realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

หมวดหมู่: ข่าวสาร

ผกก. แจงคลิป ดาบตำรวจ “ป่วยลมชัก” หลังชาวเน็ตเข้าใจผิดคิดว่าเมาแล้วขับ

ชาวเน็ตวิจารณ์คลิป ตำรวจขับรถเซเสียหลักล้ม ด้าน ผกก.แจง ไม่ได้เมาแต่ป่วย “โรคลมชัก” 

กรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะข้ามเลน ก่อนเสียหลักล้ม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าผู้ขับขี่รายนี้มีอาการมึนเมาหรือไม่ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่าเหตุดังกล่าว เกิดบนถนนราษฎร์บำรุง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

ล่าสุด (5 มิ.ย.63) พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก. สภ.รัตนบุรี ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวว่าผู้ที่ปรากฎในคลิป คือ ดาบตำรวจสมพงษ์ สาลีงาม เป็นผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่จราจร) สภ.รัตนบุรี
เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากโรคลมชักหน้าโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ผ่านมาดาบตำรวจสมพงษ์ มีประวัติรักษาตัว และกินยามาโดยตลอด แต่อาการมากำเริบขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงไม่สามารถควบคุมรถได้
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้ว แต่ไม่พบแต่อย่างใด

ขณะที่โรงพยาบาลได้ออกใบรับรองแพทย์ให้ จึงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้จะปรับเปลี่ยนการปฎิบัติงาน ให้ดาบตำรวจสมพงษ์ มาทำหน้าที่ด้านธุรการแทน

เปิดภาพวงจรปิด “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าแฟนหนุ่มหมกห้องพัก

กล้องวงจรปิดจับภาพ “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าโหดแฟนหนุ่มคาห้องพัก ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประชาสัมพันธ์ประกาศจับ

โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับห้องเช่าจุดเกิดเหตุภายในซอยโพธิสาร 1 ถ.โพธิสาร บ้านโนนทัน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดพบศพ นายมานพ หรือ เปี๊ยก อายุ 27 ปีพนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกูหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ถูก นายธันพิชา หรือ มายด์ อายุ 28 ปี ชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิตในห้องเช่าแล้วหลบหนีไป

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกวินาทีหลังเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 27 พ.ค.2563 บันทึกวินาทีผู้ต้องหาหอบหิ้วถุงดำ 2 ถุง มีกระเป๋าอีก 1 ใบ อยู่ที่ด้านหน้า คาดว่าจะมีหลักฐานเป็นผ้าเปื้อนเลือดภายในถุงดำนำไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะเดินลัดเลาะตามถนนหลบหนีไป ซึ่งมีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ประมาณ 4 จุด ที่พอจะเห็นเส้นทางหลบหนี

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้แต่พอจะทราบเส้นทางการหลบหนีแล้ว พร้อมกันนี้ทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ยังได้ประกาศหาเบาะแสของผู้ต้องหารายนี้ หากพลเมืองพบเห็นให้รีบแจ้งตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นทันที ซึ่งคาดว่ายังคงวนเวียนหลบหนีอยู่ไม่ไกล

ด้าน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งเบาะแสล่าสุดยังอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

โดยทางทีมชุดสืบสวน ทั้งสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้มีการประชุมวางแนวทางการสืบสวนร่วมกันทุกวัน พร้อมแบ่งทีมออกหาเบาะแสในทุกๆ มิติ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานหากได้ตัวผู้ต้องหามาก็จะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ในส่วนข้อหานั้นต้องรอให้ได้ตัวผู้ต้องหารายนี้มาสอบปากคำก่อน หากเข้าข่ายความผิดใดก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมเอาผิดในส่วนนั้นๆได้ แต่ในตอนนี้ขอเวลาให้ทางตำรวจได้ทำงานก่อน

งงในงง! สาวด่าหมาอย่าเห่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านจู่ๆ อารมณ์ขึ้น เอาขวดแก้วมาปาใส่

สาวด่าหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ว่าอย่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านที่มานั่งเมาท์กับยายในบ้าน อยู่ดีๆ โมโหหนัก กลับไปเอาขวดมาปาใส่

(29 พ.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท ที่หมู่บ้านภายใน ต.พิมลราช  อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี  จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ รุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นตวงข้ามโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ลานจอดรถด้านหน้าบ้านพบ ขวดเบียร์แตกเกลื่อนพื้น พร้อมสิ่งของต่างๆ กระจายตามพื้น

น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน และ นางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ยายของเจ้าของบ้าน ได้ชี้จุดที่ผู้ก่อเหตุเข้ามาปาขวดที่น่าบ้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งได้มีการถ่ายคลิปภาพไว้เป็นหลักฐาน เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค.63 หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง

โดยภาพจากคลิปบันทึกเหตุการณ์หญิงสูงวัยสวมเสื้อยืดสีส้ม สวมกางเกงขาสั้นสีกากี ยืนตะโกนต่อว่าอยู่หน้ารั้วบ้าน โดยมียายยืนคอยห้ามอยู่ในรั้วบ้าน ป้าเสื้อส้มได้หยิบขวดสีเขียวขึ้นมาพยายามจะทุบกับรั้วบ้าน ยายได้ห้ามไว้แล้วพูดแก้ตัวว่าหลานเขาด่าสุนัข แต่ป้าเสื้อสีส้มยังคงยืนด่าอยู่ตลอด

จากการสอบถาม น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน  เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตน และนางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นยาย ได้นอนอยู่ในบ้าน และได้มีป้าก้อย (คนในหมู่บ้านเดียวกัน) ซึ่งรู้จักกับยาย โดยปกติป้าก้อยจะเข้ามานั่งพูดคุยกับคุณยายของตนในบ้านทุกวัน และจะเข้ามาขอข้าวหรือของกินต่างๆ ทุกวัน ซึ่งตนก็ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลเอาใว้ 1 ตัว แล้วสุนัขของตนได้เห่าเสียงดัง ตนจึงได้ดุสุนัขของตนว่าไม่ให้เห่าหนวกหู ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้ว่าใคร 

ต่อมาป้าก้อยที่เข้ามานั่งคุยกับคุณยายของตนก็ได้กลับออกจากบ้านไป ประมาณ 15 นาที่ได้  ป้าก้อยได้กับมาที่หน้าบ้านของตนอีกมาด่าคำหยาบคาย ต่างๆ นานา หาว่าตนด่าป้าก้อยพร้อมปาขวดเบียร์และสิ่งของต่างๆ เข้าไปในบ้านของตน ขวดเบียร์แตกกระจายเต็มพื้น อีกทั้งถือขวดเบียร์ขู่ทำท่าจะทุบรถเก๋งของตนที่จอดเอาไว้ที่หน้าบ้าน ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บางบัวทอง มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันผู้ก่อเหตุกลับมาสร้างความเสียหายอีก

ผัวเมียนอนกอดกันตายสยอง มีดคัตเตอร์ตกอยู่ 2 อัน ศพอืดจนไม่รู้เป็นอะไรตาย

เมื่อเวลา 18.00 น. (26 พ.ค.63) ร้อยตำรวจโทหญิงกฤตยาภรณ์ โสหนองบัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักหลังหนึ่’ตรงข้านโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ในชุมชนบ้านท่านคร ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ถึงรถออกตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยอโสก

ถึงจุดเกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ทางเข้าวัดบ้านท่านคร ประตูหน้าบ้านมี 2 ช่อง ฝั่งซ้ายพถูกล็อคจากด้านนอก ประตูฝั่งขวาล็อคจากด้านใน เจ้าหน้าที่จึงทำการสะเดาะแม่กุญแจออก ตรวจสอบภายในห้องนอน บริเวณชั้น 1 ของบ้านพบศพนายลิขิต อายุ 29 ปี ใกล้เคียงกันพบศพนางหนึ่งฤทัย อายุ 43 ปี

ในที่เกิดเหตุพบมีคัตเตอร์ 2 ด้ามสภาพพร้อมใช้ อยู่ริมประตูห้องนอน และตกอยู่ข้างมือขวาของฝ่ายชาย พบเตารีดไฟฟ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้พร้อมเปิดใช้งาน วางอยู่เหนือศีรษะของฝ่ายหญิง สภาพศพบวมอืดเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์เสพยาบ้าอยู่ในถังขยะ ข้างประตูหน้าบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภจว.ร้อยเอ็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ตรวจสอบเพื่อเก็บหลักฐาน พร้อมสอบสวนพยานแวดล้อม ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

จากการสอบถามนายสมฤทธ์ อายุ 52 ปี อาของนายลิขิต เล่าว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ตนก็ได้ยินเสียงผู้ตายทั้ง 2 ทะเลาะกันซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับชาวบ้านในละแวกนี้ ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร มาถึงช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค.) ตนจึงได้เดินไปดูที่บ้านพักของผู้ตาย ซึ่งก็พบว่าบ้านถูกปิดไว้ หลังจากนั้นตนเกิดสงสัยเนื่องจากว่าโทรศัพท์ไปหาทั้ง 2 คน ก็ไม่มีคนรับสาย จึงได้มาส่องดูที่กระจกจึงพบศพชาย หญิงทั้งสอง นอนกอดกันอยู่ จึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ส่วนปมในการก่อเหตุในครั้งนี้ ตนก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่นชัด รู้แต่เพียงว่า ผู้ตายทั้ง 2 ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งทราบว่าฝ่ายสามีอาชีพรับจ้างทั่วไปที่ร้านเนื้อย่างแห่งหนึ่ง โดยตกงานในช่วงโควิด-19 ส่วนภรรยาทำงานเป็นพนักงานบนรถทัวร์ ซึ่งก็ตกงานเช่นกัน ซึ่งตนคาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุในการลงมือฆ่าในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จำได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือแฝง ก่อนจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

รวบวิน จยย.รับจ๊อบส่งยาบ้า-ไอซ์ เดลิเวอรี่ อ้างหาเงินช่วงโควิด-19

ล่อซื้อและจับกุมวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคิวหน้าสถานีขนส่งหาดใหญ่ฉายา”นายหัวชาติ”รับจ้างส่งยาบ้าและยาไอซ์เดลิเวอรี่ในช่วงโควิด-19

นายคทาวุฒิ พิมพ์ศักดิ์ ปลัดอำเภองานป้องกันปราบปราม นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เจ้าพนักงาน ปปส. นำกำลัง อส.กองร้อย อส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ เข้าจับกุม นายสุชาติ หรือ “นายหัวชาติ” อายุ 50 ปี ได้คาวินจักรยานยนต์รับจ้างภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่แห่งที่1 พร้อมไอซ์ 1 กรัมที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง

จากการสอบสวนทราบว่า นายสุชาติ หรือที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเรียกกันว่า “นายหัวชาติ” ได้ลักลอบขายยาบ้าและไอซ์ให้กับวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวบริเวณสถานีขนส่งหาดใหญ่ข้างโรงงาน ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อไอซ์ จำนวน 1 กรัม ในราคา 800 บาท และนัดส่งของกันที่คิวมอเตอร์ไซค์ด้านหน้าสถานีขนส่ง อ.หาดใหญ่ และรวบตัวเอาไว้ได้

โดย นายสุชาติ ยังให้การว่า รับยาบ้าและไอซ์มาจากเอเย่นชื่อ “เจ๊น้อย” ซึ่งจะให้ตนไปรับยาบ้าตามจุดต่างๆที่เจ๊น้อยบอกแล้วนำไปส่งให้กับลูกค้าตามที่ลูกค้าต้องการ  เหมือนกับการส่งเดลิเวอรี่เพราะตนมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาด ลูกค้าจะไม่ออกมาซื้อตนจึงทำหน้าที่ตระเวนส่งให้กับลูกค้า

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งสภ.หาดใหญ่ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับโจร ชิงทรัพย์ สาวบนสะพายลอยหน้า ม.เกษตร เร่งล่าอีก1 ขึ้นแท็กซี่หนี

วันที่ 22 เม.ย. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง, พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ ร้องเกาะเกิด สว.สส.ฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม และ สน.บางเขน ร่วมกันจับกุมตัว นายประธาน อินเงิน อายุ 40 ปี อดีตลูกจ้างร้าน กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน

พร้อมกระเป๋าหนังแบบสะพายข้างสีน้ำตาล 1 ใบ, กระเป๋าถือสีชมพูลายดอกไม้ 1 ใบ, กระเป๋าสตางค์ สีฟ้า 1 ใบ, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ หัวเหว่ย รุ่นเมด 10 จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด 1,690 บาท โดยจับกุมตัวได้บริเวณริมกำแพงภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ถนนวิภาวดี แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย 2 คน ก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายเป็นหญิงสาว บนสะพานลอยคนข้าม บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านถนนวิภาวดีรังสิต)

โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพายภายในมีเงินสด 1,690 บาท โทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังฝ่ายสืบสวนสน.ทุ่งสองห้อง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันติดตามจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้

จากการสอบถามหญิงสาวผู้เสียหาย ให้การว่า คนร้ายมีด้วยกัน 2 คน หลังก่อเหตุ 1 ใน 2 คนร้ายได้วิ่งขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป ส่วนอีก 1 คนได้หลบหนีเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน) และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง และเร่งติดตามตัวนายเดช ที่ร่วมก่อเหตุและยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มใหญ่ ดับคาเบนซ์ พบอ้วกเป็นเลือด ลูกร่ำไห้โฮ เผยไม่ได้เป็น โควิด

วันที่ 27 มี.ค. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ ศิริบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.แสนสุข รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในรถริมถนนอ่างศิลา – บ้านปึก หมู่2 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ชัฏ บรรทัดเที่ยง รอง ผกก. (สอบสวน) ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม

ที่เกิดเหตุพบศพ นายภานุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี เสียชีวิตภายใน รถเบนซ์ สีเทา สภาพนั่งที่เบาะคนขับ ใส่กางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อยืดสีดำ เอนตัวไปทางซ้าย พบคราบอาเจียนมีเลือดผสมด้วย ต่อมามีนายเอ (นามสมมติ) ลูกชาย และ น.ส.บี (นามสมมติ) ลูกสะไภ้ เดินทางมาดูศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้ด้วยความเสียใจ

จากการสอบถาม ร้านค้าขายของใกล้ที่เกิดเหตุ เผยว่า เห็นรถมีจอดเวลาประมาณ 2 – 3 ทุ่ม ร้านตนจะปิดประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง มีเสียงบีบแตรรถดัง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่กล้าเดินไปดู เดี๋ยวเขาจะหาว่าไปหาเรื่องเขา ตื่นเช้ามาก็เห็นรถจอดอยู่กระทั่งมารู้เสียชีวิตแล้ว

ด้าน ลูกสะไภ้ กล่าวว่า พ่อจะพักบ้านเดียวกัน ทุกวันพ่อจะไปตกปลาที่ทะเลเขาสามมุข โดยจะไปตั้งแต่บ่ายสองโมง จะกลับก็ประมาณ 2 – 3 ทุ่ม แต่วันนี้ไม่เห็นกลับก็คิดว่าพ่อไปเจอด่านตรวจวัดไข้แล้วโดนกักตัวหรือเปล่า ปกติเมื่อก่อนพ่อสูบบุหรี่หนักมาก แล้วไอเจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากเป็นโรคปอด

ลูกสะไภ้ กล่าวต่อว่า หมอบอกให้หยุดสูบ ซึ่งก็หยุดสูบไป แต่หันกลับมาสูบอีก คาดว่าน่าจะเกิดจากสูบบุหรี่แล้วไอเป็นเลือดเสียชีวิตดังกล่าว คงไม่เกี่ยวกับเป็นโรคไวรัสโควิด-19 แน่นอน เพราะพ่อไม่เคยไปมั่วสุมในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ

เบื้องต้นแพทย์ให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไป รพ.ชลบุรี เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

อุกอาจ! 2คนร้ายบุก ปาระเบิด สังหารใส่บ้าน นายกเล็กชาบก ลูกสาวพบรถต้องสงสัย

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.พงษ์ชัย กาสีใส ร้อยเวร สภ.บ้านค่าย รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าไปภายในบ้านพักใกล้กับร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ของนายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก บ้านเลขที่ 99 ม.7 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นอยู่ภายในรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบ นายนาค เจ้าของบ้านอยู่ในอาการตื่นตระหนก ก่อนพาไปดูระเบิดที่คนร้ายขว้างเข้ามาตกอยู่ตรงบริเวณพื้นหน้าประตูรั้ว พบเป็นลูกระเบิดที่ถอดสลักแล้ว ตกอยู่ที่พื้นจนพื้นปูนเป็นหลุม ตรวจสอบทราบว่า เป็นระเบิดลูกเกลี้ยงแบบสังหารขนาด เอ็ม26 ที่มีการถอดสลักแล้ว แต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงรีบเก็บกู้แล้วนำกลับไปตรวจสอบหาร่องรอยนิ้วมือคนร้าย

จากการสอบถาม นายนาค กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.30 น.ของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวและลูกเขยได้ขับรถกลับมาที่บ้านพบเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน เมื่อเห็นรถวิ่งเข้ามา รถคันดังกล่าวก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว จึงขับรถไล่ตามไประยะหนึ่งแต่ไม่ทัน ทั้งสองคนจึงจับรถเข้ามาในบ้าน และรีบมาบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนาค ให้การต่อว่า กระทั่ง ตนออกมาดูก็ถึงกับผงะ เมื่อเจอกับระเบิดตกอยู่ใต้รถยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน โชคดีที่รถของลูกสาวไม่ไปเหยียบทับ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุสลดขึ้น สำหรับส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เคยทะเลาะกับใครเลย จึงแปลกใจว่า จุดประสงค์ของคนร้ายทำไปเพื่ออะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสคนร้ายที่ทราบว่าขับรถมาด้วยกัน 2 คน และสอบสวนคนในบ้านทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นการข่มขู่หรืออาจจะตกใจขณะดักรอทำร้ายคนอื่นอยู่ แต่พอเห็นรถเจ้าของบ้านมา จึงรีบทิ้งระเบิดแล้วหนีไป อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าคนในบ้านขัดแย้งกับใครบ้าง เพื่อล่าตัวมือระเบิดต่อไป

หน้ากากอนามัยมาแล้ว! ชาวเมืองลำปางแห่ซื้อแถวยาวเหยียด 2.50 บาทจำกัดคนละ4ชิ้น

วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าร้านขายยา ช.เภสัชติดกับร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ถนนบุญวาทย์ ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง มีประชาชนชาวลำปางจำนวนหลายร้อยคนมายืนรอเพื่อซื้อหน้ากากอนามัย ที่กรมการค้าภายในจัดสรรให้ร้านค้าต่างๆในพื้นที่ จ.ลำปาง ในราคาแพ็ก 4 ชิ้น 10 บาท โดยขายจำกัดให้คนละ 1 ชุด ซึ่งร้านขายยา ช.เภสัช มีหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายได้ทั้งหมด 400 ชุด

โดยการชื้อหน้ากากอนามัยวันนี้ มีชาวบ้านมาซื้อจำนวนมาก ทำให้ต้องเข้าแถวเรียง 2 แถว จากนั้นทางร้านเดินแจกบัตรคิว ซึ่งถึงแม้จะต้องเสียเวลารอซื้อหน้ากากอนามัยนานก็ไม่มีเสียงบ่น เนื่องจากทุกคนต้องการใช้ป้องกันโรคจากเชื้อไวรัส นอกจากนั้นตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ยังมาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชนด้วย

นายปรารภ ลิไทสง พาณิชย์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ได้รับการจัดสรรจากศูนย์การกระจายและบริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัย กรมการค้าภายใน เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน จำนวน 2,000 ชิ้น ชิ้นละ 2.50 บาท จำกัดไม่เกินคนละ 1 แพ็ค (4 ชิ้น) อย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ยังไม่พบการจำหน่ายเกินราคา ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงกว่าราคากำหนด สามารถแจ้งสายด่วนที่ 1529 กรมการค้าภายใน หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง โทร: 054-265022-3

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางยังไม่พบผู้ป่วยยืนยัน แต่มีการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคในสถานพยาบาล โดยพบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 17 ราย ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติไม่พบสารพันธุกรรมของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ร.พ.ทุกแห่งของลำปางมีแผนจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วย

รวมไปถึงซ้อมแผนคัดกรอง ดูแลผู้ป่วย ส่งต่อผู้ป่วย จัดเตรียมห้องปฏิบัติการวินิจฉัยยืนยัน จัดระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้เพียงพอและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์การแพร่กระจาย และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนนพ.บรรเจิด นนทสูต ผอ.รพ.ลำปาง กล่าวว่า รพ.ลำปางได้รับการคัดเลือกเป็นร.พ. 1 ใน 35 แห่ง ห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-CoV-2 ผ่านการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ และได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในจ.ลำปาง ไว้ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจาก องค์กรเภสัชกรรม 30,000 ชิ้นไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีประชาชนชาวลำปาง ร่วมบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไว้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ในยามขาดแคลนด้วย



ทลาย คลังแสง กลางกรุง ยึดปืน 27 กระบอก กระสุนกว่า 5 พันนัด หลังโดนซัดทอด

คลังแสง วันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บัวรุ่ง สว.กก.1 บก.ปคม.และเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 150 ซอยพหลโยธิน 1 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. หลังสืบทราบบ้านดังกล่าวมีการจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าวข้างร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาว รวม 27 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมประมาณ 5,000 นัด เครื่องผลิตกระสุนปืน จำนวน 2 เครื่อง และอุปกรณ์การผลิตกระสุนปืน (ปลอกกระสุนปืน, ดินปืน, หัวกระสุน) จำนวนมาก

การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ระดมกวาดล้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวนมาก พล.ต.ต.วรวัฒน์ และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ จึงได้สั่งการให้ตำรวจ บก.ปคม. ขยายผลการจับกุมคดีจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ ที่ก่อนหน้านี้ทาง บก.ปคม. ได้ระดมกวาดล้าง ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบข้อมูลสำคัญ จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ได้ซัดทอดว่า

ซื้ออาวุธปืนมาจาก นายธำรงศักดิ์ วงศ์รักศักดิ์ โดยสั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊ก จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้ขยายผลและสืบสวนจนเป็นที่แน่ชัดว่า นายธำรงศักดิ์ มีพฤติกรรมจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งปืน และผลิตกระสุนเพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปตามคำซัดทอดจริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้น จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นายธำรงศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนที่พบเป็นของตนจริง อย่างไรก็ตามสำหรับ นายธำรงศักดิ์ มีความชื่นชอบเชี่ยวชาญในเรื่องอาวุธปืน และเคยเข้าอบรมผู้ตัดสินกีฬาสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังทำงานในบริษัทสายการบินบริษัทหนึ่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป