realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

น้ำโขงเพิ่มต่อเนื่อง แตะ 5 เมตร ชป.เร่งกักน้ำ พื้นเกษตรกรริมโขงเร่งเก็บผลผลิต

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีปริมาณฝนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า แต่เริ่มส่งผลดีต่อระดับน้ำโขง มีระดับเพิ่มขึ้น หลังแห้งวิกฤติ ระดับน้ำต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี

ล่าสุดมีระดับที่ประมาณ 5 เมตร เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 10-20 เซนติเมตร ส่งผลให้ ลำน้ำสาขาสายหลัก แม่น้ำโขงมีปริมาณเพิ่มขึ้น ภาพรวมมีปริมาณน้ำประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของความจุ  โดยทางชลประทานยังชะลอการพร่องน้ำลงน้ำโขง

เนื่องจากยังมีความเสี่ยงต่อปัญหาฝนทิ้งช่วง และระดับน้ำตามลำน้ำสาขายังต่ำ หวั่นไม่เพียงพอในการดูแลพื้นที่การเกษตร อีกทั้งบางพื้นที่ยังคงเร่งผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มากที่สุด  

ขณะเดียวกันทางด้านเกษตรกร ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในพื้นที่อำเภอชายแดนที่เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูกม้วน ลูกฟูก 2 ชั้น ซึ่งมีอาชีพหลักในการทำการเกษตร ปลูกผืชผักสวนครัว นานาชนิด ส่งออกขายทั่วภาคอีสานทุกปี ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ริมน้ำโขง หวั่นระดับน้ำโขงผันผวน เพิ่มระดับรวดเร็ว สร้างความเสียหายพื้นที่เกษตรริมโขง

โดยในปีนี้ถือว่าเกษตรกรสามารถปลูกพืชทำการเกษตรได้ยาวกว่าทุกปี เนื่องจากระดับน้ำโขงแห้งเพิ่มระดับช้า มีระดับน้ำต่ำกว่าระดับล้าตลิ่งประมาณ 8 -9 เมตร ทำให้สามารถทำการเกษตรริมโขงได้ตลอดทั้งปี  ส่งผลต่อรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งหากระดับน้ำโขงยังไม่ถึงระดับ 8 -9 เมตร จะสามารถทำการเกษตรได้ยาวถึงช่วงฤดูหนาว

รปภ.คอนโดเมืองโคราชดวงเฮง ถูกหวยรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. นายบุญมี อายุ 56 ปี ชาวบ้านโคกเปราะ ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันทำงานเป็น รปภ.คอนโดแห่งหนึ่ง ตรงข้ามกับร้านขาย ซองเอกสารสีน้ำตาล ซองน้ำตาลขยายข้าง ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 387006 รวม 2 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 รวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเป็นหลักฐานพร้อมลงลายมือชื่อกำกับไว้ทั้งสองใบ

นายบุญมี กล่าวว่า ตนเองทำงานเป็น รปภ.ที่คอนโด อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้มีพ่อค้าลอตเตอรี่มาเร่ขายตนจึงเลือกซื้อเลขท้าย 06 ที่เคยซื้อประจำ จำนวน 2 ใบ พอหวยออกตนจึงนำสลากมาตรวจ พอรู้ว่าถูกรางวัลก็รู้สึกดีใจสุดขีดแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ซึ่งตนก็จะเดินทางไปขึ้นเงินที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ 2 ก.ค. และก็จะนำเงินฝากธนาคารและวางแผนการใช้เงินตามคำแนะนำของ พ.ต.อ.คเชนท์ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ต่อไปโดยเบื้องต้นจะใช้หนี้ และซื้อบ้านอยู่อาศัย 1 หลัง ที่เหลือก็ฝากไว้ธนาคาร

ผัวเมียช็อกตัวสั่น กล้องหน้ารถจับภาพชายปริศนายืนขวาง-ทุบรถกลางถนน

ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์คันหนึ่งระหว่างขับมาตามถนนสายหลังวัดชากสมอ (สุขใจดี) ตรงข้ามกับโรงงาน เทปกาวขุ่น สก๊อตเทปขุ่น หมู่ 2 ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เผยภาพและเสียงของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่บังเอิญผ่านมาพบชายหนุ่ม 2 คนยืนอยู่กลางถนน ลักษณะคล้ายขอความช่วยเหลือ คนหนึ่งนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ ส่วนอีกคนยืนโบกรถอยู่กลางถนน แม้ฝ่ายภรรยาจะบอกให้สามีไม่ต้องจอด แต่เมื่อจะเบี่ยงรถออก ปรากฏว่าชายหนุ่มยังเดินตามมาขวางทางเอาไว้

จากคลิปดังกล่าวจะได้ยินเสียงทุบกระจกและข้างตัวรถ ภรรยาสาวตะโกนบอกสามีว่า “อย่าจอดเลย อย่าจอด! มันทุบรถแล้ว” ขณะที่ฝ่ายสามีก็บอกให้โทรแจ้งตำรวจ โดยที่ภรรยาก็สั่งให้ออกรถและขับต่อไป และเกรงว่าจะมีพรรคพวกตามมา ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านหลังหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถจักรยานยนต์ขี่ตามรถยนต์คันดังกล่าว ก่อนจะเลี้ยวย้อนกลับไป

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายกรกฏ อายุ 32 ปี คนขับรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมกับพาไปชี้ให้ดูรอยบุบและรอยทุบที่เกิดขึ้นบนกระจกบนรถ พร้อมโชว์ใบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ หลังจากนั้นได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุ ที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตรเท่านั้น

นายกรกฏ เปิดเผยว่า คืนวันเกิดเหตุหลังกลับจากกินเลี้ยงที่ร้านจิ้มจุ่มบ้านเพื่อน ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน ใกล้จะถึงที่หมายอยู่แล้ว มาเจอผู้ชาย 2 คนมีท่าทีลักษณะแปลกๆ คนหนึ่งยืนอยู่กลางถนนและโบกมือให้หยุด แต่แฟนสั่งให้ขับรถเลยไป เพราะดูไม่ค่อยปลอดภัย

แต่พอจะเบี่ยงรถออกทางขวา ปรากฏว่าเขาก็ตามมาปิดทางไว้ พร้อมกับทุบกระจกและข้างตัวรถ ด้วยความตกใจจึงพยายามขับรถหนี แต่พบว่าชายกลุ่มดังกล่าวยังขับรถไล่ตามมา เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านก็พบว่าได้เลี้ยวย้อนกลับรถไป โดยคาดว่าชายกลุ่มนี้น่าจะมาหาเพื่อนที่อยู่หอพักใกล้กับที่เกิดเหตุ

อีกทั้งไปสอบถามผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็สอบถามแล้วทราบว่า ชายกลุ่มนี้มาหาเพื่อน แต่เป็นพนักงานเก่าที่โดนไล่ออกไปแล้ว และไปหาเรื่องวงเหล้าแถวหน้าหอพักนั้น แต่เขาไม่เอาเรื่อง ตนยอมรับว่ารู้สึกกลัวมากจนตัวสั่น แฟนสาวกลัวหนักยิ่งกว่า จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาสอบสวนให้รู้แน่ชัดว่าเขาต้องการอะไร เพราะส่วนตัวไม่รู้จักและไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน

แม่โร่ร้องทนายดัง รพ.เอกชนปัดรักษาลูกชาย อ้างต้องวางเงินแสนก่อน

สาวใหญ่ร้องทนายรณรงค์ ข้องใจโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ไม่ยอมรับรักษาลูกชายประสบอุบัติเหตุ ทั้งที่เป็นกรณีฉุกเฉิน อ้างต้องวางเงินแสนก่อน สุดท้ายย้ายโรงพยาบาลและเสียชีวิตลง

เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ปรากฏว่า นางสังเวียน อายุ 40 ปี ได้เดินทางเข้าขอความเป็นธรรมต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จากกรณีที่ นายกนกพล อายุ 15 ปี ลูกชายได้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ทำให้สมองได้รับความกระทบกระเทือน

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามร้านขาย เทปใส และ เทปกาว แต่ทางโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา เพราะต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท จึงจะสามารถทำการรักษาได้ ซึ่งทางครอบครัวยืนยันที่จะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีประกันชีวิต และ พ.ร.บ.คุ้มครอง แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐ หากญาติไม่นำเงินสดมาวางก่อน

เหตุดังกล่าวจึงำทให้ลูกชายจำเป็นต้องย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ กระทั่งเสียชีวิตลงในวันถัดมา โดยแพทย์ลงความเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า กะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีฉุกเฉินตั้งแต่คราวแรก

นางสังเวียน กล่าวว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ปรากฏว่าถูกโรงพยาบาลปฎิเสธที่จะรักษา อ้างว่าต้องมีเงินสดนำมาวางก่อน จำนวน 100,000 บาท ทั้งที่ตนยืนยันว่าตนมีสิทธิประกันชีวิตและ พ.ร.บ. แต่โรงพยาบาลยืนยันจะเอาเงินสดหรือรูดบัตรเครดิตก่อน ถึงจะดำเนินการรักษาให้

ในตอนนั้นตนพยายามยื้อให้ทางโรงพยาบาลรักษาลูกชายไปก่อน และตนจะหาเงินสดมาวางให้ แต่ก็ยังถูกปฎิเสธ กระทั่งอาการของลูกชายวิกฤตหนักลง จนในที่สุดตนจำใจต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐ ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตลงในที่สุดในวันต่อมา เพราะมีอาการสมองฉีกขาด กะโหลกแตกร้าว โอกาสรอดแค่ 5% เท่านั้น

ทั้งนี้ ตนยังติดใจว่าลูกมีประกันชีวิตทำไมรักษาไม่ได้ ทำไมโรงพยาบาลต้องเรียกให้วางเงินสดถึง 100,000 บาท ก่อนจะทำการรักษา ขณะที่ในวันเดียวกันมีเคสอื่นที่เกิดอุบัติเหตุอาการคล้ายลูกของตน แต่ญาติฝ่ายเขาได้วางเงินจึงได้รับการรักษา แต่สำหรับลูกของตนไม่ได้รักษา ทำให้เสียชีวิตเพราะรักษาไม่ทันท่วงที และถ้าเป็นกรณีลูกคนอื่นที่เจอแบบนี้ก็ไม่สามารถใช้โครงการ UCEP ที่รัฐบาลออกได้ ถ้าไม่มีเงิน ตนจึงมาร้องเรียนเพราะมีคนอีกมากที่อาจเจอกับกรณีนี้แบบตน

ทางด้าน ทนายรณรงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาทำให้ลูกชายเสียชีวิต ทั้งนี้ต้องมีคำตอบ อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกเอกสารแจ้งว่า ฉุกเฉินต้องรักษาได้ แต่กรณีนี้เป็นเหตุฉุกเฉิน แต่กลับรักษาไม่ได้ เรื่องนี้ต้องให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เหตุดังกล่าวเด็กเกิดอุบัติเหตุอยู่ใกล้โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ที่สุด แต่กลับถูกปฎิเสธรักษาและพยายามส่งต่อโรงพยาบาลอื่น จนกระทั่งทำให้เด็กเสียชีวิตลง จึงต้องให้ทางศูนย์ดำรงธรรมเรียกโรงพยาบาลคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลังจากนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขตอบคำถามเรื่องนี้ว่ากรณีฉุกเฉินแบบนี้ทำไมถึงไม่ฉุกเฉิน

เบื้องต้น ทนายรณรงค์ ได้รับเรื่องพร้อมจะนำผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรีในวันนี้ (25 ก.ค.) เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ชาวบ้านกว่า 200 คน รุมกระทืบ รอง ผกก. เจ็บหนัก ไม่พอใจตำรวจวิสามัญคนร้าย

เวียงแหงเดือด ชาวบ้านกว่า 200 คน ไม่พอใจตำรวจวิสามัญหนุ่มมูเซอในคดียาเสพติด รุมกระทืบ รอง ผกก. เจ็บหนักเย็บสิบเข็ม ส่วนดาบตำรวจเข้าไปช่วย ถูกรุมตีจนช้ำไปทั้งตัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 23 ก.ค.62) พ.ต.ท.วิโรจน์ ปันตี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.เวียงแหง พร้อมชุดสืบสวน 6 นาย ออกตรวจสอบเป้าหมายการกระทำความผิดคดียาเสพติดในหมู่บ้านห้วยไคร้ใหม่ โดยใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน และ รถยนต์ 1 คันที่จอดข้างร้านขาย ฟิล์มยืดและฟิล์มพันพาเลท

ขณะที่ตรวจสอบในป่าท้ายหมู่บ้าน พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา คนซ้อนท้ายถืออาวุธปืนยาว เจ้าหน้าที่จึงให้หยุดและแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ทั้งคู่กลับจอดรถและชายซ้อนท้ายได้นั่งลงและใช้อาวุธปืนยาวประทับยิงใส่เจ้าหน้าที่จำนวน 2 นัด จนเกิดการยิงต่อสู้เพื่อป้องกันตัวจนถูกชายคนดังกล่าวเสียชีวิต

ตรวจสอบทราบชื่อว่า นายจะจือ จะอ่อ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีค้ายาบ้าและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังเกิดเหตุมีญาติผู้ต้องหาและชาวบ้านกว่า 200 คน ไปยังที่เกิดเหตุและเข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่ รุมทำร้าย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินทุบบริเวณศีรษะ พ.ต.ท.วิโรจน์ และ รุมทำร้าย ด.ต.ชัชวาลย์ วงค์หาญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เวียงแหง ที่พยายามเข้าไปช่วย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินขว้างใส่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน รวมทั้งยังทุบทำลายรถยนต์ และรถจักยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายด้วย โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนรีบนำตัว พ.ต.ท.วิโรจน์ หลบหนีออกมาจากฝูงชน นำตัวส่งโรงพยาบาลเวียงแหง โดยแพทย์ต้องเย็บศรีษะจำนวน 10 เข็ม ส่วน ด.ต.ชัชวาลย์ มีบาดแผลและรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 24 ก.ค.62) ตำรวจและฝ่ายปกครอง นำกำลังปิดล้อมพื้นที่บ้านห้วยไคร้ใหม่ เพื่อติดตามคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายตำรวจทั้งสองนาย แต่ไม่พบตัว และไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย แต่จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของแกนนำกลุ่มชาวบ้านที่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้ว มีประมาณ 5-6 คน เบื้องต้นจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

คนพื้นที่รู้จักดี หนุ่มภาพดังนั่งอึลงท่อกลางเยาวราช ไม่ใช่คนจีนแต่เป็นเด็กพิเศษ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่ง โดยเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทนปวดท้องถ่ายหนักไม่ไหว จนถึงกับถอดกางเกงพร้อมนั่งยองๆ ถ่ายอุจจาระลงรูท่อกลางตลาดเยาวราช บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โดยไม่สนใจสายตากลุ่มเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกัน ซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินพลุกพล่าน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล

ล่าสุด (18 มิ.ย. 62) พนักงานเทศกิจเขตสัมพันธวงศ์ เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เป็นคนไทยอายุราว 16-17 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ คนในพื้นที่รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้จะมาที่ตลาดทุกวัน 

นอกจากนี้เด็กคนนี้ยังมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เทศกิจและคนในพื้นที่ต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ปัสสาวะบนท่อระบายน้ำ ยืนขวางรถเมล์ เดินไปเต้นข้างรถเมล์ 

วิจารณ์สนั่น! กู้ภัยจิตอาสาช่วยจับงู กลับถูกดำเนินคดีสัตว์คุ้มครอง ตำรวจอ้างขับหนีด่าน

11 มิ.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nick Chomngam ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจับงูที่เข้าบ้านเรือนประชาชน บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โพสต์ข้อความเตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย โดยระบุว่า ตนตั้งใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคมจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับที่ บริเวร โรงงานผลิตกล่องกระดาษ มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เท่านั้น จุดพีคอยู่ตรงที่ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ทางตำรวจก็ไม่ได้ลงบันทึกให้

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋นกำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น แม้แต่ตนพยายามที่จะโทร. ไปอธิบายแต่ทางตำรวจก็ไม่รับฟังเหตุผลใดใด ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง

เบื้องต้น เห็นใจทั้งคู่ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม เพราะหากเป็นแบบนี้กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด

และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเลยแทบจะไม่มีใครทำกัน แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของตนแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ในโลกออนไลน์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ God Of War:Ascension ได้เผยแพร่ข้อความจากตำรวจนายหนึ่ง ที่ส่งเข้ามาขี้แจงข้อมูลอีกด้าน ระบุว่า กู้ภัยจิตอาสาทั้ง 2 คนขับรถหนีด่าน ตำรวจเห็นมีพิรุธจึงเข้าตรวจค้นจนพบงูดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ แต่ข้อมูลจากอีกฝ่ายเป็นแค่ด้านเดียวที่ทำให้ตำรวจเสียหายมาก

หนุ่มทวงเงินฟ้องหย่า! กลับโดนยิงแต่ไม่ออก โดดแย่งลั่นเข้ารถ เชื่อบารมีกระดูกพ่อ-แม่

วันที่ 30 พ.ค. ร.ต.อ.เดชาธร คำมิ่ง รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าโรงเรียนวัดป่าโค หมู่ 7 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุพบ ว่าที่ ร.ต.ธนะพัฒน์ สิริบุณนิโรจน์ อายุ 49 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสาร ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย มีบาดแผลเป็นรอยขีดข่วนและพกช้ำ อยู่ในอาการตกใจ นอกจากนี้ยังพบว่ารถเก๋งที่จอดอยู่หน้าโรงเรียน ของนักศึกษาฝึกสอนของโรงเรียนได้รับความเสียหาย ถูกกระสุนปืนยิงจนยางรถด้านหลังขวาแตก ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย เป็นคู่กรณีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง ร.พ.พระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ จิตรประศาน อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปควบคุมตัว

จากการสอบสวน ว่าที่ ร.ต.ธนะพัฒน์ ให้การว่า ตนมีอาชีพเป็นพ่อขายครกสินค้าโอท๊อป ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินทางมาพบ นายสมศักดิ์ ที่หน้าโรงเรียนเพื่อทวงถามเงินค่าสินไหมจาก นายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นเงินค่าสินไหมจากคำสั่งศาลที่มีการฟ้องร้องกันในคดีฟ้องหย่าภรรยาเก่าของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นภรรยาคนปัจจุบันของตน ให้ชดใช้เงินจำนวน 300,000 บาท แต่มีการต่อรองจนเหลือ 100,000 บาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาท แต่ นายสมศักดิ์ ไม่ยอมจ่ายมาเป็นเวลา 2 เดือน ตนจึงได้เดินทางมาทวงถาม

หลังทราบว่านายสมศักดิ์ ขับรถตู้รับจ้างรับส่งส่งนักเรียน เมื่อทวงเงิน นายสมศักดิ์ กลับบอกว่า “มึงไม่จบใช่ไหม ให้รอเดียวจะเอาเงินมาให้” จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ขับรถออกไปแล้วกลับเข้ามาจอด ก่อนเปิดประตูรถ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะหยิบเงิน แต่กลับหยิบอาวุธปืนลูกซองยาวออกมาขึ้นลำ ยิงใส่ตแต่ยิงไม่ออก ตนจึงตัดสินใจเข้าไปแย่งอาวุธปืน จับปลายอาวุธปืน นายสมศักดิ์ พยายามขึ้นลำอีกครั้งจึงเข้าไปกอดปล้ำ และร้องให้คนมาช่วย

จนอาวุธปืนตกกระแทกพื้นกระสุนปืนลั่นไปถูกรถเก๋งที่จอดอยู่จนยาวแตก ก่อนเกิดการชกต่อยกัน เจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงเรียนมาช่วยหยิบเอาอาวุธปืนหนีออกไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตนเชื่อว่าอาวุธปืนลูกซองที่ยิงไม่ออก เพราะบารมีของกระดูกของพ่อแม่ แร่เขาควายที่คล้องคอเอาไว้คุ้มครอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จได้สอบสวนคู่กรณี ก่อนดำเนินการต่อไป

สลดพนักงานรพ.สระบุรี ขี่จยย.ไปกดเงิน โดนหนุ่มถอยสิบล้อทับดับ คนขับอ้างมองไม่เห็น

สลดพนักงานรพ.สระบุรี ขี่จยย.ไปกดเงิน โดนหนุ่มถอยสิบล้อทับดับ คนขับอ้างมองไม่เห็น

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.ชูเชิด อนันต์ถลุง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเหตุรถสิบล้อชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต บนถนนพหลโยธินขาล่องเข้า กทม. กิโลเมตรที่ 113 ก่อนถึงร้านจำหน่าย เทปใส และสก๊อตเทป ราคาถูก  หมู่ 1 ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.สระบุรี รุดไปที่เกิดเหตุ กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน สระบุรี

พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีน้ำเงิน ทะเบียน ขจพ-833 สระบุรี มุดอยู่ใต้ท้องรถสิบล้อบรรทุกดิน ทะเบียน 85-7599 สระบุรี ใต้ล้อรถสิบล้อมีเศษซากหมวกกันน็อกแตกเละ รองเท้าแตะผู้หญิง

พบร่าง นางสาคร ปิยะโสม อายุ 49 ปี เสียชีวิตใต้ท้องรถสิบล้อ นายอภิสิทธิ์ ปิยะโสม อายุ 52 ปี  สามีผู้ตาย เมื่อทราบข่าวออกมาดูศพ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ บอกว่า ภรรยาเป็นพนักงานอยู่โรงพยาบาลมิตรภาพสระบุรี ภรรยาบอกว่าจะออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มในเมือง ก็มาเกิดเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน นายปริญา ศิลา อายุ 22 ปี คนขับสิบล้อ อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 7 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เผยว่า ตนรับดินมาจาก ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี กำลังจะนำดินไปลงส่งที่ห้วยบง ใกล้ๆทางลงนี้

แต่ขับรถเลยทางเข้านิดหนึ่งจึงหยุดรถ และถอยหลังเพื่อจะเลี้ยวเข้าทางเข้า แต่ไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านหลัง ทำให้ถอยทับจนมีผู้เสียชีวิต

หนุ่มคลั่ง อาละวาดทำลายข้าวของร้านสะดวกซื้อ ขี่จยย.ประกบค้อนไล่ทุบหนุ่มสาว

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 11 พ.ค. ศูนย์วิทยุสภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีชายเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในร้านสะดวกซื้อ สาขาตลาดนัดบ้านแพ้ว หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งอยู่ติดกับร้านกล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ ราคาถูก และใช้ฆ้อนไล่ทำร้ายชาวบ้านที่สัญจรไปมาในเส้นทางใกล้เคียง จึงแจ้งให้ร.ต.ท.ณัฏพล มีสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านแพ้ว โดยในที่เกิดเหตุภายในร้านสะดวกซื้อ พบข้าวของหล่นลงมากระจัดกระจายเต็มพื้น ส่วนพนักงานภายในร้านก็ยังอยู่ในอาการตกใจ

จากการสอบถามพนักงานรายหนึ่ง เล่าว่า คนก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี สวมใส่เสื้อและกางเกงลายพราง เดินเข้ามาแล้วก็พูดว่า “พวกมึงเข้ามาในห้องกูทำไม” จากนั้นก็พังข้าวของจนกระจัดกระจาย แล้วก็เดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย พวกตนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะชายคนนั้นคล้ายกับคนมีอาการคลุ้มคลั่งสติไม่ค่อยดี ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวมรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและจะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อและให้พนักงานภายในร้านไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาห่างจากเหตุการณ์แรกไม่ถึง 10 นาที ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ก็ได้รับแจ้งอีกว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าวัดธรรมจริยาภิรมย์ หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านสะดวกซื้อ จึงรีบไปตรวจสอบ ก็พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุมีลักษณะเหมือนกับชายคนที่เข้าไปทำลายร้านสะดวกซื้อฯ โดยก่อเหตุใช้ฆ้อนไล่ทำร้ายชาวบ้าน และพยายามจะทำร้ายคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างบ้าคลั่ง มีอาการตะโกนโวยวายตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านก็ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไว้

ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุเชษฐ์ เจียมฉวี อายุประมาณ 40 ปี เป็นคนในอำเภอบ้านแพ้ว เคยถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและเพิ่งจะพ้นคุกออกมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปไว้ที่ สภ.บ้านแพ้ว ส่วนผู้เสียหายที่ถูกไล่ทำร้ายร่างกาย ก็ให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เช่นเดียวกันกับพนักงานร้านสะดวกซื้อ

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกรายเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมด้วย คือ นายเกียรติศักดิ์ สุมโน อายุ 23 ปี พร้อมด้วยแฟนสาว โดยบอกว่า ถูกชายชุดลายพรางทำร้ายร่างกาย จากเส้นทางบ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ดูตัวนายสุเชษฐ์ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งนายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน

นายเกียรติศักดิ์ เล่าว่า ขณะที่ตนเองและแฟนออกมาซื้อของที่เซเว่นอีเลฟเว่น บ้านแพ้ว และขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้านพักในเขตตำบลหลักสองนั้น ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนป้ายแดง 8-2719 สมุทรสาคร ตามมาแล้วเบิ้ลเครื่องยนต์ใส่ แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไร จนผู้ก่อเหตุขับตามมาอีกแล้วสั่งให้ตนเองจอดรถ พร้อมกับบอกว่าขอดูใบอนุญาตขับขี่หน่อย ตนก็จอดถามกลับไปว่ามึงเป็นใครมาขอดูใบขับขี่ ผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้พูดอะไร

จากนั้นตนก็กำลังจะออกรถไปต่อ แต่แฟนสาวบอกให้จอดก่อน ตนก็นึกแฟนสาวรู้จักกับผู้ก่อเหตุ พอจอดรถผู้ก่อเหตุถามว่า “มึงฆ่าพ่อกูหรือ” แล้วเงื้อมมือขึ้นจะใช้ค้อนตีที่หัวของตนเอง แต่โชคดีที่ตนเองหลบทันจึงมาโดนที่แขนแทน แล้วผู้ก่อเหตุก็เดินไปกระทืบแฟนสาวเข้าที่บริเวณต้นคอและหลังอีกหลายที โชคดีที่มีชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นตนเองและแฟนสาวก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำนายสุเชษฐ์ หลังจากที่อาการคลั่งสงบลงแล้ว ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป