realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

Sticky post

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์”บ้านสามสหาย” เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์"บ้านสามสหาย" เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์”บ้านสามสหาย” เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

วันที่ 30 พ.ย.2563 ที่สภ.เมืองอุดรธานี หญิงสาว 3 คนผู้เสียหายจากการเล่นแชร์ “บ้านออมเงินออมทอง บ้านสามสหาย” ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป นำหลักฐานการโอนเงินเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รองสารวัตร(สอบสวน) เพื่อให้ดำเนินคดี้เท้าแชร์ชื่อบ้าน “วรรณเดือนดาว” หรือ “บ้านสามสหาย” หลังหลงเล่นแชร์แล้วเสียหายรวม 528,399 บาท โดยรายแรกสูญเงิน 268,399 บาท รายที่สอง 164,000 บาท ส่วยรายที่สาม 99,000 บาทผู้เสียหาย ให้การว่า เริ่มเล่นแชร์หลังจากเห็นรุ่นพี่ที่ทำงานเล่นแล้วได้เงิน ตอนแรกก็ได้เล่นแชร์ทองกับรุ่นพี่ได้กลับมาอยู่ 2-3 วง จากนั้นก็เล่นแชร์ออมเงินช่วงแรกๆก็ได้เงินจึงลงทุนเพิ่ม แต่ปรากฎว่าเท้าแชร์โพสต์ปิดบ้านแชร์ในเฟซบุ๊ก จากนั้นก็ติดต่ออะไรไม่ได้เลย ตอนนี้มีผู้เสียหายแล้ว 107 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ตอนนี้เท้าแชร์ทั้ง 3 คนทราบว่ายังอยู่ในประเทศ เพราะว่าทั้งหมดมีลูกยังเล็กอยู่ คิดว่าคงจะไม่หนีไปไหนได้ไกล
อยากจะฝากถึงคนที่เล่นแชร์ และกำลังจะลงทุนไปเล่นว่า อย่าโลภ แต่คนเราพอเห็นคนเล่นได้เงินมาง่าย และด้วยสภาพเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ดี เมื่อเห็นได้เงินเร็ว ก็ขาดความยับยั้งคิดไปนิดหนึ่ง ก็เสียดายเงินที่ลงทุนไปอยู่ แต่ว่ามันเป็นไปแล้วคงจะต้องยอมรับ ถึงตอนนี้แล้วไม่คิดว่าจะได้เงินคืน เพราะดูแล้วคงจะไม่ได้คืน แต่ก็ยังหวังอยู่บ้างที่จะได้เงินคืน เพราะมีคนบอกว่า เงินที่เขาเอาไปซื้อบ้าน ซื้อรถ กินหรู เราเห็นในเฟซบุ๊กของเขา ที่อาจจะได้คืนมาในส่วนนี้”ด้านร.ต.อ.ชวนัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งความ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจะนัดผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะดูยอดความเสียหายที่แท้จริง จากนั้นจะรวบรวมเอกสารหลักฐาน รายงานผู้บังคับบัญชา เนื่องจากมีความเสียหายจำนวนมาก และน่าจะมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

จากกรณี เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 12 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อำเภอสัตหีบ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ร่วมทำการตรวจสอบ บ้านพักในชายทะเลชุมชนช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังมีแหล่งข่าวว่ามีแม่เด็กได้ใช้ลูก ซึ่งเป็นเด็กหญิง จำนวน 1 คน และเด็กชาย จำนวน 3 คน ร่วมเป็นจำนวน 4 คน ส่งยาบ้า ให้กับลูกค้า ตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนมาก ส่วนผู้เป็นแม่ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.อุไรวรรณ์ หรือ ตุ๊ก ได้หลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง ปล่อยลูกทิ้งไว้ ส่วนเด็กๆ ทั้ง 4 คน ได้นำเจ้าหน้าที่นำไปคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดชลบุรี เพื่อติดต่อหาญาติและหาทางแก้ไขต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านพักของ น.ส.อุไรวรรณ์ อายุ 34 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กทั้ง 4 คน ที่หลบหนีไป ได้พบกับ นายสามารถ อายุ 40 ปี สามีของ น.ส.อุไรวรรณ์ อยู่ภายในบ้าน ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ โดยกล่าวว่า ตนอยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี แล้ว โดย น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมีลูกติดมาก่อนแล้ว 2 คน และมีลูกกับตน 2 คน โดยตนทำงานเป็นลูกจ้างเรือประมงและจะออกทะเล ครั้งละ 15 วัน และจะได้พัก 3 วัน ซึ่ง น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมักชอบเสพยาเป็นประจำ โดยลูกติดทั้ง 2 คน ก็มีนิสัยดื้อ ไม่ยอมเรียนหนังสือ และมีเพื่อนเป็นเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ชอบพาเพื่อนมาเสพยาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งตนก็เคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง

ส่วนเรื่อขายยานั้น ตนไม่รู้ว่า น.ส.อุไรวรรณ์ ขายยาเสพติดเองด้วย รู้แค่ว่าเอายาให้เด็กกลุ่มวัยรุ่น เพื่อแลกกับให้เติมเงินเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเมื่อวานหลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมและนำลูกทั้ง 4 คนไป โดย น.ส.อุไรวรรณ์ ได้หลบหนีไปก่อนนั้น ตนก็เพิ่งขึ้นจากเรือประมงพอดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสารเสพติดแล้วไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ก็อยากรับลูกคนเล็ก 2 คนกลับมาเลี้ยง ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้บอกจะดำเนินการประสานงานให้ แต่ก็ติดในเรื่องที่ตนไม่ได้มีชื่อเป็นพ่อเด็กทั้ง 2 คน

ส่วนลูกติดของภรรยา 2 คนนั้น ก็คงให้ญาติทาง น.ส.อุไรวรรณ์ ติดต่อรับไปเลี้ยงเอง เพราะชอบสร้างปัญหาให้กับที่บ้าน

Sticky post

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอดแม่ตาย-ลูกรอด ไม่ออกมารับผิดชอบ ลั่นหากไม่ชี้แจงจะไม่เผาศพ

(11 พ.ย.63) นายพโนมล สามีของ น.ส.ชนิดา และ นางรัชดา พี่สาวของ น.ส.ชนิดา พนักงานจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ตาลำ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีว่า น.ส.ชนิดา ได้ตั้งครรภ์และฝากท้องไว้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อถึงวันกำหนดคลอดโดยการผ่าจึงได้นำตัวมาโรงพยาบาล

ช่วงก่อนผ่าตัดสุขภาพของ น.ส.ชนิดา นั้นแข็งแรงดี หลังจากผ่าลูกออกมาแล้วเป็นชายแข็งแรง ส่วนแม่นั้นปรากฏว่าช็อกและหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทางโรงพยาบาลไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด อ้างแต่เพียงสาเหตุการตายเท่านั้นว่า น้ำคร่ำเข้าปอดเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความข้อหาประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ภายหลังจากตำรวจรับแจ้งแล้วจะได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นางรัชดากล่าวว่า หากโรงพยาบาลไม่ออกมารับผิดชอบ ก็จะไม่เผาศพ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

Sticky post

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 หลังจากที่รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจพบชาวบ้านในหมู่บ้านถุงทองมัสยิดมะดีนะฮ์ เขตเทศบาลนครแม่สอดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 5 รายยกครอบครัว และถูกนำตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น 

นายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาวะโควิดในพื้นที่อำเภอแม่สอด บุคลากรทางการแพทย์ได้จัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ขณะนี้หายจากอาการป่วยและกลับเข้าชุมชนได้แล้ว ชุมชนกลุ่มเสี่ยงเราได้เข้าไปตรวจคัดกรองกว่า 8,000 คน ซึ่งทั้ง 8,000 กว่าคนผลออกมาเป็นลบทั้งหมด ช่วงนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากโดยเฉพาะน้ำตกทีลอซูได้อย่างมีความสุข ส่วนรถสินค้าของเมียนมาเราจำกัดสถานที่ขนส่งสินค้าในจุดขนถ่ายทั้งหมด ไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ ขณะนี้แม่สอดมั่นใจโควิด-19 เราเอาอยู่ แต่อย่าลืม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด รับแจ้งมีโจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในชุมชนมะดีนะฮ์ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวผู้ป่วยโควิดทั้ง 5 รายที่เพิ่งกลับบ้านมาได้เพียง 1 วัน ขณะที่เจ้าของบ้านออกไปจ่ายตลาดกลับมาพบบ้านถูกงัดมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบเพราะกลัวโควิดอาจจะหลงเหลือในบ้าน ต้องรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมใส่ชุดนิรภัยเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

Sticky post

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง เผยคลิปหลุดเพราะมีปัญหากันเองภายใน รพ.

จากกรณี มีการเผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าหน้าที่ชายทำร้ายผู้ป่วย ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยแพทย์สั่งให้สแกนสมองเนื่องจากมีเลือดคั่ง แต่คนไข้มีอาการดิ้น ทำให้พนักงานเปลใช้กำลังกับผู้ป่วยจนดูเหมือนเป็นการทำร้ายร่างการ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม ผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 50 ปี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ แพทย์จึงสั่งให้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมอง และได้สั่งให้ยาระงับอาการบาดเจ็บ และมีการมัดมือมัดเท้าคนไข้ แต่คนไข้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ สับสนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีอาการดิ้นจนเชือกที่มัดไว้ขาด

เจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานเปลชายคนดังกล่าว มาช่วยคุมคนไข้ให้อยู่ในอาการสงบ ซึ่งเป็นภาพการกดและพูดให้คนไข้ให้อยู่ในความสงบ แต่คนไข้ก็ยังดิ้นไม่ให้ความร่วมมือ ก็เลยดูเหมือนว่าจังหวะเป็นการกระตุ้นคนไข้ในจุดที่ให้มีการตื่นตัว แต่ภาพอาจดูไม่นิ่มนวล ไม่เหมาะสม ดูเหมือนเป็นการทำร้ายคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการรุนแรงอย่างที่ปรากฏในภาพ ส่วนคนไข้ดังกล่าว ก็ปลอดภัยดี ไม่มีอาการทางสมองแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดออกมา เนื่องจากบุคลากรมีปัญหากันเองที่ภายในโรงพยาบาล ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีมาตรการในการควบคุมดูแล เข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก 

Sticky post

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ดูรูปปั้นคล้ายช้างที่พบจากข้างรางรถไฟ คาดเป็นของโบราณ ลองแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูมีตัวเลขโผล่ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ต.ค.) ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 106 ซอยร่มเย็น หมู่ที่ 7 ตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน หลังทราบว่าชาวบ้านในซอยดังกล่าวขุดพบรูปปั้นคล้ายช้างที่ข้างรางรถไฟ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่ชาวบ้านจะนำมาใส่พานเพื่อตั้งบูชาโดยจุดธูปเทียนเพื่อขอโชคลาภ

จากการสอบถาม คุณป้ารุจิราม มณีรัตน์ อายุ 63 ปี และนางอนงค์ ก๋องเจริญ อายุ 59 ปี ผู้ที่พบเห็นและนำมาตั้งใส่พาน ทราบว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ทางการรถไฟได้มาทำสะพานข้ามน้ำที่จุดดังกล่าวโดยใช้รถแบ็คโฮขุดดินที่อยู่ด้านใต้น้ำขึ้นมาไว้ข้างๆ ทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดที่พบรูปปั้นคล้ายช้าง

จนกระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีฝนตกจึงทำให้ส่วนหลังของรูปปั้นคล้ายช้างโผล่พ้นดินขึ้นมา ตอนแรกๆ ก็ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเย็นวันนี้ เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ไปขุดที่จุดดังกล่าว และพบรูปปั้นคล้ายช้างจึงนำมาทำความสะอาด แล้วก็นำมาวางใส่พานก่อนที่จะจุดธูปเทียน เครื่องสังเวยมาถวายและลงมือทาแป้งเพื่อขอโชคลาภ

ตนเองก็ไม่รู้ว่าช้างที่ขุดพบปั้นมาจากปูนหรือเป็นหินทรายแกะสลักกันแน่ แต่ตัวช้างมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม และบริเวณลำตัวส่วนใหญ่เกือบจะสมบูรณ์ แต่บริเวณด้านหน้าช่วงงวงเกิดการแตกหักหายไป ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นของโบราณอายุหลายสิบปีหรือนับร้อยปี ตั้งใจมาดลใจให้ชาวบ้านเห็นเพื่อนำมาเก็บรักษาไว้

ทั้งนี้ เมื่อชาวบ้านนำแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูพบว่ามีตัวเลขโผล่ออกมาคือ 63, 279 และ 275 และต่อมาลูกหลานของตนเองได้นำไปโพสต์ลงเฟชบุ๊ก ทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ทราบข่าวเริ่มทยอยมาของโชคลาภ ซึ่งหากตนเองถูกรางวัลได้เงินรางวัลมามากๆ ก็จะสร้างศาลถวายให้อีกด้วย

Sticky post

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ชาวบ้านผงะ พบยาไข้หวัดนก 7 ลัง สติ๊กเกอร์ภาษาจีน ถูกทิ้งริมถนนศรีราชา โร่แจ้งสาธารณสุขรุดตรวจสอบ

25 ตุลาคม 2563 ชาวบ้าน ม.9 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบลังโฟม 7 ลัง ภายในบรรจุยาขวดติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน วางทิ้งไว้ บริเวณถนนเส้น หลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ เกรงว่าจะเป็นยาชนิดอันตราย จึงได้รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอศรีราชา ตรวจสอบ

จุดที่พบลังยา เป็นป่าหญ้าริมถนน นายอโณทัย เจริญสันติสุข ชาวบ้านในพื้นที่ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่พบกล่องโฟม ตรวจสอบพบว่า เป็นขวดยาชนิดน้ำ ซึ่งยังไม่มีการเปิดใช้งานแต่อย่างใด ส่วนเอกสารก็เป็นภาษาจีนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้ตรวจสอบ

สอบถามนายอโณทัย ทราบว่า ตนได้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว แล้วพบเห็นกล่องปริศนาวางทิ้งไว้ริมถนน ด้วยความสงสัยจึงได้เปิดดู พบว่าเป็นวัตถุคล้ายขวดยา ติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ทราบว่า ยาทั้งหมดเป็นยาเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก ซึ่งใช้งานในกลุ่มสัตว์ปีก และทั้งหมดอยู่ในสภาพหมดอายุการใช้งานแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีบริษัทใดในพื้นที่ใช้ยาชนิดนี้ และเหตุใดถึงนำมาทิ้งเช่นนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Sticky post

คุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.เล็งปืนใส่แท็กซี่ รออาญาลง 2 ปี

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เล็งปืนใส่แท็กซี่ขับรถตามในศูนย์ราชการฯ ยอมรับผิด ขอโทษและเยียวยาแล้ว-รอลงอาญา 2 ปี

วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2384/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพิเศษ หรือ ภูษิต อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ

จากกรณี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จำเลยได้พกพาอาวุธปืนโคลท์ รีวอลเวอร์ ขนาด.38 สเปเชียล เลขทะเบียน กท.2117198 พร้อมกระสุน แล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางรถแท็กซี่รับจ้าง ที่มีนายพิพัฒน์ ผู้เสียหาย ขับตามมา พร้อมกับพูดว่า “ขับตามมาทำไม ให้ถอยรถออกไปวิ่งเส้นอื่น” เหตุเกิดบนถนน บริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จำเลยให้การรับสารภาพ วันนี้จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว จำเลยยอมรับว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากไว้ป้องกันตัว เพราะทำงานด้านการไต่สวนอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา จำเลยได้ขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งไม่ติดใจดำเนินคดี และไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำเลยจึงมอบเงินให้ 2,000 บาท อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก รวม 1 ปี ปรับ 31,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเยียวยาผู้เสียหายและมีภาระต้องดูแลบิดามารดา อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับสูงเคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี พร้อมรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนเป็นเวลา 1 ปีด้วย

Sticky post

ทหารจ่าสิบโทสารภาพรับจ้างขนยาบ้า 4 แสนเม็ด โป๊ะแตกเพราะเกิดอุบัติเหตุ

ทหารจ่าสิบโท รับสารภาพรับจ้างขนยาบ้าข้ามจังหวัด เพราะต้องการเงินมารักษาภรรยาป่วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายทั้งหมดต่อ

จากกรณี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นบริเวณที่รถยนต์ ยี่ห้อนิสัน เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในคูน้ำ

สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการชนเข้ากับเสาไฟแสงสว่างข้างทาง มี จ่าสิบโท นาวิน สังกัด ร17/3 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จังหวัดเชียงราย พร้อมภรรยา และ ลูกชายบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง

และตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีขาวขนาดใหญ่ 2 ถุง โดยในถุงบรรจุยาบ้า จำนวน 4 แสนเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ทำการสอบสวน

ความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว จ่าสิบโท นาวิน ไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เช่ารถคันดังกล่าวมาจากจังหวัดเชียงราย โดยเดินทาง ช่วงของคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปรับยาบ้ามาจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วขับกลับ โดยจะทิ้งยาบ้าตามจุดที่นัดหมายในพื้นที่ จ.พิจิตร แต่เกิดอาการเพลียจึงเปลี่ยนให้ภรรยาขับ มาถึงที่จุดเกิดเหตุมีสุนัขตัดหน้าจึงเสียหลักตกข้างทาง

ทั้งนี้ จ่าสิบโท นาวิน รับสารภาพว่าสาเหตุที่รับจ้างขนเพื่อนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคระบบขับถ่าย ก่อนหน้านี้ได้พยายามกู้เงินจากแหล่งอื่นไม่เป็นผล จึงต้องมารับจ้างขนส่งยาเสพติด  

ล่าสุด พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เดินทางพื้นที่พร้อมทำการสอบสวนผู้ต้องหา พร้อมสั่งการให้ดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีข้อมูลของขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาง จ.พิจิตรแล้ว และจะขยายผลการจับกุมต่อไป

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า ไว้จำหน่ายและครอบครอง จะได้ตรวจสอบหลักฐาน และรวบรวมข้อมูล เพื่อทำการขยายผลเครือข่ายของยาเสพติดชุดนี้ต่อไป

Sticky post

สลด พ่อเฒ่าชาวดัตช์ บอกเมียจะไปว่ายน้ำ ก่อนลอยเป็นศพมาเกยหาดพัทยา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 25 กันยายน 2563 ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพลอยอยู่ในทะเลพัทยา ก่อนถึง

โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุ บริเวณชายหาดพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบในน้ำทะเลมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในสภาาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่ใช้เรือเคลื่อนย้ายร่างเข้าสู่ชายฝั่ง ทราบชื่อภายหลังคือ MR. VAN SCHAIK JOHANNES MARIA อายุ 74 ปี สัญชาติ เนเธอร์แลนด์ โดยมีภรรยาทราบชื่อคือ น.ส.สุขใจ อายุ 41 ปี เดินทางมาดูร่างไร้วิญญาณอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ ถึงกับทรุดลงกับพื้น เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีจึงช่วยพยุงมานั่งพักตั้งสติ 

สอบถาม น.ส.สุขใจ ผู้เป็นภรรยา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ สามีบอกว่าจะออกมาว่ายน้ำเล่นที่ทะเล แต่หายไปหลายชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วง เพราะสามีมีอาการป่วยหลังจากประสบอุบัติเหตุ จึงได้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา จนกระทั่งมีคนไปแจ้งว่าพบร่าง MR. VAN SCHAIK ลอยอยู่กลางทะเลจึงรีบมาดูดังกล่าว 

เบื้องต้น ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเคลื่อนย้ายร่างไปตรวจชันสูตร ยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป 

Sticky post

รวบหนุ่มแสบ ควงปืนบีบีกันปล้นร้านมือถือ สารภาพหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่

วานนี้ (21 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชลิต อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านรับจำนำอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ตั๋วจำนำ 2 ใบ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ กางเกงขายาว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำแดง ซึ่งเป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และอาวุธปีนบีบีกันแบบแม็กกาซีนสีดำจำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ 2 แขวงบางนา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชายได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนแบบแม็กกาซีนสีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับจำนำอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวภายในร้านหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาของลูกค้าที่รับจำนำไว้ซึ่งอยู่ในตู้โชว์ภายในร้านใส่ถุงผ้าสีฟ้าที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนที่จะเดินออกไปขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายในขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุไปได้ ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในห้างเทสโก้โลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายรู้จัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ จึงพบว่าที่ร้านรับซื้อดังกล่าวได้ขอหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ ชื่อ นายชลิต อายุ 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายชลิต ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนในย่านรามคำแหง 2 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ

นายชลิต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านศรีนครินทร์ แต่เงินไม่พอใช้ประกอบกับตนอยากได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ จึงคิดหาเงินทางลัดและจำพฤติกรรมการก่อเหตุมาจากในโลกโซเชียล จึงซื้อปืนบีบีกันมาจากตลาดนัด และยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาลงมือก่อเหตุ โดยจะเลือกลงมือร้านที่ปลอดคน กระทั่งพบเห็นร้านดังกล่าวมีผู้หญิงอยู่ในร้านคนเดียว จึงเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นได้หลบหนีไปที่บ้านย่าน ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถจักรยานยนต์ไปคืนญาติ และนำโทรศัพท์ไปขาย ส่วนนาฬิกานำไปจำนำได้เงินมา 7,000 บาท ส่วนเงินที่ได้มาตนนำไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่จนหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

จระเข้ที่หายสาบสูญ โผล่กัดคนเจ็บสาหัส สุดท้ายถูกจับตายแล่เนื้อกินชำระแค้น!

จุดจบนักล่า! จระเข้โผล่กัดแขนคนหาปลาลากลงน้ำ เพื่อช่วยชีวิตทันก่อนระดมกำลังตามล่า ก่อนจับมาชำแหละทำอาหาร

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย. มีเหตุชาวบ้านที่ออกไปทอดแหหาปลา บริเวณลำคลองกลางหมู่บ้านทำเนียบ ม.3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง แล้วถูกจระเข้กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกจระเข้กัด คือ นายยงยุทธ อายุ 52 ปี พนักงงานฝ่ายผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ออกไปทอดแหหาปลากับเพื่อนรวม 3 คน ที่คลองกลางหมู่บ้าน พอทอดแหลงไปครั้งแรก ได้ใช้มือคลำลงไปจับแหในน้ำ แต่จู่ๆ จระเข้ตัวใหญ่ลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ได้พุ่งตัวขึ้นจากน้ำ งับเข้าที่แขนข้างขวาของนายยงยุทธ ก่อนที่จระเข้จะหมุนตัวไปมา เพื่อลากตัวนายยงยุทธลงไปในน้ำ ต่อหน้าเพื่อนๆ หลังตั้งสติได้เพื่อนที่อยู่ริมคลองได้กระโดดลงไปช่วย จนสามารถช่วยขึ้นมาได้   

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้รวมตัวกันออกไปตามล่าจระเข้ตัวดังกล่าว โดยพบตัวจระเข้โหด ยังคงว่ายไปมาในลำคลอง ชาวบ้านนับสิบคนจึงช่วยกันจับตัว โดยใช้ทั้งมีดและไม้แหลมเป็นอาวุธ จนสามารถจับตัวจระเข้ขึ้นมาได้ แต่พบว่าตายแล้ว จึงช่วยกันนำตัวจระเข้กลับไปที่หมู่บ้าน แล้วชำแหละแบ่งเนื้อกันไปทำอาหาร โดยทุกคนบอกว่าจะกินให้หายแค้น 

สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลุดมาจากฟาร์มที่เลี้ยงเมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าหลุดมาจากจุดใด เพราะในละแวกใกล้เคียงไม่พบว่ามีผู้เลี้ยงจระเข้ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุบริเวณคลองทำเนียบ ใกล้หมู่บ้านฐติชญาพันธ์ บริเวณใต้สะพาน มีคลองเล็กๆ กว้างประมาณ 3 เมตร น้ำไม่ลึกมาก พบร่องรอยการเหยียบย่ำของคนที่ลงไปช่วยนายยงยุทธ ขณะไปทอดแหกับเพื่อนอีก 2 คน จนถูกจระเข้กัดดังกล่าว 

นายสมชาย ชาวบ้าน มือหั่นจระเข้ กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้ได้ก็นำกลับมาทำเป็นอาหาร พบว่าเป็นจระเข้เพศเมีย ภายในท้องมีปลาดุกเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ตนชำแหละและทำอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แจกจ่ายให้กับคนในชุมชน ส่วนจระเข้น่าจะหลุดออกมาจากฟาร์มเมื่อช่วงที่น้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นพบว่าจระเข้หายไปหนึ่งตัว คาดว่าเป็นตัวเดียวกัน และปัจจุบันในหมู่บ้านไม่มีฟาร์มจระเข้แล้ว  

Sticky post

ร้านค้าจีนเจอ “ซากค้างคาว” ในกระปุกซอสหอยนางรม หลังใช้ทำอาหารมาแล้ว 3 เดือน

ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ หนึ่งในประเทศจีนถึงกับช็อกเมื่อพบว่ามีซากค้างคาวในกระปุกซอสหอยนางรม ที่ใช้ประกอบอาหารมาแล้วเกือบ 3 เดือน

ร้านดังกล่าวเผยกับผูสื่อข่าวในจีนว่า คนที่เจอซากค้างคาวคนแรกคือแม่ของตน ตอนนั้นคุณแม่ใช้ช้อนตักซอสหอยนางรมมาปรุงอาหารค่ำตามปกติ แต่เมื่อจ้วงช้อนเข้าไปในกระปุกกลับตักขึ้นมาไม่ได้ ทั้งยังโดนเข้ากับของแข็งบางอย่าง จึงพยายามตักให้ลึกกว่าเดิมเพื่อนำสิ่งดังกล่าวขึ้นมาดู พบว่าเป็นซากค้างคาวแถมยังมีกลิ่นเหม็นด้วย

ต่อมา ชายคนนี้จึงนำซอสหอยนางรมนี้ไปคืนที่ร้านที่ซื้อมา ทั้งยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนั้นทุกคนก็ช็อกและไม่กล้ากินอะไรไปอีก 2-3 วันเลย

ชายคนนี้เผยอีกว่า ค้างคาวไม่น่าจะไปอยู่ในกระปุกหลังจากซื้อมาแล้ว เพราะจะปิดฝาหลังใช้ทุกครั้ง เพราะถ้าหากเข้ามาในกระปุกหลังจากซื้อมา ก็ต้องได้ยินหรือเห็นมันกระเสือกกระสนบินหนีออกจากกระปุกไปแล้ว ดังนั้นน่าจะเข้ามาอยู่ในกระปุกตั้งแต่ที่โรงาน

ด้านผู้ผลิตซอสหอยนางรมยี่ห้อที่มีปัญหานี้ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของชายคนนี้และบอกว่า ซอสหอยนางรมที่ออกจากบริษัทไปผ่านการคัดกรองและตรวจอสบหลายขั้นตอน จึงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ได้

สำนักข่าวในจจีนยังเผยอีกว่า ครอบครัวนี้เตรียมนำซอสหอยนางรมไปวิเคราะห์ด้วยว่ามีไวรัสหรือเชื้อโรคใดๆ ปนเปื้อนหรือไม่ เพราะค้างคาวมีไวรัสหลายชนิด

Sticky post

รวบพนักงานขายตั๋วหนัง ลวงสาว 17 ไปข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

กองปราบรวบผู้ต้องหาพนักงานขายตั๋วหนังลวงหญิงสาววัย 17 ปี ดื่มเหล้า ก่อนข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมนายพีระพล(สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 1094/2547 ลงวันที่ 19 เมษายน 2547 โดยกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยใช้กำลังประทุษร้าย พรากบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ภายในซอยทะเลทอง ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2547 นายพีระพลฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำงานขายตั๋วหนังที่โรงหนังแห่งหนึ่งย่านจังหวัดปทุมธานี ได้รู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 17 ปี ที่โรงหนังดังกล่าว

หลังจากนั้นนายพีระพล ได้ชักชวน น.ส.เอ ให้ไปที่ห้องพักของเพื่อนผู้ต้องหา และชักชวนให้ น.ส.เอ ร่วมดื่มสุราด้วย จน น.ส.เอ มีอาการมึนเมา นายพีระพล จึงได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เอ เมื่อผู้เสียหายตื่นขึ้นมา จึงรีบเดินทางกลับบ้านทันที

ต่อมาทางมารดาของ น.ส.เอ สังเกตุอาการผิดปกติของลูกสาว จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดังกล่าว มารดา น.ส.เอ จึง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุมตัว จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ฉาวอีก! ครูสังคมฯ โรงเรียนมัธยมดังอุบล ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ ให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

ฉาวอีก! ครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมดังในอุบลฯ ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ แถมทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

วันนี้ (3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์กันในโลกทวิตเตอร์ระบุถึงครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ใกล้โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ และทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง โดยโพสต์ที่แชร์ต่อๆ กันระบุว่า

“ห้องตนเรียนกับครูคนนี้มาหลายคาบแล้ว ก็พอจะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้ เรื่องวันนี้คือ เหมือนครูจะบอกแนวข้อสอบ อธิบายหัวข้อต่างๆ ปกติเลย เวลาครูอธิบาย ครูก็จะถาม แล้วพูดถึงเรื่องระบอบการปกครองต่างๆ เพื่อนๆ ก็พากันช่วยตอบ

พอตอบไม่ถูกเข้าเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ ครูก็ด่าเอาด่าเอา แล้วก็ให้ยืนทั้งห้อง ตอนแรกนึกว่าจะให้ยืนเฉยๆ สรุปให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวด้วย ตอนนั้นอึ้งเลย ไม่คิดเลยว่าจะทำ เหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามตอบด้วย แล้วครูก็บอกว่าเถียง แล้วก็ด่ากราดเลย”

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่หรือคือสถาบันที่จะผลิตเยาวชนไปเป็นผู้นำ ครูป่วยหรือไม่ หรือมีปัญหาที่บ้านอย่างไรหรือไม่ ซึ่งนักเรียนมักจะพูดถึงครูคนดังกล่าวว่าเมามาสอนเป็นประจำ

Sticky post

เด็กหญิง ม.1 ถูกเพื่อนแกล้งจนสลบ-เล่นแต่งหน้าศพให้ หมอตรวจพบสมองกระทบกระเทือน

ญาตินักเรียน ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้โรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จ.นครพนม โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม หลังหลานสาวถูกเพื่อนแกล้งจนหมดสติ แต่เพื่อนกลับหัวเราะชอบใจ แถมยังแกล้งแต่งหน้าศพให้ เพราะคิดว่าแกล้งเป็นลม 

เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ เห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งนอนหมดสติ ท่ามกลางเพื่อน ๆ รุมแกล้งเขียนหน้าเขียนตา แถมยังหัวเราะชอบใจ โดยระบุว่า “พ่อแม่เห็นรูปหัวใจแทบขาด เพื่อนที่โรงเรียนแกล้งจนสลบ ยังไม่สนใจจะช่วยพาไปโรงพยาบาล แถมยังแกล้งแต่งหน้าเป็นศพ” ต่อมาได้โพสต์บอกอีกว่า “ไปหาหมอแล้ว หมอให้นอนโรงพยาบาล รอเอกซเรย์สมอง ขอให้หลานปลอดภัย” 

เจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเด็กที่หมดสติ เล่าว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ อ.นาแก จ.นครพนม น้องมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด และแพ้กลิ่นน้ำหอมที่เพื่อนฉีด จึงบอกกับเพื่อนว่า เหม็นและขมคอ เพื่อนจึงแกล้งเอาน้ำหอมฉีดใส่ ทำให้น้องแน่นหน้าอกและหมดสติไป แต่เพื่อนๆ กลับคิดว่า น้องแกล้งเป็นลม เลยจับน้องแต่งหน้าทาปากเหมือนศพ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงทำกิจกรรม จึงไม่มีครูอยู่ในห้อง แต่มีเพื่อนวิ่งไปบอกครู จึงพาส่งโรงพยาบาล

หมอให้น้องแอดมิท พร้อมบอกว่า น้องตกโต๊ะทำให้สมองของน้องได้รับความกระทบกระเทือนปานกลาง ต้องรอ MRI สมองอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ เพื่อนน้องโพสต์คลิป เพื่อนๆ เห็นความเป็นความตายของน้องเป็นเรื่องสนุกสนาน จึงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า น้องแกล้งเป็นลม และให้ไปเคลียร์กับทางโรงเรียนก่อน 

ทีมข่าวติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่ให้ข้อมูลใด ๆ พร้อมระบุว่า จะเปิดแถลงข่าวในวันจันทร์ พร้อมกับเรียกผู้ปกครองของเด็กทั้งหมดมาพูดคุย

Sticky post

พ่อมือตบสาว ปวช. ก้มกราบขอโทษแทนลูก เซ่นคลิปให้แฟนเก่าเหยื่อลวงมาตบ

เดือดร้อนถึงคนเป็นพ่อ ต้องก้มกราบขอโทษแทน หลังลูกสาววัย 16 ปี ตบตีสาว ปวช.ปี 1 ล้างแค้นแทนรุ่นน้อง 

จากกรณีมีคลิปนักเรียนหญิง ปวช. ปี 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถูกที่แฟนเก่าหลอกให้มาเอาของ ก่อนจะถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้เชิญตัว น.ส.ชมพู่ อายุ 16 ปี มือตบนักเรียนสาวพาณิชย์ พร้อมกับเพื่อน และ น.ส.เอ อายุ 15 ปี ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้ามาพบที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุการทำร้ายตบตีกันในครั้งนี้

น.ส.เอ ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนได้ไปเจอ น.ส.ชมพู่ กับพวก โดย น.ส.ชมพู่ หาว่าตนเองไปต่อว่าเพื่อนรุ่นน้องของเขาเสียหาย ตนตอบไปว่าคนที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กไปต่อว่ารุ่นน้องของคู่กรณีไม่ใช่ตนเอง แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อตรงเข้ามาจิกผมตบตีจนล้มลุกคลุกคลาน ทั้งๆ ที่ตนเองยืนยันว่าไม่ใช่ และขอร้องให้หยุดแต่อีกฝ่ายก็ยังด่ายังตบตีตนอีก

ขณะที่ น.ส.ชมพู่ มือตบ กล่าวว่า คู่กรณีกับเพื่อนๆ มีปัญหากับรุ่นน้องตนเอง จนมีการท้าทายกันตลอดมา ตนเองเคยไปเคลียร์ที่บ้านคนเจ็บเพื่อให้จบ เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเนื่องจากรุ่นน้องต้องเจอกันอยู่แล้ว พอไปถึงอีกฝ่ายพยายามถอยรถชน  แถมยังจะทำร้ายรวมทั้งยังปาระเบิดปิงปองใส่จนต้องหนีตายกันมาแล้ว วันเกิดเหตุมาเจอก็เกิดอารมณ์จึงตรงเข้าทำร้ายตบตีอย่างที่เห็นในคลิป

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อปรับความเข้าใจ ทางพ่อของ น.ส.ชมพู่ ถึงกับนั่งลงกับพื้น พร้อมยกมือไหว้แม่ น.ส.เอ เพื่อขอโทษยอมรับผิดที่ลูกได้ทำลงไป ก่อนที่ น.ส.ชมพู่ และเพื่อนๆ จะนั่งลงกราบขอโทษด้วย โดยแม่ของ น.ส.เอ บอกกับทั้งหมดว่า ในส่วนของคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ไม่ควรจะมาทำกับลูกสาวตนแบบนี้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนทางด้านคดีหากทางฝ่ายผู้ปกครองผู้เสียหายต้องการเอาเรื่อง ก็ต้องประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวน เพราะทั้งสองฝ่ายยังเป็นเยาวชน

Sticky post

สาวโรงงานถูกผัวฆ่าฝังร่องสวนมะนาว พ่อผัวสารภาพสิ้นช่วยลูกอำพรางศพ

เจอตัวแล้วพ่อสามี “น้องจ้อย” สาวเหยื่อฆ่าหมกร่องสวนมะนาว สารภาพสิ้นลูกชายเป็นคนทำก่อนให้ช่วยอำพรางศพ

กรณี นางสาววนิดา หรือ น้องจ้อย สาวโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก อายุ 26 ปี ถูกฆ่าฝังศพอำพรางไว้ในร่องสวนมะนาวบริเวณหมู่ที่  9 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ก่อนที่เจ้าของสวนจะมาพบศพจนนำไปสู่การติดตามหาตัวคนร้าย

โดยหลังพบศพ นายเมฆ หรือ ตั้ม อายุ 27 ปี สามีของน้องจ้อยและนายวันชัย พ่อของนายตั้มหายตัวไปจากพื้นที่ จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีส่วนในการฆาตกรรมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวเพื่อนสนิทของนายตั้มมาสอบสวน จนทราบว่านายตั้มไปสารภาพว่าเป็นคนบีบคอน้องจ้อยจนเสียชีวิต แต่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก นายวันชัยได้ติดต่อให้นายดนัยศักดิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของสวนมะนาวที่เกิดเหตุและเป็นนายจ้างให้พาเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสวงหา แล้ว

โดย นายวันชัย พ่อสามีของผู้เสียชีวิต ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายตั้มลูกชายนำศพของน้องจ้อยมาฝังไว้ที่บริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงวัน

ก่อนหน้านั้นนายตั้มได้ขับรถมาบอกว่าพลั้งมือฆ่าน้องจ้อยจนเสียชีวิตภายในบ้านพัก และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร่วมกันนำรถซาเล้งที่ใช้ในสวนไปบรรทุกศพมาจากบ้านผ่านทุ่งนามาฝังไว้ที่ร่องสวน ก่อนที่จะทำเหมือนปกติ

จนกระทั่งมีผู้พบศพน้องจ้อยจึงหนีเข้าไปหลบในป่า ส่วนนายตั้มไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนักจึงติดต่อทางนายจ้างและเพื่อนสนิทให้พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวสอบปากคำเครียดเพื่อเค้นหาที่ซ่อนตัวของนายตั้ม โดยคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เนื่องจากนายตั้มมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ยังคงเฝ้าติดตามนายตั้มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเพื่อนของนายตั้มทุกแห่งซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในไม่กี่วันนี้ 

Sticky post

คลิปสลด วงจรปิดจับภาพเก๋งชนจยย.กลางสามแยก คนขี่ร่างกระเด็น 20 เมตรเสียชีวิต

ปาเจโร่แบกไม่อยู่พุ่งชนจยย.กลางสามแยกไฟแดง ก่อนพุ่งข้ามเกาะไปชนกับรถเก๋งและกระบะหลายคัน ส่วนคนขี่จยย.ไปเสียชีวิตที่ รพ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.วานิช ภูดวงดาษ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชน จยย.และรถเก๋งหลายคัน มีผู้เสียชีวิตที่สามแยกปากภู ต.เมือง อ.เมืองเลย ใกล้ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งปาเจโร่ เทาดำ หมายเลขทะเบียน 9363 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 4855 เลย รถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6135 เลย รถเก๋งฟอร์ด สีแดง ไม่ทราบทะเบียน และรถเก๋งเซโรเล็ต ไม่ทราบทะเบียน รวมทั้งหมด 5 คัน

ส่วนรถจยย.ขาดสองท่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ นายสุพัน อายุ 60 ปี คนขี่จยย. กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลนำส่ง รพ.เลย แต่ทนเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.เลย ที่เกิดเหตุมี นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ ยืนตกใจอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนกู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.เลย ส่วนรถทั้งหมดนำออกจากถนนเพื่อเปิดช่องการจราจร

จากการสอบถาม นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสามแยกบ้านปากภู ขณะกำลังขับผ่านสี่แยก มีรถ จยย.ของผู้ตาย ได้ขับมาและเลี้ยวขวากะทันหัน ตนเองเบรกไม่อยู่จึงชนเข้าอย่างจัง จนคนขี่และจยย.กระเด็นไปร่วม 20 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งเกาะข้ามถนนไปชนกับรถเก๋ง และรถกระบะที่ติดไฟแดงจนได้รับความเสียหายหลายคัน จนมีตำรวจและกู้ภัยฯ มาที่เกิดเหตุ ส่วนตนเองยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว และอยู่ระหว่างสอบปากคำและดูกล้องวงจรปิด

Sticky post

รถเก๋งชนท้ายรถกระบะคว่ำ กระเด็นลงข้างทาง หนุ่มจากต่างถิ่นดับยกคัน 4 ศพ

รถเก๋งขับตามหลังมา เปลี่ยนเลนชนท้ายรถกระบะคว่ำลงข้างทาง ตาย 4 เจ็บ 3 ที่เชียงราย

(10 มี.ค.63) เมื่อเวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เทศบาล ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.เชียงราย (ศูนย์นเรนทร) ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน พื้นที่หมู่บ้านห้วยเคียน หมู่ 4 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จึงประสานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย สมาคมแสงธรรมสาธารณกุศล อ.แม่จัน อาสากู้ภัยสิงห์หนึ่ง ฯลฯ รุดไปตรวจสอบและระงับเหตุ

เมื่อไปถึงพบจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรขาขึ้นจะไปทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และพบรถยนต์รถยนต์เก๋งเป็นยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ 9กฒ-4169 ชนกับรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน ผต-8492 ซึ่งรถยนต์ระบะจำนวน 1 คัน สภาพหงายหลัง อยู่ในพงหญ้าข้างทาง ภายในรถและพงหญ้าโดยรอบพบศพผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยเร่งด่วน

ห่างไปด้านหน้าของรถยนต์กระบะพบรถยนต์เก๋งคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางในสภาพล้อรถแตกและ พบชายคนขับ 1 ราย จึงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำและเก็บหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์กระบะซึ่งมีคนขับและคนโดยสารไปด้วยรวมกันจำนวน 6 คน ได้ขับไปตามช่องทางปกติ แต่ปรากฎว่ารถยนต์เก๋งซึ่งขับตามหลังมาได้เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและพุ่งเข้าชนท้ายรถกระบะจนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง จากนั้นรถยนต์เก๋งก็เสียหลักแต่ไม่พลิกคว่ำไปจอดอยู่ด้านหน้าดังกล่าว

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 4 คน ทราบว่าชายทั้งหมดโดยมาจาก ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีษะเกษ เหมือนกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพบว่าเป็นหญิง อายุ 26 ปี ชาวหมู่บ้านศรีวิเชียร ต.ท่าสุด จ.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ปวดเข่า และสะโพกขวา และรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 20 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณคิ้ว แผลถลอกตามร่างกาย

Sticky post

สลด 2 เพื่อนสนิท พนักงานบริษัทประกันชื่อดัง รมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง

พนักงานบริษัทประกันชีวิตชื่อดังซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน จุดเตาถ่านรมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง ดับคู่ 2 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ส.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.อ.สุรชัย แก้วคำภา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งพบศพหญิงและชายรมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 7937 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านพักรับรองภายในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ภายในรถเก๋งพบร่าง นายฉัฎฐรัตนภัทร อายุ 31 ปีอ สภาพนั่งบนเบาะที่นั่งหลังด้านซ้าย ใส่เสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ และพบร่าง นางสาวธาริณี อายุ 30 ปีสภาพนั่งด้านคนขับ สวมเสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ  ที่บริเวณพื้นรถเบาะหน้าพบเตาถ่าน และ กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ที่มีการจุดไว้เหลือเพียงเถ้าถ่าน

เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง

โดย ญาติ เล่าว่า ผู้ตายทั้ง 2 คนทำงานอยู่ที่บริษัทประกันชีวิตชื่อดัง และเป็นเพื่อนสนิทกัน เล่าว่าติดต่อผู้ตายไม่ได้ เมื่อวานโทรไปที่บริษัทก็ทราบว่าออกมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว จึงได้พยายามเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วก็ขับรถมาตามสัญญาณมือถือ จึงพบว่ารมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับสาเหตุเนื่องจากผู้ตายเป็นคนคิดมากหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ป่วยเนื่องจากประสบอุบัติเหตุผ่าตัดสมอง แต่ไม่คิดว่าผู้ตายจะมาฆ่าตัวตายแบบนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

Sticky post

สลด ไฟไหม้บ้านคลอกหลาน 3 ขวบดับอนาถ ยายช่วยไม่ทันจู่ๆ เกิดตัวชา

สุดเศร้า เด็กน้อยวัย 3 ขวบถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง ขณะที่ยายพยายามจะเข้าไปช่วย อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชา สุดท้ายถูกไฟคลอกเจ็บสาหัส รวมทั้งญาติๆ บาดเจ็บ รวม 5 คน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 ส.ค.) ศูนย์วิทยุ สภ.เขาค้อ ได้รับแจ้งเหตุ มีเพลิงไหม้บ้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก 1 ราย และบาดเจ็บจากการถูกเปลวเพลิงไหม้ 5 ราย เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงได้ไหม้บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อต้องนำรถน้ำในการช่วยระงับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลาราว 20 นาที หลังเพลิงจึงสงบ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้ร่างจนเกรียม ทราบชื่อคือ เด็กหญิงใบเฟิร์น อายุ 3 ขวบ

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ จนเกิดบาดแผลตามร่างกาย อีก 5 ราย ทางอาสากู้ภัย ต้องเร่งทำการปฐมพยาบาล ผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ 

จากการสอบถาม นางบังเอิญ อายุ 50 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองเป็นยายของน้องใบเฟิร์น ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้าน อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ก่อนจะมีไฟลุกไหม้ อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

ส่วนตนพอตั้งสติได้ก็จะวิ่งเข้าไปอุ้มหลาน แต่อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชาคล้ายถูกไฟดูด จึงเข้าไปช่วยเหลือหลานสาวที่กำลังนอนหลับไม่ทัน จนเป็นเหตุให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนตนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ตามร่างกาย 

สาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร  หรืออาจจะมีแก๊สรั่ว ซึ่งต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

Sticky post

ผกก. แจงคลิป ดาบตำรวจ “ป่วยลมชัก” หลังชาวเน็ตเข้าใจผิดคิดว่าเมาแล้วขับ

ชาวเน็ตวิจารณ์คลิป ตำรวจขับรถเซเสียหลักล้ม ด้าน ผกก.แจง ไม่ได้เมาแต่ป่วย “โรคลมชัก” 

กรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะข้ามเลน ก่อนเสียหลักล้ม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าผู้ขับขี่รายนี้มีอาการมึนเมาหรือไม่ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่าเหตุดังกล่าว เกิดบนถนนราษฎร์บำรุง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

ล่าสุด (5 มิ.ย.63) พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก. สภ.รัตนบุรี ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวว่าผู้ที่ปรากฎในคลิป คือ ดาบตำรวจสมพงษ์ สาลีงาม เป็นผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่จราจร) สภ.รัตนบุรี
เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากโรคลมชักหน้าโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ผ่านมาดาบตำรวจสมพงษ์ มีประวัติรักษาตัว และกินยามาโดยตลอด แต่อาการมากำเริบขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงไม่สามารถควบคุมรถได้
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้ว แต่ไม่พบแต่อย่างใด

ขณะที่โรงพยาบาลได้ออกใบรับรองแพทย์ให้ จึงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้จะปรับเปลี่ยนการปฎิบัติงาน ให้ดาบตำรวจสมพงษ์ มาทำหน้าที่ด้านธุรการแทน

Sticky post

เปิดภาพวงจรปิด “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าแฟนหนุ่มหมกห้องพัก

กล้องวงจรปิดจับภาพ “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าโหดแฟนหนุ่มคาห้องพัก ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประชาสัมพันธ์ประกาศจับ

โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับห้องเช่าจุดเกิดเหตุภายในซอยโพธิสาร 1 ถ.โพธิสาร บ้านโนนทัน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดพบศพ นายมานพ หรือ เปี๊ยก อายุ 27 ปีพนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกูหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ถูก นายธันพิชา หรือ มายด์ อายุ 28 ปี ชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิตในห้องเช่าแล้วหลบหนีไป

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกวินาทีหลังเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 27 พ.ค.2563 บันทึกวินาทีผู้ต้องหาหอบหิ้วถุงดำ 2 ถุง มีกระเป๋าอีก 1 ใบ อยู่ที่ด้านหน้า คาดว่าจะมีหลักฐานเป็นผ้าเปื้อนเลือดภายในถุงดำนำไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะเดินลัดเลาะตามถนนหลบหนีไป ซึ่งมีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ประมาณ 4 จุด ที่พอจะเห็นเส้นทางหลบหนี

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้แต่พอจะทราบเส้นทางการหลบหนีแล้ว พร้อมกันนี้ทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ยังได้ประกาศหาเบาะแสของผู้ต้องหารายนี้ หากพลเมืองพบเห็นให้รีบแจ้งตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นทันที ซึ่งคาดว่ายังคงวนเวียนหลบหนีอยู่ไม่ไกล

ด้าน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งเบาะแสล่าสุดยังอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

โดยทางทีมชุดสืบสวน ทั้งสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้มีการประชุมวางแนวทางการสืบสวนร่วมกันทุกวัน พร้อมแบ่งทีมออกหาเบาะแสในทุกๆ มิติ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานหากได้ตัวผู้ต้องหามาก็จะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ในส่วนข้อหานั้นต้องรอให้ได้ตัวผู้ต้องหารายนี้มาสอบปากคำก่อน หากเข้าข่ายความผิดใดก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมเอาผิดในส่วนนั้นๆได้ แต่ในตอนนี้ขอเวลาให้ทางตำรวจได้ทำงานก่อน

Sticky post

งงในงง! สาวด่าหมาอย่าเห่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านจู่ๆ อารมณ์ขึ้น เอาขวดแก้วมาปาใส่

สาวด่าหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ว่าอย่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านที่มานั่งเมาท์กับยายในบ้าน อยู่ดีๆ โมโหหนัก กลับไปเอาขวดมาปาใส่

(29 พ.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท ที่หมู่บ้านภายใน ต.พิมลราช  อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี  จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ รุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นตวงข้ามโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ลานจอดรถด้านหน้าบ้านพบ ขวดเบียร์แตกเกลื่อนพื้น พร้อมสิ่งของต่างๆ กระจายตามพื้น

น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน และ นางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ยายของเจ้าของบ้าน ได้ชี้จุดที่ผู้ก่อเหตุเข้ามาปาขวดที่น่าบ้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งได้มีการถ่ายคลิปภาพไว้เป็นหลักฐาน เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค.63 หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง

โดยภาพจากคลิปบันทึกเหตุการณ์หญิงสูงวัยสวมเสื้อยืดสีส้ม สวมกางเกงขาสั้นสีกากี ยืนตะโกนต่อว่าอยู่หน้ารั้วบ้าน โดยมียายยืนคอยห้ามอยู่ในรั้วบ้าน ป้าเสื้อส้มได้หยิบขวดสีเขียวขึ้นมาพยายามจะทุบกับรั้วบ้าน ยายได้ห้ามไว้แล้วพูดแก้ตัวว่าหลานเขาด่าสุนัข แต่ป้าเสื้อสีส้มยังคงยืนด่าอยู่ตลอด

จากการสอบถาม น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน  เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตน และนางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นยาย ได้นอนอยู่ในบ้าน และได้มีป้าก้อย (คนในหมู่บ้านเดียวกัน) ซึ่งรู้จักกับยาย โดยปกติป้าก้อยจะเข้ามานั่งพูดคุยกับคุณยายของตนในบ้านทุกวัน และจะเข้ามาขอข้าวหรือของกินต่างๆ ทุกวัน ซึ่งตนก็ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลเอาใว้ 1 ตัว แล้วสุนัขของตนได้เห่าเสียงดัง ตนจึงได้ดุสุนัขของตนว่าไม่ให้เห่าหนวกหู ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้ว่าใคร 

ต่อมาป้าก้อยที่เข้ามานั่งคุยกับคุณยายของตนก็ได้กลับออกจากบ้านไป ประมาณ 15 นาที่ได้  ป้าก้อยได้กับมาที่หน้าบ้านของตนอีกมาด่าคำหยาบคาย ต่างๆ นานา หาว่าตนด่าป้าก้อยพร้อมปาขวดเบียร์และสิ่งของต่างๆ เข้าไปในบ้านของตน ขวดเบียร์แตกกระจายเต็มพื้น อีกทั้งถือขวดเบียร์ขู่ทำท่าจะทุบรถเก๋งของตนที่จอดเอาไว้ที่หน้าบ้าน ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บางบัวทอง มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันผู้ก่อเหตุกลับมาสร้างความเสียหายอีก

Sticky post

ผัวเมียนอนกอดกันตายสยอง มีดคัตเตอร์ตกอยู่ 2 อัน ศพอืดจนไม่รู้เป็นอะไรตาย

เมื่อเวลา 18.00 น. (26 พ.ค.63) ร้อยตำรวจโทหญิงกฤตยาภรณ์ โสหนองบัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักหลังหนึ่’ตรงข้านโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ในชุมชนบ้านท่านคร ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ถึงรถออกตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยอโสก

ถึงจุดเกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ทางเข้าวัดบ้านท่านคร ประตูหน้าบ้านมี 2 ช่อง ฝั่งซ้ายพถูกล็อคจากด้านนอก ประตูฝั่งขวาล็อคจากด้านใน เจ้าหน้าที่จึงทำการสะเดาะแม่กุญแจออก ตรวจสอบภายในห้องนอน บริเวณชั้น 1 ของบ้านพบศพนายลิขิต อายุ 29 ปี ใกล้เคียงกันพบศพนางหนึ่งฤทัย อายุ 43 ปี

ในที่เกิดเหตุพบมีคัตเตอร์ 2 ด้ามสภาพพร้อมใช้ อยู่ริมประตูห้องนอน และตกอยู่ข้างมือขวาของฝ่ายชาย พบเตารีดไฟฟ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้พร้อมเปิดใช้งาน วางอยู่เหนือศีรษะของฝ่ายหญิง สภาพศพบวมอืดเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์เสพยาบ้าอยู่ในถังขยะ ข้างประตูหน้าบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภจว.ร้อยเอ็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ตรวจสอบเพื่อเก็บหลักฐาน พร้อมสอบสวนพยานแวดล้อม ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

จากการสอบถามนายสมฤทธ์ อายุ 52 ปี อาของนายลิขิต เล่าว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ตนก็ได้ยินเสียงผู้ตายทั้ง 2 ทะเลาะกันซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับชาวบ้านในละแวกนี้ ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร มาถึงช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค.) ตนจึงได้เดินไปดูที่บ้านพักของผู้ตาย ซึ่งก็พบว่าบ้านถูกปิดไว้ หลังจากนั้นตนเกิดสงสัยเนื่องจากว่าโทรศัพท์ไปหาทั้ง 2 คน ก็ไม่มีคนรับสาย จึงได้มาส่องดูที่กระจกจึงพบศพชาย หญิงทั้งสอง นอนกอดกันอยู่ จึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ส่วนปมในการก่อเหตุในครั้งนี้ ตนก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่นชัด รู้แต่เพียงว่า ผู้ตายทั้ง 2 ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งทราบว่าฝ่ายสามีอาชีพรับจ้างทั่วไปที่ร้านเนื้อย่างแห่งหนึ่ง โดยตกงานในช่วงโควิด-19 ส่วนภรรยาทำงานเป็นพนักงานบนรถทัวร์ ซึ่งก็ตกงานเช่นกัน ซึ่งตนคาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุในการลงมือฆ่าในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จำได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือแฝง ก่อนจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

Sticky post

รวบวิน จยย.รับจ๊อบส่งยาบ้า-ไอซ์ เดลิเวอรี่ อ้างหาเงินช่วงโควิด-19

ล่อซื้อและจับกุมวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคิวหน้าสถานีขนส่งหาดใหญ่ฉายา”นายหัวชาติ”รับจ้างส่งยาบ้าและยาไอซ์เดลิเวอรี่ในช่วงโควิด-19

นายคทาวุฒิ พิมพ์ศักดิ์ ปลัดอำเภองานป้องกันปราบปราม นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เจ้าพนักงาน ปปส. นำกำลัง อส.กองร้อย อส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ เข้าจับกุม นายสุชาติ หรือ “นายหัวชาติ” อายุ 50 ปี ได้คาวินจักรยานยนต์รับจ้างภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่แห่งที่1 พร้อมไอซ์ 1 กรัมที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง

จากการสอบสวนทราบว่า นายสุชาติ หรือที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเรียกกันว่า “นายหัวชาติ” ได้ลักลอบขายยาบ้าและไอซ์ให้กับวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวบริเวณสถานีขนส่งหาดใหญ่ข้างโรงงาน ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อไอซ์ จำนวน 1 กรัม ในราคา 800 บาท และนัดส่งของกันที่คิวมอเตอร์ไซค์ด้านหน้าสถานีขนส่ง อ.หาดใหญ่ และรวบตัวเอาไว้ได้

โดย นายสุชาติ ยังให้การว่า รับยาบ้าและไอซ์มาจากเอเย่นชื่อ “เจ๊น้อย” ซึ่งจะให้ตนไปรับยาบ้าตามจุดต่างๆที่เจ๊น้อยบอกแล้วนำไปส่งให้กับลูกค้าตามที่ลูกค้าต้องการ  เหมือนกับการส่งเดลิเวอรี่เพราะตนมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาด ลูกค้าจะไม่ออกมาซื้อตนจึงทำหน้าที่ตระเวนส่งให้กับลูกค้า

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งสภ.หาดใหญ่ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

เก๋งแก๊สหมด-ตำรวจช่วยลากไปปั๊ม สิบล้อลงเนินชนท้าย ทับแขนขาดสยอง

รถพ่วงพุ่งชนท้ายเก๋งแก๊สหมด รถตำรวจสายตรวจกำลังช่วยลากไปปั๊ม เคราะห์ร้ายทำคนนั่งท้ายร่วงกระเด็กตกพื้น เจอรถใหญ่แล่นเหยียบทับแขนขาดสยองซ้ำ

เมื่อคืนวานนี้ (11 พ.ย.) ร.ต.อ.ประเสริฐ กุลบุตรดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ถนนสาย 331 ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ฝั่งขาเข้า หมู่ 11 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหัวลาก 22 ล้อ จอดอยู่ริมถนนเลนซ้ายสุด โดยมีรอยเบรกเป็นทางยาว ด้านหน้ารถพังเสียหายหม้อน้ำแตก ส่วนที่ล้อหลังรถส่วนหัวลากฝั่งขวา พบคราบเลือดเป็นทางยาว ห่างจากรถบรรทุกหัวลากประมาณ 15 เมตรที่ร่องกลางถนน พบรถตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรว จสีเลือดหมู เป็นรถประจำสายตรวจ สภ.พนัสนิคม ถูกชนด้านท้ายรถพังเสียหายตกร่องกลางถนน เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดง

และที่เลนซ้ายสุดห่างจากรถบรรทุกประมาณ 30 เมตร ยังพบรถยนต์โตโยต้าอัลติส สภาพด้านหน้า และหลังถูกกะแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายทั้งคัน

จากการสอบถาม นายอาทิตย์ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์คันที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพิ่งเดินทางกลับมาจากทำบุญที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนั่งรถเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 7 คน ระหว่างเดินทางรถเกิดแก๊สหมด อยู่บริเวณใกล้เคียงสี่แยกเนินหิน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้ช่วยลากรถไปที่ปั๊ม เพื่อไปเติมแก๊ส

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาก็ให้การช่วยเหลือและให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถยนต์ ย้ายมานั่งที่ท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ก่อนจะเชื่อมต่อลากจูงรถและเปิดไฟสัญญาณขอทาง ก่อนจะขับไปตามถนน และเหลืออีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงปั๊มแก๊ส

แต่แล้วก็มีรถบรรทุกพ่วงที่ขับมาตามหลัง เป็นจังหวะทางลงเนินพอดี ทำให้รถบรรทุกพุ่งมาชนรถยนต์ และทำให้ตนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้พุ่งไปชนท้ายรถสายตรวจซ้ำ กระแทกเสียหลักและพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ในตอนนั้นภรรยาและลูกของตนก็อยู่ภายในรถกำลังให้นมลูกอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แต่เพื่อนๆ ที่ย้ายไปนั่งอยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจนั้น ถูกรถของตนชนกระแทก ทำให้ร่างตกกระบะลงมาที่พื้นกลางถนน และได้ถูกรถบรรทุกพ่วงขับตามหลังมา เหยียบทับเข้าที่แขนขวา ทำให้แขนขาดสยดสยอง

ขณะที่ นายนิวัฒน์ อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่าตนเพิ่งกลับมาจากส่งของที่จังหวัดมุกดาหาร กำลังมุ่งหน้าเข้าไปโกดังที่ย่านแหลมฉบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนเป็นทางเนิน เห็นรถอยู่ด้านหน้าส่ายไปสายมาไม่รู้จะไปทางไหนกันแน่ พยายามเบรกแต่ไม่ทัน จึงได้พุ่งชนท้ายเต็มแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตำรวจกระเด็นตกลงมาที่พื้น ถูกรถบรรทุกเหยียบแขนขาด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเรียกผู้ที่มีสวนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเต็มอีกครั้งที่สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ส่องไลฟ์สไตล์ “เอ็ม” ฆ่าเศรษฐินี ก่อนโดนจับ ควักเงินสดซื้อรถป้ายแดง

เอ็ม มือฆ่าเศรษฐินียัดศพใส่ตู้เย็น กับไลฟ์สไตล์อู้ฟู่ ถอนเงินสดของเหยื่อพกติดตัวเอาไว้เป็นล้าน ก่อนจะใช้เงินมือเปิบวันละเป็นแสน ถอยรถป้ายแดงออกมาใช้หลบหนี

(31 ต.ค.) นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาหมายจับคดีฆาตกรรม นางวรรณี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ที่ถูกฆ่ายัดศพเอาไว้ในตู้เย็นใน จ.เชียงใหม่ กลายเป็นข่าวโด่งดังระดับประเทศ ก่อนที่ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอ็ม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

จากการเสาะหาข้อมูลช่วงก่อนหน้าที่ นายเอ็ม จะถูกจับกุมตัว พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทนั้น นายเอ็ม ยังได้เดินทางไป จ.นครปฐม จ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่ร้านขายรถจักรยานยนต์ใน ต.สนามจันทร์ โดยเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า นายเอ็ม ได้ติดต่อขอซื้อรถใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำการซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟอร์ซ่า พร้อมกับชำระเป็นเงินสด และค่าประกันต่างๆ รวมทั้งสิ้น 172,600 บาท

ทั้งนี้พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถคันเดียวกันกับที่นายเอ็มใช้ขับขี่ตอนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เป็นรถจักรยานยนต์ป้ายแดงคันใหม่ พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทที่พกติดตัวเอาไว้ในกระเป๋า และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท โดยเชื่อว่าหลังจากที่ทำการซื้อรถคันดังกล่าวแล้ว นายเอ็มได้ขี่ออกมาจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ กระทั่งมาจนมุมถูกจับได้ที่ จ.นครสวรรค์ ตรงกับเบาะแสจากแหล่งข้อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับที่ระบุว่า นายเอ็มหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมตัว นายเอ็ม ได้ให้การสารภาพว่าทำไปเพราะอยากได้เงินนำไปใช้หนี้ แต่ยังไม่บอกว่าก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือมีคนอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ชุดจับกุมได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ก่อนคุมตัวนายเอ็มไปสอบสวนขยายผลและแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภาค 5 ในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.)

Sticky post

อีกแล้ว! หนุ่มขับรถมาดีๆ ผ่านจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า เจอน็อตยักษ์ตกใส่เต็มๆ

รถไฟฟ้า / เป็นอีกเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก kob boonrut เผยแพร่สภาพรถยนต์ที่ขับผ่านมายังย่านเจริญนคร หน้าห้างดัง ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีน็อตขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่รถแบบเต็มๆ

โดยผู้โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวไปธุระส่วนตัวที่ร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ในย่านเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า จังหวะนั้นได้มีน็อตขนาดใหญ่หล่นใส่รถ ทำให้กระจกหน้ารถแตก และกระจกมองข้างได้รับความเสียหาย

ผู้โพสต์ยังเตือนภัยผู้ขับรถสัญจรผ่านมาบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวัง และฝากเตือนเจ้าของผู้รับผิดชอบก่อสร้างเพิ่มความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

Sticky post

คอหวยจับตา งูหลามใหญ่เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำจนตัวซีดนานกว่า 3 วัน

คอหวยจับตาเลขเด็ด งูหลามใหญ่ตกใจเสียงแบคโฮ เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำนานกว่า 3 วันจนตัวซีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไผ่  อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูขนาดใหญ่เลื้อยตกลงไปในบ่อน้ำลึก ซึ่งภายในมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยงูตัวดังกล่าวเริ่มมีสภาพอ่อนแรง ลำตัวเริ่มซีด คาดตกน้ำมาแล้วหลายวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ ให้จัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน

ที่เกิดเหตุ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์  พบบ่อน้ำบาดาลเก่า ทำด้วยวงท่อซีเมนต์ ฝังดินเรียงกันทั้งหมด 5 บ่อ โดย 4 บ่อแรกถูกดินถมจนเต็ม แต่บ่อสุดท้าย พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก้มมองลงไปในบ่อพบงูขนาดใหญ่ ลำตัวสีเหลือง สลับน้ำตาล-ดำ กำลังพยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาปากบ่อ แต่พอเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์จับ ก็รีบมุดน้ำหนีลงไปก้นบ่อทันที

โดยเจ้าหน้าที่เฝ้ารออยู่ปากบ่อนานเกือบครึ่งชั่วโมง งูตัวดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ลอยน้ำขึ้นมาให้จับสักที  จึงตัดสินใจหาตะขอเหล็กมัดใส่ปลายไม้ พยายามควานหาตัวที่ก้นบ่อ กระทั่งสามารถเกี่ยวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก่อนใช้อุปกรณ์จับได้สำเร็จ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหลามใหญ่ ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นางสมหมาย อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนได้ทำการซื้อขายที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งเคยเป็นโรงสีเก่ามาก่อน  โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนได้ว่าจ้างรถแบคโฮเข้ามาดำเนินการปรับที่ และรื้อโครงสร้างโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทปเก่า เพื่อปรับพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว

กระทั่งวันนี้ตนได้เดินสำรวจบริเวณสุดเขตแดนซึ่งอยู่ติดกับไร่อ้อย พบว่ามีบ่อบาดาลเก่า ซึ่งใช้เป็นบ่อพักน้ำของโรงสี โดย 1 ใน 5 บ่อ พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงชะโงกหน้ามองลงไปภายในบ่อ ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นงูหลามใหญ่ พยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาจากปากบ่อ

 แต่เนื่องจากระดับน้ำกับขอบบ่อ ห่างกันราว 1.50 เมตร ทำให้งูหลามไม่สามารถขึ้นมาได้ ประกอบกับ ตามลำตัวเริ่มมีสีซีด จากการแช่น้ำมาแล้วหลายวัน คาดว่าขณะที่แบคโฮเข้าทำการปรับที่และรื้อถอน งูหลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงสีเก่าตกใจเสียงรถแบคโฮ จึงเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนพลาดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล โชคดีที่ตนเดินมาเห็นเสียก่อน จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตาถึงเลขเด็ดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะเจ้างูเหลือมสามารถรอดชีวิตมาได้ แม้จะตกอยู่ในบ่อน้ำนานถึง 3 วัน

Sticky post

ครูหนุ่มติดเชื้อโรคร้าย หัวแตกไม่กล้าไปหาหมอ เครียดแขวนคอตายบนดาดฟ้าโรงเรียน

(22 ก.ย.62) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.จิราวัฒน์  อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตอยู่บนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งดัดแปลงเปิดเป็นสำนักงานโรงเรียนสอนหลักสูตรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่บนดาดฟ้าซึ่งมีการติดตั้งตาค่ายเหล็กล้อมเอาไว้ พบศพ นายณัฐพงศ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นครูสอนการดูแลเด็กเล็กอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพัก ชั้น 2 ของอาคารดังกล่าวใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองแขวนอยู่กับโครงเหล็กตาข่ายที่ล้อมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียนดังกล่าว

ที่บริเวณศีรษะด้านหน้าข้างซ้ายมีบาดแผลแตกมีคราบเลือดไหลออกมาติดอยู่ที่หลังใบหูข้างซ้าย แขวนคอเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีเทาใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ที่พื้นด้านล่างพบรองเท้าแตะสีดำของผู้ตายวางอยู่ ใกล้กันพบผ้าขนหนูเปื้อนเลือดสีขาววางกองอยู่พร้อมด้วย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป และขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรวางอยู่อีก 1 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ 

และจากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตายซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 ภายในกระเป๋าผ้าสีดำของผู้ตายได้พบกระปุกยาต้านเชื้อไวรัสของโรงพยาบาล อยู่ภายในจำนวน 5 กระปุก ที่ผู้ตายเพิ่งเดินทางไปรับยามาจากโรงพยาบาลดังกล่าว ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่พักอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายตนได้นำผ้าขึ้นไปตากบนชั้นดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตนกำลังตากผ้าและมองไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นร่างของผู้ตายใช้เชือกผูกคอแขวนกับโครงเหล็กร่างห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตนจึงได้รีบวิ่งลงมาและเข้าไปแจ้งคนที่สำนักงานดังกล่าวให้ขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำเรื่องขอย้ายสิทธิ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เนื่องจากการเดินทางไปมาไม่สะดวก และวันนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดและน่าจะเดินชนอะไรบางอย่างจนศีรษะแตกเลือดไหลออกมา แต่ไม่กล้าไปหาหมอเกรงว่าตนอื่นจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว จึงได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนที่จะใช้เชือกผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

พายุฝนกระหน่ำเมืองนนท์ ฝ้าหลังคาห้างดังพังถล่มสุดระทึก น้ำรั่วไหลเป็นน้ำตก

(18 ก.ย.62) เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักลมพายุพัดแรง พบว่าหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและมีป้ายโฆษณาล้มกีดขวางถนน ต้นไม้โค่น รวมทั้งไฟดับหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด 

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Ws Ampper ได้เผยภาพภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกิดน้ำรั่วไหลลงมาจากหลังคา ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อฝ้าในจุดที่น้ำรั่วนั้นพังถล่มลง ชิ้นส่วนของเพดานได้ร่วงลงมาทับร้านขายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาลชั้นล่างสุด และทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาราวกับน้ำตก

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาที่ห้างยังเปิดให้บริการ ทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องรีบวิ่งหลบด้วยความตกใจกลัว หลังจากนั้นไฟฟ้าในห้างก็ได้ดับลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

Sticky post

พ่อร่ำไห้แทบขาดใจ พบศพลูกสาววัย 13 ปี จมน้ำอูนดับ หลังลงเล่นน้ำแล้วสูญหายข้ามคืน

ช่วงเที่ยงวันนี้ (9 กันยายน 2562) ร.ต.อ.สัตยา  คำวงศ์ษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม  รับแจ้งพบศพเด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิตในบึงน้ำหลังโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอนาหว้า เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เหล่าพัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรม จ.สกลนคร และ ปภ.เขต 7 สกลนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำอูน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำลึกกว่า 3 เมตร และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทราบชื่อภายหลัง คือ  ด.ญ.เทวี  หรือน้องเบนซ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยหลังพบศพ พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ กอดร่างลูกสาว ร้องไห้แทบขาดใจ

โดยน้องเบนซ์ ชจมน้ำสูญหายบริเวณใกล้สะพานข้ามน้ำอูน บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม  ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งพบศพวันนี้ ตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขาสั้นสีแดง  เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตร ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(8 ก.ย. 2562) ซึ่งเป็นวันหยุด น้องเบนซ์ชวนเพื่อน 4 -5 คน ไปเล่นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำอูน  คาดว่าลงไปเล่นถึงจุดน้ำลึก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวพัดจมไปกับน้ำ เพื่อนไม่สามารถช่วยได้ทัน บวกกับผู้ตายว่ายน้ำไม่เก่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกน้ำพัดจมหาย  ก่อนเพื่อน ๆ จะไปแจ้งผู้ปกครองมาหาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยัง พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้หมั่นตรวจสอบดูแลบุตรหลานใกล้ชิดในช่วงนี้ ห้ามลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงอันตราย เนื่องจากช่วงนี้กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นช่วงน้ำไหลหลาก ควรห้ามบุตรหลานไปเล่นน้ำ ควรมีอุปกรณ์ชูชีพก่อนลงน้ำหรือออกหาปลา

Sticky post

คอหวยอดใจไม่ไหว ส่องทะเบียนรถกู้ชีพช่วยแม่คลอดลูกกลางทางที่ซอยลาดพร้าว 80

แม่คลอดลูกระหว่างทางในซอยลาดพร้าว 80 คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถกู้ชีพมาช่วยทำคลอด

(13 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเพชรเวชได้ช่วยหญิงคลอดบุตรระหว่างทาง ในซอยลาดพร้าว 80 ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า โดยทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งแม่และทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้โพสต์ภาพทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมภาพรถกู้ชีพ ทำเอาคอหวยต่างอดใจไม่อยู่ เข้ามาส่องทะเบียนรถหลังเอาไปซื้อหวย เพื่อลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้กันเป็นจำนวนมาก

Sticky post

สาวแม่ลูก 2 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ญาติวอนช่วย อ้างขโมยนมผง-อาหารเพื่อประทังชีวิต

(10 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไสว อายุ 57 ปี หญิงพิการ พร้อมด้วย น.ส.เบญจวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพลูกจ้างโรงแรมย่านเขาหลัก เข้าพบ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายสรรเพชร เพื่อขอความช่วยเหลือ คดี น.ส.เบญจมาศ อายุ 20 ปี หญิงสาวแม่ลูกสอง มีลูกชายอายุ 4 ขวบ และลูกสาวอายุ 1 ขวบ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ น.ส.เบญจมาศ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปขุ่น สก๊อตเทป เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็น นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท ขนมคัพเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ที่วางอยู่บนชั้นสินค้าภายในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมาทางพนักงานของร้านได้เปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านทราบว่า น.ส.เบญจมาศ ได้ลักเอาสินค้าดังกล่าวหลบหนี เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.51 น. วันที่ 14 สิงหาคม และ เวลา 07.59 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 14.40 น.

โดยทาง นางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ ซุึ่งเป็นแม่และพี่สาว น.ส.เบญจมาศ  ได้ขอให้ทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา เข้าช่วย น.ส.เบญจมาศ ซึ่งให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำไป เนื่องจาก น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะซื้อของประทังชีวิต ลูกๆ จึงตัดสินใจ ขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของ น.ส.เบญจมาศ ทำงานกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของ น.ส.เบญจมาศ ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทาง ทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่และต้องการแม่เข้าดูแล

จากนั้นทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา นำนางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ และ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีเด็กที่ขาดแม่ดูแล โดยทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ประสาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ทาง น.ส.เบญจวรรณ พี่สาวได้เล่าให้ฟังว่า ทางสามีของ น.ส.เบญจมาศ ได้นำลูกคนเล็ก ไปเลี้ยงขณะทำงานก่อสร้าง โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษเป็นภาพที่อนาถใจมาก ส่วนลูกคนโตเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลของรัฐ ทราบว่าตอนนี้ทางครอบครัวของ น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะดูแลครอบครัว ขาดอุปกรณ์การใช้ชีวิต ทั้ง ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหาร ดังนั้นเงินในการต่อสู้คดีจึงไม่มีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

โดย นายนันทศักดิ์ บุญนาค ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากที่มีญาติของ น.ส.เบญจมาศ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจในคดีลักทรัพย์ดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ได้ส่งหนังสือต่อ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เพื่อขอเร่งให้ทาง กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ความช่วยเหลือ เงินประกันตัว ตามสิทธิ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเรื่องและจะเข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายให้ความช่วยเหลืออย่างใดต่อไป

Sticky post

คนพื้นที่รู้จักดี หนุ่มภาพดังนั่งอึลงท่อกลางเยาวราช ไม่ใช่คนจีนแต่เป็นเด็กพิเศษ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่ง โดยเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทนปวดท้องถ่ายหนักไม่ไหว จนถึงกับถอดกางเกงพร้อมนั่งยองๆ ถ่ายอุจจาระลงรูท่อกลางตลาดเยาวราช บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โดยไม่สนใจสายตากลุ่มเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกัน ซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินพลุกพล่าน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล

ล่าสุด (18 มิ.ย. 62) พนักงานเทศกิจเขตสัมพันธวงศ์ เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เป็นคนไทยอายุราว 16-17 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ คนในพื้นที่รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้จะมาที่ตลาดทุกวัน 

นอกจากนี้เด็กคนนี้ยังมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เทศกิจและคนในพื้นที่ต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ปัสสาวะบนท่อระบายน้ำ ยืนขวางรถเมล์ เดินไปเต้นข้างรถเมล์ 

Sticky post

วิจารณ์สนั่น! กู้ภัยจิตอาสาช่วยจับงู กลับถูกดำเนินคดีสัตว์คุ้มครอง ตำรวจอ้างขับหนีด่าน

11 มิ.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nick Chomngam ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจับงูที่เข้าบ้านเรือนประชาชน บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โพสต์ข้อความเตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย โดยระบุว่า ตนตั้งใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคมจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับที่ บริเวร โรงงานผลิตกล่องกระดาษ มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เท่านั้น จุดพีคอยู่ตรงที่ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ทางตำรวจก็ไม่ได้ลงบันทึกให้

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋นกำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น แม้แต่ตนพยายามที่จะโทร. ไปอธิบายแต่ทางตำรวจก็ไม่รับฟังเหตุผลใดใด ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง

เบื้องต้น เห็นใจทั้งคู่ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม เพราะหากเป็นแบบนี้กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด

และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเลยแทบจะไม่มีใครทำกัน แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของตนแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ในโลกออนไลน์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ God Of War:Ascension ได้เผยแพร่ข้อความจากตำรวจนายหนึ่ง ที่ส่งเข้ามาขี้แจงข้อมูลอีกด้าน ระบุว่า กู้ภัยจิตอาสาทั้ง 2 คนขับรถหนีด่าน ตำรวจเห็นมีพิรุธจึงเข้าตรวจค้นจนพบงูดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ แต่ข้อมูลจากอีกฝ่ายเป็นแค่ด้านเดียวที่ทำให้ตำรวจเสียหายมาก

ศาลสั่งจำคุก หมอสูติฯ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก 4 ปี 15 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งจำคุก 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา สูตินารีแพทย์ชื่อดังเมืองนครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ

จากกรณีเคยเป็นข่าวโด่งดัง คือ นพ.จักรพงษ์ เจ้าของคลินิกแพทย์แห่งหนึ่งใกล้โรงงาน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป และสูตินารีแพทย์ประจำโรงพยาบาลชื่อดังของ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนคนไข้หญิงภายในคลินิกของตนเอง โดยเรื่องดังกล่าวเกิดแดงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 2561 ก่อนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์

และในช่วงที่เกิดคดีความนั้น มีคนไข้ของคลินิกดังกล่าว รายอื่นๆ ทยอยออกมาแฉเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะที่ถูกหมอคนดังกระทำอนาจรขณะมาตรวจอีกหลายราย แต่คดีนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีเพียงรายเดียว และ นพ.จักรพงษ์ ให้การปฏิเสธนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ต.ค.) มีรายงานว่า ศาล จ.นครสวรรค์ ได้มีการพิจารณาตัดสินคดี โดยผู้พิพากษาได้มีคำสั่งพิพากษาความผิด ตัดสินให้จำคุก นพ.จักรพงษ์ ในข้อหาข่มขืน เป็นเวลา 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ซึ่งในศาลชั้นต้นนี้ นพ.จักรพงษ์ ยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ โดยมีการให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ พร้อมกับมีการขอประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป