายเหล็กล้อมเอาไว้ พบศพ นายณัฐพงศ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นครูสอนการดูแลเด็กเล็กอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพัก ชั้น 2 ของอาคารดังกล่าวใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองแขวนอยู่กับโครงเหล็กตาข่ายที่ล้อมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียนดังกล่าว

ที่บริเวณศีรษะด้านหน้าข้างซ้ายมีบาดแผลแตกมีคราบเลือดไหลออกมาติดอยู่ที่หลังใบหูข้างซ้าย แขวนคอเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีเทาใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ที่พื้นด้านล่างพบรองเท้าแตะสีดำของผู้ตายวางอยู่ ใกล้กันพบผ้าขนหนูเปื้อนเลือดสีขาววางกองอยู่พร้อมด้วย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป และขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรวางอยู่อีก 1 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ 

และจากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตายซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 ภายในกระเป๋าผ้าสีดำของผู้ตายได้พบกระปุกยาต้านเชื้อไวรัสของโรงพยาบาล อยู่ภายในจำนวน 5 กระปุก ที่ผู้ตายเพิ่งเดินทางไปรับยามาจากโรงพยาบาลดังกล่าว ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่พักอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายตนได้นำผ้าขึ้นไปตากบนชั้นดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตนกำลังตากผ้าและมองไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นร่างของผู้ตายใช้เชือกผูกคอแขวนกับโครงเหล็กร่างห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตนจึงได้รีบวิ่งลงมาและเข้าไปแจ้งคนที่สำนักงานดังกล่าวให้ขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำเรื่องขอย้ายสิทธิ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เนื่องจากการเดินทางไปมาไม่สะดวก และวันนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดและน่าจะเดินชนอะไรบางอย่างจนศีรษะแตกเลือดไหลออกมา แต่ไม่กล้าไปหาหมอเกรงว่าตนอื่นจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว จึงได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนที่จะใช้เชือกผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พายุฝนกระหน่ำเมืองนนท์ ฝ้าหลังคาห้างดังพังถล่มสุดระทึก น้ำรั่วไหลเป็นน้ำตก

(18 ก.ย.62) เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักลมพายุพัดแรง พบว่าหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและมีป้ายโฆษณาล้มกีดขวางถนน ต้นไม้โค่น รวมทั้งไฟดับหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด 

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Ws Ampper ได้เผยภาพภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกิดน้ำรั่วไหลลงมาจากหลังคา ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อฝ้าในจุดที่น้ำรั่วนั้นพังถล่มลง ชิ้นส่วนของเพดานได้ร่วงลงมาทับร้านขายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาลชั้นล่างสุด และทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาราวกับน้ำตก

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาที่ห้างยังเปิดให้บริการ ทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องรีบวิ่งหลบด้วยความตกใจกลัว หลังจากนั้นไฟฟ้าในห้างก็ได้ดับลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

พ่อร่ำไห้แทบขาดใจ พบศพลูกสาววัย 13 ปี จมน้ำอูนดับ หลังลงเล่นน้ำแล้วสูญหายข้ามคืน

ช่วงเที่ยงวันนี้ (9 กันยายน 2562) ร.ต.อ.สัตยา  คำวงศ์ษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม  รับแจ้งพบศพเด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิตในบึงน้ำหลังโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอนาหว้า เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เหล่าพัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรม จ.สกลนคร และ ปภ.เขต 7 สกลนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำอูน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำลึกกว่า 3 เมตร และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทราบชื่อภายหลัง คือ  ด.ญ.เทวี  หรือน้องเบนซ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยหลังพบศพ พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ กอดร่างลูกสาว ร้องไห้แทบขาดใจ

โดยน้องเบนซ์ ชจมน้ำสูญหายบริเวณใกล้สะพานข้ามน้ำอูน บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม  ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งพบศพวันนี้ ตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขาสั้นสีแดง  เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตร ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(8 ก.ย. 2562) ซึ่งเป็นวันหยุด น้องเบนซ์ชวนเพื่อน 4 -5 คน ไปเล่นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำอูน  คาดว่าลงไปเล่นถึงจุดน้ำลึก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวพัดจมไปกับน้ำ เพื่อนไม่สามารถช่วยได้ทัน บวกกับผู้ตายว่ายน้ำไม่เก่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกน้ำพัดจมหาย  ก่อนเพื่อน ๆ จะไปแจ้งผู้ปกครองมาหาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยัง พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้หมั่นตรวจสอบดูแลบุตรหลานใกล้ชิดในช่วงนี้ ห้ามลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงอันตราย เนื่องจากช่วงนี้กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นช่วงน้ำไหลหลาก ควรห้ามบุตรหลานไปเล่นน้ำ ควรมีอุปกรณ์ชูชีพก่อนลงน้ำหรือออกหาปลา

คอหวยอดใจไม่ไหว ส่องทะเบียนรถกู้ชีพช่วยแม่คลอดลูกกลางทางที่ซอยลาดพร้าว 80

แม่คลอดลูกระหว่างทางในซอยลาดพร้าว 80 คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถกู้ชีพมาช่วยทำคลอด

(13 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเพชรเวชได้ช่วยหญิงคลอดบุตรระหว่างทาง ในซอยลาดพร้าว 80 ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า โดยทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งแม่และทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้โพสต์ภาพทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมภาพรถกู้ชีพ ทำเอาคอหวยต่างอดใจไม่อยู่ เข้ามาส่องทะเบียนรถหลังเอาไปซื้อหวย เพื่อลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้กันเป็นจำนวนมาก

สาวแม่ลูก 2 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ญาติวอนช่วย อ้างขโมยนมผง-อาหารเพื่อประทังชีวิต

(10 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไสว อายุ 57 ปี หญิงพิการ พร้อมด้วย น.ส.เบญจวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพลูกจ้างโรงแรมย่านเขาหลัก เข้าพบ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายสรรเพชร เพื่อขอความช่วยเหลือ คดี น.ส.เบญจมาศ อายุ 20 ปี หญิงสาวแม่ลูกสอง มีลูกชายอายุ 4 ขวบ และลูกสาวอายุ 1 ขวบ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ น.ส.เบญจมาศ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปขุ่น สก๊อตเทป เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็น นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท ขนมคัพเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ที่วางอยู่บนชั้นสินค้าภายในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมาทางพนักงานของร้านได้เปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านทราบว่า น.ส.เบญจมาศ ได้ลักเอาสินค้าดังกล่าวหลบหนี เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.51 น. วันที่ 14 สิงหาคม และ เวลา 07.59 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 14.40 น.

โดยทาง นางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ ซุึ่งเป็นแม่และพี่สาว น.ส.เบญจมาศ  ได้ขอให้ทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา เข้าช่วย น.ส.เบญจมาศ ซึ่งให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำไป เนื่องจาก น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะซื้อของประทังชีวิต ลูกๆ จึงตัดสินใจ ขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของ น.ส.เบญจมาศ ทำงานกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของ น.ส.เบญจมาศ ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทาง ทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่และต้องการแม่เข้าดูแล

จากนั้นทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา นำนางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ และ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีเด็กที่ขาดแม่ดูแล โดยทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ประสาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ทาง น.ส.เบญจวรรณ พี่สาวได้เล่าให้ฟังว่า ทางสามีของ น.ส.เบญจมาศ ได้นำลูกคนเล็ก ไปเลี้ยงขณะทำงานก่อสร้าง โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษเป็นภาพที่อนาถใจมาก ส่วนลูกคนโตเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลของรัฐ ทราบว่าตอนนี้ทางครอบครัวของ น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะดูแลครอบครัว ขาดอุปกรณ์การใช้ชีวิต ทั้ง ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหาร ดังนั้นเงินในการต่อสู้คดีจึงไม่มีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

โดย นายนันทศักดิ์ บุญนาค ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากที่มีญาติของ น.ส.เบญจมาศ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจในคดีลักทรัพย์ดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ได้ส่งหนังสือต่อ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เพื่อขอเร่งให้ทาง กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ความช่วยเหลือ เงินประกันตัว ตามสิทธิ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเรื่องและจะเข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายให้ความช่วยเหลืออย่างใดต่อไป