realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

Sticky post

เร่งล่า มือปืน ยิงหนุ่ม ตร.เผยประวัติผู้ตาย แม่เศร้า เลวยังไงก็เป็นลูก

เร่งล่า มือปืน ยิงหนุ่ม ตร.เผยประวัติผู้ตาย แม่เศร้า เลวยังไงก็เป็นลูก

ตำรวจเร่งล่า มือปืน บุกยิง หนุ่มเสียชีวิตคาหน้าบ้าน ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เผยประวัติผู้ตายเคยติดคุกแล้วหลายครั้ง ระบุ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

จากกรณีคนร้ายบุกยิง นายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ทั้งนี้ เพื่อนของผู้ตาย ระบุ เพิ่งกลับจากเที่ยวร้านคาราโอเกะด้วยกัน แล้วขับรถจักรยานยนต์แวะไปส่งที่หน้าบ้าน แต่มีรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ มาดักรอตะโกนเรียกถาม ก่อนจะลั่นปืนยิงเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 3 มี.ค.2564 พ.ต.อ.บุญโปรด ประเสริฐศักดิ์ ผกก.โชคชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ยาเสพติด และชู้สาว ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายมีประวัติอาชญากรรมหลายคดี และเคยเข้าออกเรือนจำมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้ง ยังมีความขัดแย้งกับหลายคน ซึ่งทุกอย่างเป็นสาเหตุได้ทั้งหมด ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว พร้อมทั้งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อดูพาหนะและเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายรายนี้แล้ว

ด้าน นางฐาปนีย์ แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า นิสัยส่วนตัวลูกชายเป็นคนนิสัยดี แต่มักจะชอบดื่มสุรา เวลาเมาชอบโวยวายเสียงดัง ชาวบ้านก็จะรู้กันดี แต่ความจริงไม่มีอะไร ส่วนเรื่องยาเสพติดลูกชายก็อาจจะมีเสพเองบ้าง แต่ตนแน่ใจว่า ลูกชายไม่ได้ขาย เพราะหากเป็นคนขายยาจะต้องมีเงิน แต่ตนต้องคอยส่งเงินให้ลูกใช้จ่ายทุกวัน วันละ 200-500 บาท เพราะลูกไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉย ๆ

นางฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ ยอมรับว่า ลูกมีประวัติเคยติดคุกมาหลายครั้ง ตั้งแต่อายุ 16-17 ปี ส่วนมากจะเป็นคดีทะเลาะวิวาท ไม่มีคดียาเสพติด อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าลูกชายของตนจะเลวยังไงก็เป็นลูก อีกทั้งเป็นลูกชายคนเดียว แต่กลับต้องมาเสียชีวิตอย่างนี้

Sticky post

ผัวเมาเหล้า ตบตีบีบคอ เมียคว้ามีดได้ แทงสวนสาหัส แพทย์สุดยื้อดับสลด

ผัวเมาเหล้า ตบตีบีบคอ เมียคว้ามีดได้ แทงสวนสาหัส แพทย์สุดยื้อดับสลด

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สามีเมาเหล้าทำร้ายร่างกายภรรยา ตบหน้าบีบคอ แต่วันนี้เมียฮึดสู้ คว้ามีดแทงกลางอก อาการสุดสาหัส ก่อนดับที่โรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2564 พ.ต.อ.ปริญญา ชัยเววา ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วยตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.ภ.จว.ลำปาง และตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองลำปาง ร่วมกันจับกุมนางภควดี มัดทุ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่านายชัยวัฒน์ มัดทุ อายุ 44 ปี สามี เหตุเกิดพื้นที่ต.เมืองปาน อ.เมืองปาน ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนนางภควดี ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ตนได้ขี่รถจยย. ไปรับนายชัยวัฒน์ สามีกลับจากที่ทำงาน เมื่อมาถึงบ้านได้มีปากเสียงทะเลาะกัน เนื่องจากนายชัยวัฒน์ มึนเมาสุราและเดินเข้ามาทำร้ายตนโดยการตบหน้าและบีบคอ

ตนจึงฮึดสู้คว้ามีดแทงที่หน้าอกจนสามีล้มลงกับพื้น พอได้สติจึงโทรศัพท์เรียกชาวบ้านและญาติให้นำตัวนายชัยวัฒน์ส่ง รพ.เมืองปาน ก่อนจะถูกส่งตัวรักษาต่อที่ห้องไอซียูรพ.ลำปาง เนื่องจากอาการสาหัสนายชัยวัฒน์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

Sticky post

หัวขโมยเจอดี ฉก “กุมาร” ถูกจอมปลวกทับ วิ่งร้องไห้มาคืน-ให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์

หัวขโมยเจอดี ฉก "กุมาร" ถูกจอมปลวกทับ วิ่งร้องไห้มาคืน-ให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์

พบอีกจอมปลวกเจดีย์ 5 ยอด ใกล้กับจอมปลวกกุมารไอ้ไข่ ชาวบ้านฮือฮาพบรูปหล่อกุมารฝังอยู่ใต้โคนจอมปลวก แต่มีคนขโมยไปแล้วเจอดีวิ่งร้องไห้นำกลับมาคืน และให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์

หลังจากมีการพบจอมปลวก ลักษณะคล้ายกุมารที่มีผมจุก หรือ กุมารไอ้ไข่ จนเป็นข่าวฮือฮาถึงความน่าน่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ภายในป่าช้าโคกกลัน บ.ลำดวน ม.2 ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้

ล่าสุด วันนี้ (5 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านได้พบกับจอมปลวกอีกรังที่อยู่ห่างจากจอมปลวกกุมารไอ้ไข่ไปประมาณ 20 เมตร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า จอมปลวกเจดีย์ 5 ยอด สูงประมาณ 1 เมตร ทำรังสูงขึ้นไป มียอดกลมมน 5 ยอด สวยงาม พบชาวบ้านทยอยเดินทางมากราบไหว้ตลอดทั้งวัน ซึ่งช่วงนี้เป็นวันธรรมดาทำให้ประชาชนนักเสี่ยงโชคบางตา และจะมีเข้ามาชมและกราบไหว้มากขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันใกล้สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออก

โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ชาวบ้านพบกับรูปหล่อกุมาร เป็นเนื้อผสม ไม่ทราบชนิด สูงประมาณ 2 เซนติเมตร บริเวณฐานองค์กุมาร มีข้อความระบุไว้ว่า พระอาจารย์กาหลง วัดเขาแหลม พ.ศ.2539 ถูกฝังอยู่ใต้โคนจอมปลวก ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ยิ่งฮือฮาถึงความน่าอัศจรรย์อีกครั้ง

ชาวบ้านบอกว่าลักษณะน่าจะถูกฝังมานานแล้ว เพราะตัวองค์กุมาร มีคราบไคลเขียวและดินจอมปลวกติดทั่วองค์ เชื่อกันว่าเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เห็น บางคนระบุว่าหรืออาจจะมีคนเอากุมารมาทิ้งไว้ เพราะเลี้ยงไม่ได้ จึงนำมาทิ้งบริเวณนี้ ทำให้จอมปลวกขึ้นทับพอดี และกุมารอาจจะศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้จอมปลวกที่อยู่ใกล้กันเป็นรูปกุมาร เพื่อให้คนมาเห็นก็เป็นได้ ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของชาวบ้าน

ขณะที่ชาวบ้านยังบอกอีกว่าก่อนหน้าที่จะพบรูปหล่อกุมาร มีร่างทรงมาเข้าทรงระบุว่า จอมปลวกกุมารไอ้ไข่ไม่ได้กินหมากมาแล้ว 39 ปี ซึ่งตรงกันกับ พ.ศ.2539 ที่ระบุในรูปหล่อกุมาร ดังกล่าว อีกด้วย

หลังจากพบรูปหล่อกุมารแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (4 ก.พ.) พบว่ารูปหล่อกุมารถูกมือดีงัดขโมยออกไป ชาวบ้านจึงไปตามพระครูปลัดเสกสรรค์ ธีรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดบ้านลำดวน มาที่ป่าช้าโคกกลัน ไม่นานพบชาวบ้านคนหนึ่งมีอาการกระวนกระวายมาร้องไห้ บอกให้พระครูปลัดเสกสรรค์เคาะหัวรดน้ำมนต์ให้ และบอกว่ารูปหล่อกุมารน่าจะอยู่บริเวณศาลเจ้าทางเข้าป่า ชาวบ้านไปดูจึงพบ เจ้าอาวาสวัดบ้านลำดวนจึงนำรูปหล่อกุมารกับไปไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนบูชาต่อไป

ขณะที่ หมอทรงมาทำพิธีเข้าทรงดูได้เลข 634 ชาวบ้านจึงนำเลขดังกล่าวไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ในงวดวันที่ 16 ก.พ.64 ที่จะถึงนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ในบริเวณพื้นที่ป่าช้าโคกกลัน ก็ยังพบจอมปลวกที่มีลักษณะโผล่ขึ้นมา ชาวบ้านบอกว่าคล้ายหัวงูก็มีอีกด้วย

ด้าน นายสุทศน์ ทองคำสุก ผู้ใหญ่บ้านลำดวน กล่าวว่า ชาวบ้านพบรูปหล่อกุมารอยู่ใต้โคนจอมปลวก ไม่มีคนมาฝังไว้ เพราะสภาพถูกฝังในดินจอมปลวกที่สร้างทับน่าจะนานแล้ว หลวงพ่อเอาไปเก็บไว้ที่วัดแล้ว แต่มีคนขโมยไป แต่เหมือนถูกของทำเข้าตัว จึงร้องไห้นำกลับมาไว้คืน เชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์แน่นอน มีชาวบ้านบางคนเห็นกุมารหญิงอีก 1 องค์อยู่ในจอมปลวก จะเห็นต่อเมื่อเขาอยากให้เห็น

ขณะที่ นายเนือง ทองคำสุก ชาวบ้านม.2 บ.ลำดวน ต.ทมอ อ.ปราสาท กล่าวว่า ทีแรกที่กุมารหายเพราะมีคนขโมย แต่เหมือนมีปาฏิหาริย์เข้าคนขโมย ตาแดงน้ำมูกไหล แล้ววิ่งไปหาพระอาจารย์ให้รดน้ำมนต์ หลังจากนั้นตนเดินกลับมาพร้อมกับคนขโมย โดยคนขโมยไปบอกว่าให้ไปดูที่ศาล ตนจึงไปดูก็พบรูปหล่อกุมารอยู่บนศาลทางเข้าป่าจริงๆ จึงเชื่อว่าคนขโมยน่าจะเจอดีจนวิ่งกลับมาคืน ตนคิดว่าน่าจะเกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์จึงทำให้พบรูปหล่อกุมาร

Sticky post

หนุ่มโคราชถูกยิงกลางหน้าผาก ดับกลางถนน หนุ่มเกย์คนสนิท อ้างมาลองปืนแล้วปืนลั่น

หนุ่มโคราชถูกยิงกลางหน้าผาก ดับกลางถนน หนุ่มเกย์คนสนิท อ้างมาลองปืนแล้วปืนลั่น

เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 30 ม.ค. 64 ร.ต.อ.สฤษดิ์ ชำนิไกร รอง สว.สอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปที่เหตุเกิด บิรเวณหลังโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.มหาราชนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพฐ.3 นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ฮุก31

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนตัดใหม่ชัยมงคล-สูงเนิน เขตบ้านหนองไทร หมู่ 5 ต.ไชยมงคล พบศพ นายสิรภพ อายุ 36 ปี ถูกยิงเสียชีวิตนอนอยู่บนพื้นถนนริมทาง สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าแตะ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่กลางหน้าผาก 1 นัด ที่พื้นข้างมือซ้ายมีอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะโตโยต้า โวโก้ 4 ประตู สีขาว จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ

ห่างกันเล็กน้อยพบ นายอุดมศักดิ์ อายุ 25 ปี นั่งอยู่ใกล้ๆศพ มีอาการท่าทางตกใจ หวาดกลัว เจ้าหน้าที่จึงได้สอบสวน เบื้องต้นยังให้การวกวน จับใจความได้ว่า ได้มาลองปืนกัน ก่อนที่ปืนลั่นใส่นายสิรภพ เสียชีวิต และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ทั้งสองคนคบหากันในลักษณะชายรักชาย ซึ่งอาจจะมา ลองปืนกันจริง หรืออาจจะมีปัญหากัน ก่อนที่จะขับรถมาเคลียร์ปัญหา และเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

Sticky post

หนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ ร่างพรุน ดับสลดคาห้องเช่า ต้องสงสัยฝีมือเพื่อนรุ่นพี่ อู่เดียวกัน

หนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ ร่างพรุน ดับสลดคาห้องเช่า ต้องสงสัยฝีมือเพื่อนรุ่นพี่ อู่เดียวกัน

หนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ ร่างพรุน ดับสลดคาห้องเช่า ต้องสงสัยฝีมือเพื่อนรุ่นพี่ อู่เดียวกัน ตำรวจโรงพักบางกอกใหญ่ เร่งติดตามตัวมาสอบสวน

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 26 ม.ค.2564 พ.ต.ต.ปรเมศร์ มณีอินทร์ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ถนนเพชรเกษม ซอย 4 แยก 10 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จุมพล คณานุรักษ์ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็นห้องเช่า ชั้นละ 2 ห้อง ตรงข้ามหน้าร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จากการตรวจสอบบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นล่างสุด พบร่าง นายหนุ่ม สมบัติหล้า อายุ 47 ปี อาชีพคนขับแท็กซี่ สภาพนอนหงายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่ใบหน้าหลายแห่งและแทงเข้าที่ท้องแขนซ้าย รวมกันกว่า 10 แผล นอกจากนี้ยังพบรอยถูกตีเข้าที่ศีรษะและตามร่างกาย โดยผู้ก่อเหตุทิ้งไม้หน้าสาม ยาว 2 ฟุตครึ่ง เปื้อนเลือดวางไว้บนร่างผู้ตาย 1 อัน กับที่ประตูทางออกอาคารอีก 1 อัน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนชาวบ้านที่เช่าพักอยู่ภายในอาคารเดียวกัน ให้ข้อมูลว่า นายหนุ่ม ผู้ตายเช่าพักอาศัยอยู่ที่ห้องบนชั้นที่ 2 ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ส่วนผู้ก่อเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นโชเฟอร์แท็กซี่อู่เดียวกัน ชื่อ นายรังสิต อายุ 63 ปี ผู้พักอาศัยในห้องเช่าบนชั้นที่ 4 ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หายหน้าไป

โดยที่ผ่านมาทั้งคู่มักมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันตลอด ยิ่งในช่วงที่นายหนุ่ม เมาสุราจะขึ้นไปหาเรื่อง นายรังสิต ถึงบนห้องพักเป็นประจำ ถึงขั้นมีการเเจ้งตำรวจสายตรวจเข้ามาระงับเหตุแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายสืบสวน สน.บางกอกใหญ่ จะติดตามตัว นายรังสิต ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

รวบคู่รัก ฉกมือถือสาวคามือริมถนน อ้างหาเงินซื้อข้าว พบประวัติเคยติดคุกทั้งคู่

รวบคู่รัก ฉกมือถือสาวคามือริมถนน อ้างหาเงินซื้อข้าว พบประวัติเคยติดคุกทั้งคู่

สืบทองหล่อรวบคู่รักแว้นจยย. ฉกมือถือพนักงานสาว อ้างหาตังค์ซื้อข้าว ตรวจสอบพบประวัติโชกโชนฝ่ายหญิงเคยกระเตงลูกลักแบตรถบรรทุกขาย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 ม.ค. 64 พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จอกโคกสูง รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ
สั่งการให้ พ.ต.ต.อัครพล ธรธรรม สว.สส.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมน.ส.ปิยากร โกเมศ อายุ 26 ปี และนายเทียนขัย คำนึง อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 37/2564 ลง 22 ม.ค.64 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ จับกุมได้บริเวณกลางซอยสุขุมวิท 55 ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลาประมาณ 22.10 น.ที่ผ่านมา สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ระหว่าง ซอยสุขุมวิท 47-49 ผู้เสียหายเป็นหญิง ทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารญี่ปุ่นในห้าง ย่านสุขุมวิท แจ้งว่าถูกคนร้ายเป็นหญิง แย่งเอาโทรศัพท์มือถือ วีโว่ โปร 15 สีดำ ราคาประมาณ 7,000 บาท ของตนไป แล้ววิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบทะเบียน โดยมีชายนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวรออยู่

จากนั้นทั้งสองได้ขี่หลบหนีไป จากการสืบสวนขยายผลจากภาพกล้องวงจรปิดตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีการติดตั้งบริเวณโดยรอบพื้นที่ สน.ทองหล่อ พบภาพระหว่างเกิดเหตุมีหญิงสาวก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริงแล้วหลบหนีไปบริเวณทางพื้นที่เขตบางพลัด

ชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือ น.ส.ปิยากร อายุ 26 ปี ผู้วิ่งราวทรัพย์ ส่วนผู้ขี่รถจักรยานยนต์คือนายเทียนขัย อายุ 27 ปี เป็นแฟนกัน จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว บริเวณซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวเพราะหิวข้าวหลังจากเดินทางไปบ้านแม่ฝ่ายชายบริเวณซอยเอกมัย 30 ผ่านมาเห็นผู้เสียหายนั่งอยู่ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว ส่วนโทรศัพท์ผู้เสียหายก็นำเอาไปขายที่ร้านโทรศัพท์ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ได้เงินมา 1,500 บาท

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเทียนขัยเคยถูกจับกุมข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด ส่วนน.ส.ปิยากรเคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์มา 3 ครั้ง โดยล่าสุดเคยถูกจับกุมพร้อมสามีเก่าอุ้มลูกขโมยแบตเตอรี่รถบรรทุกที่ สน.ตลิ่งชัน จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบอีกด้วยว่า ทั้งคู่ยังเคยขโมยโทรศัพท์ของน้องสาวที่พักอยู่บ้านพักเอกมัย 50 เบื้องต้นได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

จับไอ้หมึกมือปืน ซัดแม่ยายจ้าง5หมื่นยิงดับลูกเขย ลูกสาวอัมพาตเจ็บด้วย

จับไอ้หมึกมือปืน ซัดแม่ยายจ้าง5หมื่นยิงดับลูกเขย ลูกสาวอัมพาตเจ็บด้วย

ตำรวจสตูล ตามรวบ “ไอ้หมึก ” มือปืนบุกรัวยิงพ่อค้าถั่วต้ม ดับหน้าบ้าน ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เมียนอนป่วยอัมพาตบนรถพ่วงข้างโดนลูกหลงเจ็บด้วย เปิดปากซัดแม่ยายคนตายเอง จ้าง 5 หมื่นให้ไปสังหาร

จากกรณีมือปืนบุกยิง นายสุรินทร์ อายุ 44 ปี พ่อค้าขายถั่วต้ม กระสุนปืนเข้าหน้าอก 3 นัด แขนขวา 1 นัด เสียชีวิตหน้าบ้านพัก ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล ส่วนภรรยา อายุ 46 ปี ป่วยเป็นอัมพาต นอนอยู่บนรถพ่วงข้าง ถูกลูกหลงยิงเข้าหัวเข่าด้วย 1 นัด เหตุเกิดวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้น แม่ยายผู้ตาย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบตำรวจ หลังทราบว่าถูกซัดทอด โดยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ลอบยิงลูกเขยเสียชีวิตครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาแล้วควบคุมตัวไว้สอบสวนตามกฎหมาย

พ.ต.อ.เสกสันต์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้มี 2-3 คน ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และชุดสืบสวน สภ.ละงู ร่วมกันขยายผลเข้าไปยึดรถใช้ก่อเหตุ ปืน และเสื้อผ้า ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวการจับกุมตัวมือปืน จากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ต่อไป

Sticky post

นักธุรกิจใหญ่ส่งข้อความหา “เมียจ๋า” ชาติหน้ามีจริงคงคู่กันอีก ก่อนยิงตัวตายหลังศาลาวัด

นักธุรกิจใหญ่ส่งข้อความหา "เมียจ๋า" ชาติหน้ามีจริงคงคู่กันอีก ก่อนยิงตัวตายหลังศาลาวัด

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ส่งข้อความหาครอบครัว ก่อนลั่นไกยิงขมับดับคาวัด ข้างรถป้ายแดง พี่ชายเผยธุรกิจไม่มีปัญหา

(15 ม.ค.64) เมื่อเวลา 20.30 น. ร.ต.ท.ชยพล อยู่รอด รอง สว.สอบสวน  สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิง เสียชีวิต เหตุเกิดที่ วัดแห่งหนึ่ง ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล ผกก.สภ.บางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบางละมุง รีบเดินทางไปตรวจสอบ  

ที่เกิดเหตุพบประชาชนมุงดูเหตุการณ์ มีร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพินันท์ อายุ 59 ปี นักธุรกิจซึ่งมีกิจการเกี่ยวกับยานยนต์และที่พักในพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ด้านหลังศาลาการเปรียญ มีอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อ นอริงโก้ อยู่ในมือข้างขวา ที่ขมับพบร่องรอยกระสุนทะลุ ข้างกันยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ และพบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายแดงจอดอยู่ เจ้าหน้าที่กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีเครือญาติและภรรยานั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ 

สอบถามนายปรีชาหาญ อายุ 61 ปี พี่ชาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ส่งข้อความไปหาครอบครัว ว่า ลูกจ๋า หลานจ๋า เมียจ๋า พี่ขอโทษนะ ชาติหน้ามีจริง เราคงคู่กันอีก พร้อมบอกชื่อวัด เมื่อเดินทางมาก็พบว่าเสียชีวิตจมกองเลือดแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นไม่มีใครทราบ แต่ผู้ตายมักจะบ่นถึงอาการปวดหัว นอนไม่หลับ ส่วนเรื่องธุรกิจเรื่องส่วนตัวนั้นไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด 

เบื้องต้นได้ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เชื่อว่าเป็นการก่อเหตุด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เคลื่อนย้ายศพไปเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีตามประเพณีทางศาสนาต่อไป 

Sticky post

ขยายผลจับ 2โจ๋ เอเย่นต์ เคนมผง คาคอนโด สารภาพรับมาจาก อ้วนวัดลุ่ม ย่านสายไหม

ขยายผลจับ 2โจ๋ เอเย่นต์ เคนมผง คาคอนโด สารภาพรับมาจาก อ้วนวัดลุ่ม ย่านสายไหม

ตร.ชุดจับยา บก.น.2 ขยายผลจับ 2โจ๋ เอเย่นต์ เคนมผงบรรจุ ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว คาคอนโดย่านลำลูกกา ปทุมธานี สารภาพรับมาจาก อ้วนวัดลุ่ม ย่านสายไหม กรุงเทพ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ม.ค.2564 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร รอง ผกก.สอบสวน สน.สายไหม พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.ประพันธ์ พูนรัตน์ รองสว.สส.สน.เตาปูน (ช่วยราชการ ชปส.บก.น.2) ร.ต.ท.จรัส ผึ้งเถื่อน รอง.สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง

ร่วมกันจับกุมนายนพดล หรือฮัท นุตตะโยธิน อายุ 20 ปี นายนฤเดช หรือ ฟิวเจอร์ ภู่หอม อายุ 19 ปี พร้อมด้วยของกลางเป็นยาเคตามีทั้งหมด รวม 27 กรัม ในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมทั้งสองคนได้ภายในคอนโดเดอะคิทท์ ลำลูกกา เฟส 3 หมู่ 5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ร.ต.อ.ประพันธ์ กล่าวว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด บก.น.2 ได้ทำการออกสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับผู้ที่นำยาเคตามีนชนิดใหม่คือ เคนมผง ที่ออกมาขายและกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุมตัว น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่ม เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาเคตามีน 5 กรัม จึงได้ทำการสอบสวน และขยายผล จนทราบว่าผู้ต้องหาซื้อยามาจากวัยรุ่น ย่านลำลูกกา ที่พักอาศัยอยู่ที่คอนโดย่านลำลูกกา จึงได้ส่งชุดสืบสวน ลงพื้นที่

จนวันที่ 12 ม.ค. สามารถจับกุม นายนฤเดช หรือ ฟิวเจอร์ ภู่หอม อายุ 19 ปี ที่บริเวณทางเข้าคอนโด โดยพบของกลางเป็นยาเคตามีนแบบผงละเอียดสีขาว จำนวน 8.48 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ยังมีวัยรุ่นจำหน่ายยาเค อยู่ภายในคอนโดนี้อีก จึงได้ส่งสายไปซุ่มจนเป้าหมายกลับเข้ามาภายในห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนายนพดล

จากการตรวจตัวพบยาเคตามีน จำนวน 10 ถุง น้ำหนักรวม 18.45 กรัม อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าข้างขวา ซึ่งนายฮัท ให้การรับสารภาพว่า ซื้อยาทั้งหมดมาจาก นายอ้วนหรือ อ้วนวัดลุ่ม ไม่ทราบชื่อสกุลจริง อยู่ที่ชุมชนวัดลุ่ม แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพ ในราคากรัมละ 500 บาท จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่ง ร.ต.ท.พิชญ์ สุวัตถิกุล พนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปโดยขณะนั้นแม่ของผู้เสียชีวิตทราบข่าว ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ จะเดินไปหาร่างลูกสาวที่นอนอยู่ในรถ แต่ญาติได้ช่วยกันห้ามไว้ นำตัวมาสงบสติอารมณ์หลังรถพยาบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรถ เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบชันสูตรเบื้องต้น

สอบถาม น.ส. สุกิจตญา นาคนินม พี่สาวของผู้เสียชีวิตทราบว่า นายกิตติศักดิ์ และ น.ส.จิราภรณ์ น้องสาวของตน กำลังจะแต่งงานกัน ในเดือนเมษายนนี้ หลังได้ซื้อบ้านร่วมกันและเตรียมงานไว้แล้วบางส่วน แต่ติดปัญหาโควิดจึงกำลังวางแผนในการจัดงานใหม่ ส่วนวันนี้นายกิตติศักดิ์ กำลังจะมาส่ง น.ส.จิราภรณ์ ที่เข้ากะภายในโรงงานไมโครชิพ ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ แต่มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน

ขณะที่ น.ส วารุณี ขวัญพงษ์ ผู้พบเห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า เห็นรถบรรทุก 10 ล้อ ตีไฟเลี้ยวออกมาเลนขวา เป็นจังหวะที่รถยนต์กระบะขับตามหลังมา ก่อนเสียหลักชนเสาไฟฟ้า ตีลังกาหลายตลบตกลงร่องกลางถนน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ร.ต.ท.จเรศักดิ์ เปิดเผยว่า จะตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับสอบสวนนายทนง คนขับรถบรรทุก 10 ล้ออย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

รถเทรลเลอร์ บรรทุกลังเบียร์มาเพียบ เสียหลัก ตัวลูกพ่วงพลิกตะแคงข้าง เบียร์ตกเกลื่อน

รถเทรลเลอร์ บรรทุกลังเบียร์มาเพียบ เสียหลัก ตัวลูกพ่วงพลิกตะแคงข้าง เบียร์ตกเกลื่อน

หน่วย​กู้ภัย​สุรินท รุดเข้าตรวจสอบ อุบัติเหตุ รถเทรลเลอร์ บรรทุกลังเบียร์ มาเต็มคันรถ เสียหลัก ตัวลูกพ่วงพลิกตะแคงข้าง เบียร์ตกเกลื่อนเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ ​8 ม.ค.​2564 เกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกเบียร์​พลิกคว่ำ​ บนถนนเลี่ยง​เมือง​ตัด​ใหม่​ หน้าหมู่บ้าน​โคกกะนัง ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้​ ต.คอ​โค​ อ.เมือง​สุรินทร์ ขณะเกิดเหตุ หน่วย​กู้ภัย​สุรินทร์ ​ออก​ตรวจสอบ​อุบัติเหตุ​ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นถนนเลี่ยง​เมือง​ตัด​ใหม่​ จากแยกแกใหญ่ มุ่งหน้าแยกคอโค​ สุรินทร์​-กระสังเจ้าหน้าที่​พบ​รถเทรลเลอร์​พ่วงบรรทุกเบียร์มาเต็มคันรถ ในสภาพตัวลูกพ่วงพลิกตะแคงข้าง ​อยู่ข้างทาง ลังเบียร์จำนวนมากกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เบื้องต้นไม่พบตัวผู้ขับขี่​ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อาสาสมัคร​กู้ภัย​สุรินทร์ ​อำนวย​ความสะดวก​ด้าน​การจราจร​ บริเวณ​ที่​เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ

Sticky post

สะใจนักช้อป! ตร.สกัดตรวจยึด สินค้าจากจีน ไม่ตรงปก มูลค่า 100 ล้าน

สะใจนักช้อป! ตร.สกัดตรวจยึด สินค้าจากจีน ไม่ตรงปก มูลค่า 100 ล้าน

ผบช.สอท. แถลงผลตรวจยึดสินค้าหนีภาษี และสินค้าลอกเลียนแบบ หลังนักช้อปปิ้งออนไลน์ ร้องเรียนหนัก เจอหลอกขาย ได้สินค้าไม่ตรงปกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2563 พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมพล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก สอท.3 พ.ต.อ.ยิ่งยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และพ.ต.อ.นิคม ชัยเจริญ ผกก.กก.3 บก.สอท.3 ร่วมแถลงผลการตรวจยึดสินค้าหนีภาษีและสินค้าลอกเลียนแบบหลอกขายทางออนไลน์ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทพล.ต.ท กรไชย ผบช.สอท. กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลได้สั่งการให้เน้นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทาง สอท. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าสินค้าที่สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เป็นไปตามที่โฆษณาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับเบาะแสและตรวจสอบหาต้นทางของสินค้าที่นำมาจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ พบการลักลอบขนส่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบ โดยลักลอบนำเข้ามาในไทยทางชายแดนจ.มุกดาหาร และจ.นครพนม ใช้รถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ และรถบรรทุกสิบล้อ สินค้า ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ทั้งหมด 3 คันชุดสืบสวนจึงได้เฝ้าติดตามจนกระทั่งขบวนรถขับเข้าเขตอ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ช่วงผ่านพื้นที่ ม.5 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้รถทั้ง 3 คัน หยุดเพื่อทำการตรวจสอบภายในรถบรรทุกและตู้คอนเทนเนอร์พบสินค้าหลายรายการ เช่น โดรนบังคับ น้ำหอม กระเป๋าแบรนด์เนม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฟิล์มกรองแสง รองเท้า แบตเตอรี่ และอื่น ๆ รวมมูลค่าสินค้ากว่า 60 ล้านบาท

จากการตรวจสอบใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรและใบขนส่งสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสมิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ระบุบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเจ้าของสินค้าและเอกสารรายการสินค้าในใบขนส่งสินค้าไม่ตรงตามเอกสาร เนื่องจากรายละเอียดสินค้าที่บรรทุกมีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน กฎหมายกำหนดให้สินค้าที่สั่ง นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย กำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมฉลากและต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย

พล.ต.ท กรไชย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้สอบสวนคนขับรถ ให้การว่าเป็นคนขับรถโดยรับจ้างจากบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง และนำเอกสารสัญญาว่าจ้างขนส่ง ลงวันที่ 1 ก.พ. 2563 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้ตรวจยึดสินค้าเพื่อแจ้งเจ้าของสินค้าให้นำเอกสารเกี่ยวกับสินค้ามาแสดง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับบริษัทดังกล่าว ข้อหา “ร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักร” พระราชบัญญัติ (พรบ.) เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ข้อหา “ร่วมกันนำเข้าสินค้าที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรและร่วมกันสำแดงเท็จ” เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

รวบ รปภ.หื่น วิ่งไล่จับของสงวน สาวปวช. บนสะพานลอยกลางวันแสกๆ

รวบ รปภ.หื่น วิ่งไล่จับของสงวน สาวปวช. บนสะพานลอยกลางวันแสกๆ

จากกรณีที่ชาวโซเชียลกำลังแชร์ภาพคลิปวีดีโอเตือนภัย กรณีนักเรียนสาวรายหนึ่ง อายุราว 15-18 ปี แต่งเครื่องแบบนักเรียน ปวช.ถูกคนร้ายวิ่งเข้าประกบบนสะพานลอยจากทางด้านหลังก่อนล็อคคอจับตัวกดลงพื้นและทำการลูบคลำของสงวนจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไป เหตุเกิดบนสะพานลอยคนข้ามหน้าหมู่บ้านสุขทวีวิลเลจ ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ถนนบรมราชชนนี 76 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.เมื่อเวลา 15.55 น.วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 19 ต.ค. ที่สน.ธรรมศาลา พ.ต.อ.สมศักดิ์ มงคลคุณากร ผกก.สน.ธรรมศาลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามวันและเวลาที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดบนสะพาน โดยผู้เสียหายขอสงวนชื่อและนามสกุล เดินเท้าขึ้นสะพานลอยไม่ได้ระวังตัว ทำให้คนร้ายที่ดักรอก่อเหตุอยู่แล้วมีโอกาสวิ่งเข้าประชิดตัวจากทางด้านหลัง ซึ่งหลังรับแจ้งความตนได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา ออกล่าตัวคนร้ายที่ลงมือกับเหยื่อในทันที

จนสามารถออกหมายจับและตามจับกุม นายพิทักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี เอาไว้ได้ในบ้านเช่าไม่ไกลจากพื้นที่ จากการสอบสวนเจ้าตัวซึ่งมีอาการเบลอๆ เหมือนผู้ป่วย และพูดจาวกไปวนมา ยอมรับทำงานเป็น รปภ.ของบริษัทเอกชน ก่อนลงมือเห็นผู้เสียหายเดินขึ้นสะพานลอยแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงวิ่งตามไปกระทำอนาจารก่อนวิ่งหลบหนี จึงแจ้งข้อหากระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายและนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาตลิ่งชันไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา

” สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสะพานลอยคนข้ามในพื้นที่เวลานี้ตนได้สั่งการให้สายตรวจและฝ่ายสืบสวนร่วมกันเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบให้มากขึ้น ขณะที่การปรับปรุงทัศนียภาพและเรื่องไฟส่องสว่างก็จะหารือกับสำนักงานเขตให้ช่วยดูแลเพิ่มเติมด้วยเพื่อลดโอกาสของคนร้ายที่จะลงมือกับเหยื่อ โดยเฉพาะสะพานลอยคนข้ามที่เกิดเหตุขึ้นในกรณีนี้อยู่หน้าหมู่บ้านสุขทวีวิลเลจ ทางประธานหมู่บ้านก็จะจัดกำลังอาสาสมัครมาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้สะพานลอยด้วยอีกทางหนึ่ง ” พ.ต.อ.สมศักดิ์กล่าวปิดท้าย

Sticky post

จับไอ้คิด สไปเดอร์แมน โรยตัวร้านมือถือ พ้นโทษออกมาลักพระวัดดัง จดโพยรอพวกออกคุก

จับไอ้คิด สไปเดอร์แมน โรยตัวร้านมือถือ พ้นโทษออกมาลักพระวัดดัง จดโพยรอพวกออกคุก

จับไอ้คิด สไปเดอร์แมน โรยตัวร้านมือถือ จนตร.ตั้งฉายาให้ หลังพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ ตระเวนลักพระวัดดังหลายแห่ง ตร.พบ จดโพยรอพวกออกคุก เตรียมร่วมกันก่อเหตุ

วันที่ 17 ธ.ค.2563 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.ภ.7 พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ พ.ต.อ.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รอง ผบก.สส.บช.ภ.7 พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.ภ.7 ชุดสืบสวนบช.ภ.7 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.9 และสน.บางขุนเทียน ร่วมกันจับกุม นายสมคิด หรือติ่ง แต้มงาม อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม เลขที่ 307/2563 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2563 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้าพร้อมของกลางพระเครื่องของวัดหนังราชวรวิหาร จำนวน 735 รายการ พระเครื่องวัดท่าไม้ 12 รายการ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังษี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 169 รายการ พระเครื่องวัดไผ่ล้อม 7 รายการ เงินทำบุญวัดไผ่ล้อม 4,553 บาท โดยจับกุมวานนี้ (16 ธ.ค.) เวลา 22.00 น. ที่หอพักไม่มีชื่อ ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ถ.พระราม 2 ซอย 59 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์พระเครื่อง และเงินบริจาคในวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้ทรัพย์สินไปกว่า 200,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าแผนประทุษกรรมของคนร้าย จะงัดหน้าต่างปีนเข้ามาลักทรัพย์ ภายในวัดไผ่ล้อม แล้วหลบหนีโดยใช้รถยนต์สาธารณะ

ซึ่งในการก่อเหตุของคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ลักษณะเดียวกันกับวัดหนังราชวรวิหาร ในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน ต่อมาเจ้าหน้าที่ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายสมคิด เพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อต้นเดือนต.ค. 2563 และออกมาตระเวนก่อเหตุตามวัดชื่อดังต่างๆ และมาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหอพักดังกล่าว ขณะตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินที่นายสมคิด ลักโขมยมาซุกซ่อนอยู่ภายใน ห้องพัก เป็นพระเครื่องจำนวนหลายรายการ และเงินสดเป็นเหรียญจำนวน 4,553 บาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมคิดรับสารภาพว่า เคยเสพติดหนังแอคชั่นประเภทแต่งกายอำพรางโรยตัวเข้าโจรกรรมทรัพย์สิน โดยก่อเหตุในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน กระทั่งเมื่อต้นปี 2559 เคยถูกตำรวจจับกุมตัวข้อหาลักทรัพย์ หลังตระเวนปีนฝ้าเพดานร้านขายโทรศัพท์ 11 แห่ง แล้วโรยตัวเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือกว่า 200 เครื่อง ก่อนหลบหนี จนตำรวจตั้งฉายาว่า “คิด สไปเดอร์แมน”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อเหตุที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม โดยเลิกใช้วิธีการปีนป่ายแบบเดิม เนื่องจากวัดเป็นมณฑป ไม่สามารถปีนฝ้าเพดานได้ จึงเปลี่ยนวิธีใช้คีมตัดเหล็กทุบกระจกแทน ทำไปเพื่อต้องการนำเงินมาใช้จ่าย เนื่องจากติดพนันฟุตบอล จึงต้องหาเงินมาใช้หนี้สินและเล่นพนัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบแผ่นกระดาษเขียนด้วยลายมือนายสมคิด 3 แผ่น ระบุถึงพระเครื่องและของโบราณตามวัดดังๆ หลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด โดยนายสมคิด ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า จดไว้เพื่อเตรียมไปสำรวจเพื่อก่อเหตุร่วมกับพวกที่กำลังรอพ้นโทษจากเรือนจำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายสมคิด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาศาลพิพากษาจำคุก 8 เดือน และถูกอายัดตัวดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในท้องที่อื่นๆ เพิ่มอีก 3 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นใช้เวลา 2 เดือนที่ได้รับอิสรภาพออกจากเรือนจำ ตระเวนไปสำรวจลาดเลาตามวัดดังต่างๆ โดยใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นยานพาหนะแล้วทำทีตีสนิทกับคนในวัด รวมถึงพระสงฆ์ที่ดูแลตู้วัตถุมงคล เพื่อจดรายละเอียดเกี่ยวกับพระเครื่อง ทั้งหมด 4 วัด ได้แก่ วัดหนังราชวรวิหาร วัดท่าไม้ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

Sticky post

หนุ่มคลั่ง อาละวาดลั่นหอพัก ตร.กู้พัง เปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะ เลี้ยงจระเข้8ตัว ไว้ในห้อง

หนุ่มคลั่ง อาละวาดลั่นหอพัก ตร.กู้พัง เปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะ เลี้ยงจระเข้8ตัว ไว้ในห้อง

หนุ่มคลั่งอาละวาด ลั่นหอพัก ตร. กู้พัง พังห้องเข้าไปถึงกับผงะ เลี้ยงจระเข้ไว้ 8 ตัว เจ้าของหอเผยเพิ่งมาเช่าอยู่ได้เพียง 1 เดือนเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. 2563 ร.ต.อ.สมัย ศรีสุราช รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งว่ามีชายคลุ้มคลั่งอาละวาด ที่หอพักย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปหลังรับแจ้งได้เดินทางตรวจสอบ พร้อม พ.ต.ท. ศักดิ์นรินทร์ รัตนพันธ์ สวป.สภ.ปากคลองรังสิต กำลังชุดสายตรวจและฝ่ายสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 9 ชั้น ที่ห้องพักชั้น8 พบชาย เอะอะโวยวายอยู่ในห้องพักเรียกร้องขอเงินจากตำรวจ 10,000 บาท เพื่อจะกลับบ้าน เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ชายดังกล่าวใจเย็นลงและเปิดประตูห้อง จนเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววที่ชายคนนี้จะออกมาจากห้องพัก จากนั้นเจ้าของหอพักได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูห้องพักเข้าไป

พร้อมกับเข้าล็อกตัวชายคลุ่มคลั่ง ที่กำลังอาละวาดออกจากมาภายในห้องพักจนเกิดการชุลมุน หลังจากที่นำชายออกมาจากหอพักก็ยังไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ได้ยังอะโวยวาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายธรรศพงศ์ อายุ 38 ปี

นอกจากนี้ยังพบสิ่งที่ทำให้ทั้งตำรวจ กู้ภัย รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ตกตะลึงไปชั่วครู่ เนื่องจากภายในห้องพัก มีการเลี้ยงจระเข้ 8 ตัว ขนาดไม่ใหญ่ สร้างความงุนงงให้กับเจ้าของตึกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีจระเข้ซึ่งเป็นสัตว์อันตรายอยู่ภายในหอพักโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ของชายคลุ้มคลั่ง และยังพบกัญชาอีกจำนวนหนึ่งจึงยึดไว้ ส่วนภายในห้องมีเสื้อผ้ากระจายเต็มไปหมดนอกจากมีคล้ายลักษณะการเผาอะไรบางอย่างเสื้อผ้าต่างๆและเขียนฝาผนังไปทั่วเจ้าของหอพัก กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวเพิ่งมาพักอาศัยอยู่ประมาณ 1 เดือนโดยไม่ทราบที่มาที่ไปและอาชีพหลักแหล่ง ซึ่งมาเช่าตึกได้ 1 เดือน ซึ่งในขณะเกิดเหตุได้มีลูกบ้านแจ้งมาว่าชายคนที่คลุมคลั่งได้โยนสิ่งของออกมานอกบ้านคล้ายลักษณะทำลายข้าวของ เหมือนคนลักษณะเมายาบ้า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล็อคตัวนายธรรศพงศ์ ให้หน่วยกู้ภัยนำตัวไปตรวจเช็คกาการทางประสาทและตรวจหาสารเสพติดในร่างกายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์”บ้านสามสหาย” เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์"บ้านสามสหาย" เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

หอบ20ล้านหนีแล้ว! แห่แจ้งจับเท้าแชร์”บ้านสามสหาย” เหยื่อนับร้อยแฉ3สาวโพสต์ซื้อบ้าน-รถ กินหรู-อยู่ดี

วันที่ 30 พ.ย.2563 ที่สภ.เมืองอุดรธานี หญิงสาว 3 คนผู้เสียหายจากการเล่นแชร์ “บ้านออมเงินออมทอง บ้านสามสหาย” ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป นำหลักฐานการโอนเงินเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รองสารวัตร(สอบสวน) เพื่อให้ดำเนินคดี้เท้าแชร์ชื่อบ้าน “วรรณเดือนดาว” หรือ “บ้านสามสหาย” หลังหลงเล่นแชร์แล้วเสียหายรวม 528,399 บาท โดยรายแรกสูญเงิน 268,399 บาท รายที่สอง 164,000 บาท ส่วยรายที่สาม 99,000 บาทผู้เสียหาย ให้การว่า เริ่มเล่นแชร์หลังจากเห็นรุ่นพี่ที่ทำงานเล่นแล้วได้เงิน ตอนแรกก็ได้เล่นแชร์ทองกับรุ่นพี่ได้กลับมาอยู่ 2-3 วง จากนั้นก็เล่นแชร์ออมเงินช่วงแรกๆก็ได้เงินจึงลงทุนเพิ่ม แต่ปรากฎว่าเท้าแชร์โพสต์ปิดบ้านแชร์ในเฟซบุ๊ก จากนั้นก็ติดต่ออะไรไม่ได้เลย ตอนนี้มีผู้เสียหายแล้ว 107 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ตอนนี้เท้าแชร์ทั้ง 3 คนทราบว่ายังอยู่ในประเทศ เพราะว่าทั้งหมดมีลูกยังเล็กอยู่ คิดว่าคงจะไม่หนีไปไหนได้ไกล
อยากจะฝากถึงคนที่เล่นแชร์ และกำลังจะลงทุนไปเล่นว่า อย่าโลภ แต่คนเราพอเห็นคนเล่นได้เงินมาง่าย และด้วยสภาพเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ดี เมื่อเห็นได้เงินเร็ว ก็ขาดความยับยั้งคิดไปนิดหนึ่ง ก็เสียดายเงินที่ลงทุนไปอยู่ แต่ว่ามันเป็นไปแล้วคงจะต้องยอมรับ ถึงตอนนี้แล้วไม่คิดว่าจะได้เงินคืน เพราะดูแล้วคงจะไม่ได้คืน แต่ก็ยังหวังอยู่บ้างที่จะได้เงินคืน เพราะมีคนบอกว่า เงินที่เขาเอาไปซื้อบ้าน ซื้อรถ กินหรู เราเห็นในเฟซบุ๊กของเขา ที่อาจจะได้คืนมาในส่วนนี้”ด้านร.ต.อ.ชวนัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งความ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจะนัดผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะดูยอดความเสียหายที่แท้จริง จากนั้นจะรวบรวมเอกสารหลักฐาน รายงานผู้บังคับบัญชา เนื่องจากมีความเสียหายจำนวนมาก และน่าจะมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

จากกรณี เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 12 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อำเภอสัตหีบ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ร่วมทำการตรวจสอบ บ้านพักในชายทะเลชุมชนช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังมีแหล่งข่าวว่ามีแม่เด็กได้ใช้ลูก ซึ่งเป็นเด็กหญิง จำนวน 1 คน และเด็กชาย จำนวน 3 คน ร่วมเป็นจำนวน 4 คน ส่งยาบ้า ให้กับลูกค้า ตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนมาก ส่วนผู้เป็นแม่ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.อุไรวรรณ์ หรือ ตุ๊ก ได้หลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง ปล่อยลูกทิ้งไว้ ส่วนเด็กๆ ทั้ง 4 คน ได้นำเจ้าหน้าที่นำไปคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดชลบุรี เพื่อติดต่อหาญาติและหาทางแก้ไขต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านพักของ น.ส.อุไรวรรณ์ อายุ 34 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กทั้ง 4 คน ที่หลบหนีไป ได้พบกับ นายสามารถ อายุ 40 ปี สามีของ น.ส.อุไรวรรณ์ อยู่ภายในบ้าน ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ โดยกล่าวว่า ตนอยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี แล้ว โดย น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมีลูกติดมาก่อนแล้ว 2 คน และมีลูกกับตน 2 คน โดยตนทำงานเป็นลูกจ้างเรือประมงและจะออกทะเล ครั้งละ 15 วัน และจะได้พัก 3 วัน ซึ่ง น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมักชอบเสพยาเป็นประจำ โดยลูกติดทั้ง 2 คน ก็มีนิสัยดื้อ ไม่ยอมเรียนหนังสือ และมีเพื่อนเป็นเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ชอบพาเพื่อนมาเสพยาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งตนก็เคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง

ส่วนเรื่อขายยานั้น ตนไม่รู้ว่า น.ส.อุไรวรรณ์ ขายยาเสพติดเองด้วย รู้แค่ว่าเอายาให้เด็กกลุ่มวัยรุ่น เพื่อแลกกับให้เติมเงินเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเมื่อวานหลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมและนำลูกทั้ง 4 คนไป โดย น.ส.อุไรวรรณ์ ได้หลบหนีไปก่อนนั้น ตนก็เพิ่งขึ้นจากเรือประมงพอดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสารเสพติดแล้วไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ก็อยากรับลูกคนเล็ก 2 คนกลับมาเลี้ยง ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้บอกจะดำเนินการประสานงานให้ แต่ก็ติดในเรื่องที่ตนไม่ได้มีชื่อเป็นพ่อเด็กทั้ง 2 คน

ส่วนลูกติดของภรรยา 2 คนนั้น ก็คงให้ญาติทาง น.ส.อุไรวรรณ์ ติดต่อรับไปเลี้ยงเอง เพราะชอบสร้างปัญหาให้กับที่บ้าน

Sticky post

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอดแม่ตาย-ลูกรอด ไม่ออกมารับผิดชอบ ลั่นหากไม่ชี้แจงจะไม่เผาศพ

(11 พ.ย.63) นายพโนมล สามีของ น.ส.ชนิดา และ นางรัชดา พี่สาวของ น.ส.ชนิดา พนักงานจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ตาลำ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีว่า น.ส.ชนิดา ได้ตั้งครรภ์และฝากท้องไว้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อถึงวันกำหนดคลอดโดยการผ่าจึงได้นำตัวมาโรงพยาบาล

ช่วงก่อนผ่าตัดสุขภาพของ น.ส.ชนิดา นั้นแข็งแรงดี หลังจากผ่าลูกออกมาแล้วเป็นชายแข็งแรง ส่วนแม่นั้นปรากฏว่าช็อกและหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทางโรงพยาบาลไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด อ้างแต่เพียงสาเหตุการตายเท่านั้นว่า น้ำคร่ำเข้าปอดเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความข้อหาประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ภายหลังจากตำรวจรับแจ้งแล้วจะได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นางรัชดากล่าวว่า หากโรงพยาบาลไม่ออกมารับผิดชอบ ก็จะไม่เผาศพ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

Sticky post

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 หลังจากที่รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจพบชาวบ้านในหมู่บ้านถุงทองมัสยิดมะดีนะฮ์ เขตเทศบาลนครแม่สอดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 5 รายยกครอบครัว และถูกนำตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น 

นายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาวะโควิดในพื้นที่อำเภอแม่สอด บุคลากรทางการแพทย์ได้จัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ขณะนี้หายจากอาการป่วยและกลับเข้าชุมชนได้แล้ว ชุมชนกลุ่มเสี่ยงเราได้เข้าไปตรวจคัดกรองกว่า 8,000 คน ซึ่งทั้ง 8,000 กว่าคนผลออกมาเป็นลบทั้งหมด ช่วงนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากโดยเฉพาะน้ำตกทีลอซูได้อย่างมีความสุข ส่วนรถสินค้าของเมียนมาเราจำกัดสถานที่ขนส่งสินค้าในจุดขนถ่ายทั้งหมด ไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ ขณะนี้แม่สอดมั่นใจโควิด-19 เราเอาอยู่ แต่อย่าลืม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด รับแจ้งมีโจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในชุมชนมะดีนะฮ์ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวผู้ป่วยโควิดทั้ง 5 รายที่เพิ่งกลับบ้านมาได้เพียง 1 วัน ขณะที่เจ้าของบ้านออกไปจ่ายตลาดกลับมาพบบ้านถูกงัดมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบเพราะกลัวโควิดอาจจะหลงเหลือในบ้าน ต้องรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมใส่ชุดนิรภัยเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

Sticky post

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง เผยคลิปหลุดเพราะมีปัญหากันเองภายใน รพ.

จากกรณี มีการเผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าหน้าที่ชายทำร้ายผู้ป่วย ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยแพทย์สั่งให้สแกนสมองเนื่องจากมีเลือดคั่ง แต่คนไข้มีอาการดิ้น ทำให้พนักงานเปลใช้กำลังกับผู้ป่วยจนดูเหมือนเป็นการทำร้ายร่างการ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม ผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 50 ปี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ แพทย์จึงสั่งให้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมอง และได้สั่งให้ยาระงับอาการบาดเจ็บ และมีการมัดมือมัดเท้าคนไข้ แต่คนไข้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ สับสนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีอาการดิ้นจนเชือกที่มัดไว้ขาด

เจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานเปลชายคนดังกล่าว มาช่วยคุมคนไข้ให้อยู่ในอาการสงบ ซึ่งเป็นภาพการกดและพูดให้คนไข้ให้อยู่ในความสงบ แต่คนไข้ก็ยังดิ้นไม่ให้ความร่วมมือ ก็เลยดูเหมือนว่าจังหวะเป็นการกระตุ้นคนไข้ในจุดที่ให้มีการตื่นตัว แต่ภาพอาจดูไม่นิ่มนวล ไม่เหมาะสม ดูเหมือนเป็นการทำร้ายคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการรุนแรงอย่างที่ปรากฏในภาพ ส่วนคนไข้ดังกล่าว ก็ปลอดภัยดี ไม่มีอาการทางสมองแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดออกมา เนื่องจากบุคลากรมีปัญหากันเองที่ภายในโรงพยาบาล ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีมาตรการในการควบคุมดูแล เข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก 

Sticky post

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ดูรูปปั้นคล้ายช้างที่พบจากข้างรางรถไฟ คาดเป็นของโบราณ ลองแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูมีตัวเลขโผล่ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ต.ค.) ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 106 ซอยร่มเย็น หมู่ที่ 7 ตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน หลังทราบว่าชาวบ้านในซอยดังกล่าวขุดพบรูปปั้นคล้ายช้างที่ข้างรางรถไฟ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่ชาวบ้านจะนำมาใส่พานเพื่อตั้งบูชาโดยจุดธูปเทียนเพื่อขอโชคลาภ

จากการสอบถาม คุณป้ารุจิราม มณีรัตน์ อายุ 63 ปี และนางอนงค์ ก๋องเจริญ อายุ 59 ปี ผู้ที่พบเห็นและนำมาตั้งใส่พาน ทราบว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ทางการรถไฟได้มาทำสะพานข้ามน้ำที่จุดดังกล่าวโดยใช้รถแบ็คโฮขุดดินที่อยู่ด้านใต้น้ำขึ้นมาไว้ข้างๆ ทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดที่พบรูปปั้นคล้ายช้าง

จนกระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีฝนตกจึงทำให้ส่วนหลังของรูปปั้นคล้ายช้างโผล่พ้นดินขึ้นมา ตอนแรกๆ ก็ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเย็นวันนี้ เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ไปขุดที่จุดดังกล่าว และพบรูปปั้นคล้ายช้างจึงนำมาทำความสะอาด แล้วก็นำมาวางใส่พานก่อนที่จะจุดธูปเทียน เครื่องสังเวยมาถวายและลงมือทาแป้งเพื่อขอโชคลาภ

ตนเองก็ไม่รู้ว่าช้างที่ขุดพบปั้นมาจากปูนหรือเป็นหินทรายแกะสลักกันแน่ แต่ตัวช้างมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม และบริเวณลำตัวส่วนใหญ่เกือบจะสมบูรณ์ แต่บริเวณด้านหน้าช่วงงวงเกิดการแตกหักหายไป ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นของโบราณอายุหลายสิบปีหรือนับร้อยปี ตั้งใจมาดลใจให้ชาวบ้านเห็นเพื่อนำมาเก็บรักษาไว้

ทั้งนี้ เมื่อชาวบ้านนำแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูพบว่ามีตัวเลขโผล่ออกมาคือ 63, 279 และ 275 และต่อมาลูกหลานของตนเองได้นำไปโพสต์ลงเฟชบุ๊ก ทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ทราบข่าวเริ่มทยอยมาของโชคลาภ ซึ่งหากตนเองถูกรางวัลได้เงินรางวัลมามากๆ ก็จะสร้างศาลถวายให้อีกด้วย

Sticky post

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ชาวบ้านผงะ พบยาไข้หวัดนก 7 ลัง สติ๊กเกอร์ภาษาจีน ถูกทิ้งริมถนนศรีราชา โร่แจ้งสาธารณสุขรุดตรวจสอบ

25 ตุลาคม 2563 ชาวบ้าน ม.9 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบลังโฟม 7 ลัง ภายในบรรจุยาขวดติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน วางทิ้งไว้ บริเวณถนนเส้น หลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ เกรงว่าจะเป็นยาชนิดอันตราย จึงได้รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอศรีราชา ตรวจสอบ

จุดที่พบลังยา เป็นป่าหญ้าริมถนน นายอโณทัย เจริญสันติสุข ชาวบ้านในพื้นที่ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่พบกล่องโฟม ตรวจสอบพบว่า เป็นขวดยาชนิดน้ำ ซึ่งยังไม่มีการเปิดใช้งานแต่อย่างใด ส่วนเอกสารก็เป็นภาษาจีนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้ตรวจสอบ

สอบถามนายอโณทัย ทราบว่า ตนได้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว แล้วพบเห็นกล่องปริศนาวางทิ้งไว้ริมถนน ด้วยความสงสัยจึงได้เปิดดู พบว่าเป็นวัตถุคล้ายขวดยา ติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ทราบว่า ยาทั้งหมดเป็นยาเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก ซึ่งใช้งานในกลุ่มสัตว์ปีก และทั้งหมดอยู่ในสภาพหมดอายุการใช้งานแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีบริษัทใดในพื้นที่ใช้ยาชนิดนี้ และเหตุใดถึงนำมาทิ้งเช่นนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Sticky post

คุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.เล็งปืนใส่แท็กซี่ รออาญาลง 2 ปี

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เล็งปืนใส่แท็กซี่ขับรถตามในศูนย์ราชการฯ ยอมรับผิด ขอโทษและเยียวยาแล้ว-รอลงอาญา 2 ปี

วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2384/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพิเศษ หรือ ภูษิต อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ

จากกรณี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จำเลยได้พกพาอาวุธปืนโคลท์ รีวอลเวอร์ ขนาด.38 สเปเชียล เลขทะเบียน กท.2117198 พร้อมกระสุน แล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางรถแท็กซี่รับจ้าง ที่มีนายพิพัฒน์ ผู้เสียหาย ขับตามมา พร้อมกับพูดว่า “ขับตามมาทำไม ให้ถอยรถออกไปวิ่งเส้นอื่น” เหตุเกิดบนถนน บริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จำเลยให้การรับสารภาพ วันนี้จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว จำเลยยอมรับว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากไว้ป้องกันตัว เพราะทำงานด้านการไต่สวนอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา จำเลยได้ขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งไม่ติดใจดำเนินคดี และไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำเลยจึงมอบเงินให้ 2,000 บาท อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก รวม 1 ปี ปรับ 31,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเยียวยาผู้เสียหายและมีภาระต้องดูแลบิดามารดา อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับสูงเคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี พร้อมรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนเป็นเวลา 1 ปีด้วย

Sticky post

ทหารจ่าสิบโทสารภาพรับจ้างขนยาบ้า 4 แสนเม็ด โป๊ะแตกเพราะเกิดอุบัติเหตุ

ทหารจ่าสิบโท รับสารภาพรับจ้างขนยาบ้าข้ามจังหวัด เพราะต้องการเงินมารักษาภรรยาป่วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายทั้งหมดต่อ

จากกรณี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นบริเวณที่รถยนต์ ยี่ห้อนิสัน เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในคูน้ำ

สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการชนเข้ากับเสาไฟแสงสว่างข้างทาง มี จ่าสิบโท นาวิน สังกัด ร17/3 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จังหวัดเชียงราย พร้อมภรรยา และ ลูกชายบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง

และตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีขาวขนาดใหญ่ 2 ถุง โดยในถุงบรรจุยาบ้า จำนวน 4 แสนเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ทำการสอบสวน

ความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว จ่าสิบโท นาวิน ไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เช่ารถคันดังกล่าวมาจากจังหวัดเชียงราย โดยเดินทาง ช่วงของคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปรับยาบ้ามาจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วขับกลับ โดยจะทิ้งยาบ้าตามจุดที่นัดหมายในพื้นที่ จ.พิจิตร แต่เกิดอาการเพลียจึงเปลี่ยนให้ภรรยาขับ มาถึงที่จุดเกิดเหตุมีสุนัขตัดหน้าจึงเสียหลักตกข้างทาง

ทั้งนี้ จ่าสิบโท นาวิน รับสารภาพว่าสาเหตุที่รับจ้างขนเพื่อนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคระบบขับถ่าย ก่อนหน้านี้ได้พยายามกู้เงินจากแหล่งอื่นไม่เป็นผล จึงต้องมารับจ้างขนส่งยาเสพติด  

ล่าสุด พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เดินทางพื้นที่พร้อมทำการสอบสวนผู้ต้องหา พร้อมสั่งการให้ดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีข้อมูลของขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาง จ.พิจิตรแล้ว และจะขยายผลการจับกุมต่อไป

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า ไว้จำหน่ายและครอบครอง จะได้ตรวจสอบหลักฐาน และรวบรวมข้อมูล เพื่อทำการขยายผลเครือข่ายของยาเสพติดชุดนี้ต่อไป

Sticky post

สลด พ่อเฒ่าชาวดัตช์ บอกเมียจะไปว่ายน้ำ ก่อนลอยเป็นศพมาเกยหาดพัทยา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 25 กันยายน 2563 ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพลอยอยู่ในทะเลพัทยา ก่อนถึง

โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุ บริเวณชายหาดพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบในน้ำทะเลมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในสภาาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่ใช้เรือเคลื่อนย้ายร่างเข้าสู่ชายฝั่ง ทราบชื่อภายหลังคือ MR. VAN SCHAIK JOHANNES MARIA อายุ 74 ปี สัญชาติ เนเธอร์แลนด์ โดยมีภรรยาทราบชื่อคือ น.ส.สุขใจ อายุ 41 ปี เดินทางมาดูร่างไร้วิญญาณอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ ถึงกับทรุดลงกับพื้น เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีจึงช่วยพยุงมานั่งพักตั้งสติ 

สอบถาม น.ส.สุขใจ ผู้เป็นภรรยา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ สามีบอกว่าจะออกมาว่ายน้ำเล่นที่ทะเล แต่หายไปหลายชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วง เพราะสามีมีอาการป่วยหลังจากประสบอุบัติเหตุ จึงได้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา จนกระทั่งมีคนไปแจ้งว่าพบร่าง MR. VAN SCHAIK ลอยอยู่กลางทะเลจึงรีบมาดูดังกล่าว 

เบื้องต้น ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเคลื่อนย้ายร่างไปตรวจชันสูตร ยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป 

Sticky post

รวบหนุ่มแสบ ควงปืนบีบีกันปล้นร้านมือถือ สารภาพหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่

วานนี้ (21 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชลิต อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านรับจำนำอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ตั๋วจำนำ 2 ใบ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ กางเกงขายาว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำแดง ซึ่งเป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และอาวุธปีนบีบีกันแบบแม็กกาซีนสีดำจำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ 2 แขวงบางนา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชายได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนแบบแม็กกาซีนสีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับจำนำอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวภายในร้านหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาของลูกค้าที่รับจำนำไว้ซึ่งอยู่ในตู้โชว์ภายในร้านใส่ถุงผ้าสีฟ้าที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนที่จะเดินออกไปขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายในขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุไปได้ ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในห้างเทสโก้โลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายรู้จัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ จึงพบว่าที่ร้านรับซื้อดังกล่าวได้ขอหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ ชื่อ นายชลิต อายุ 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายชลิต ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนในย่านรามคำแหง 2 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ

นายชลิต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านศรีนครินทร์ แต่เงินไม่พอใช้ประกอบกับตนอยากได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ จึงคิดหาเงินทางลัดและจำพฤติกรรมการก่อเหตุมาจากในโลกโซเชียล จึงซื้อปืนบีบีกันมาจากตลาดนัด และยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาลงมือก่อเหตุ โดยจะเลือกลงมือร้านที่ปลอดคน กระทั่งพบเห็นร้านดังกล่าวมีผู้หญิงอยู่ในร้านคนเดียว จึงเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นได้หลบหนีไปที่บ้านย่าน ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถจักรยานยนต์ไปคืนญาติ และนำโทรศัพท์ไปขาย ส่วนนาฬิกานำไปจำนำได้เงินมา 7,000 บาท ส่วนเงินที่ได้มาตนนำไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่จนหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

จระเข้ที่หายสาบสูญ โผล่กัดคนเจ็บสาหัส สุดท้ายถูกจับตายแล่เนื้อกินชำระแค้น!

จุดจบนักล่า! จระเข้โผล่กัดแขนคนหาปลาลากลงน้ำ เพื่อช่วยชีวิตทันก่อนระดมกำลังตามล่า ก่อนจับมาชำแหละทำอาหาร

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย. มีเหตุชาวบ้านที่ออกไปทอดแหหาปลา บริเวณลำคลองกลางหมู่บ้านทำเนียบ ม.3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง แล้วถูกจระเข้กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกจระเข้กัด คือ นายยงยุทธ อายุ 52 ปี พนักงงานฝ่ายผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ออกไปทอดแหหาปลากับเพื่อนรวม 3 คน ที่คลองกลางหมู่บ้าน พอทอดแหลงไปครั้งแรก ได้ใช้มือคลำลงไปจับแหในน้ำ แต่จู่ๆ จระเข้ตัวใหญ่ลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ได้พุ่งตัวขึ้นจากน้ำ งับเข้าที่แขนข้างขวาของนายยงยุทธ ก่อนที่จระเข้จะหมุนตัวไปมา เพื่อลากตัวนายยงยุทธลงไปในน้ำ ต่อหน้าเพื่อนๆ หลังตั้งสติได้เพื่อนที่อยู่ริมคลองได้กระโดดลงไปช่วย จนสามารถช่วยขึ้นมาได้   

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้รวมตัวกันออกไปตามล่าจระเข้ตัวดังกล่าว โดยพบตัวจระเข้โหด ยังคงว่ายไปมาในลำคลอง ชาวบ้านนับสิบคนจึงช่วยกันจับตัว โดยใช้ทั้งมีดและไม้แหลมเป็นอาวุธ จนสามารถจับตัวจระเข้ขึ้นมาได้ แต่พบว่าตายแล้ว จึงช่วยกันนำตัวจระเข้กลับไปที่หมู่บ้าน แล้วชำแหละแบ่งเนื้อกันไปทำอาหาร โดยทุกคนบอกว่าจะกินให้หายแค้น 

สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลุดมาจากฟาร์มที่เลี้ยงเมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าหลุดมาจากจุดใด เพราะในละแวกใกล้เคียงไม่พบว่ามีผู้เลี้ยงจระเข้ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุบริเวณคลองทำเนียบ ใกล้หมู่บ้านฐติชญาพันธ์ บริเวณใต้สะพาน มีคลองเล็กๆ กว้างประมาณ 3 เมตร น้ำไม่ลึกมาก พบร่องรอยการเหยียบย่ำของคนที่ลงไปช่วยนายยงยุทธ ขณะไปทอดแหกับเพื่อนอีก 2 คน จนถูกจระเข้กัดดังกล่าว 

นายสมชาย ชาวบ้าน มือหั่นจระเข้ กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้ได้ก็นำกลับมาทำเป็นอาหาร พบว่าเป็นจระเข้เพศเมีย ภายในท้องมีปลาดุกเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ตนชำแหละและทำอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แจกจ่ายให้กับคนในชุมชน ส่วนจระเข้น่าจะหลุดออกมาจากฟาร์มเมื่อช่วงที่น้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นพบว่าจระเข้หายไปหนึ่งตัว คาดว่าเป็นตัวเดียวกัน และปัจจุบันในหมู่บ้านไม่มีฟาร์มจระเข้แล้ว  

Sticky post

ร้านค้าจีนเจอ “ซากค้างคาว” ในกระปุกซอสหอยนางรม หลังใช้ทำอาหารมาแล้ว 3 เดือน

ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ หนึ่งในประเทศจีนถึงกับช็อกเมื่อพบว่ามีซากค้างคาวในกระปุกซอสหอยนางรม ที่ใช้ประกอบอาหารมาแล้วเกือบ 3 เดือน

ร้านดังกล่าวเผยกับผูสื่อข่าวในจีนว่า คนที่เจอซากค้างคาวคนแรกคือแม่ของตน ตอนนั้นคุณแม่ใช้ช้อนตักซอสหอยนางรมมาปรุงอาหารค่ำตามปกติ แต่เมื่อจ้วงช้อนเข้าไปในกระปุกกลับตักขึ้นมาไม่ได้ ทั้งยังโดนเข้ากับของแข็งบางอย่าง จึงพยายามตักให้ลึกกว่าเดิมเพื่อนำสิ่งดังกล่าวขึ้นมาดู พบว่าเป็นซากค้างคาวแถมยังมีกลิ่นเหม็นด้วย

ต่อมา ชายคนนี้จึงนำซอสหอยนางรมนี้ไปคืนที่ร้านที่ซื้อมา ทั้งยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนั้นทุกคนก็ช็อกและไม่กล้ากินอะไรไปอีก 2-3 วันเลย

ชายคนนี้เผยอีกว่า ค้างคาวไม่น่าจะไปอยู่ในกระปุกหลังจากซื้อมาแล้ว เพราะจะปิดฝาหลังใช้ทุกครั้ง เพราะถ้าหากเข้ามาในกระปุกหลังจากซื้อมา ก็ต้องได้ยินหรือเห็นมันกระเสือกกระสนบินหนีออกจากกระปุกไปแล้ว ดังนั้นน่าจะเข้ามาอยู่ในกระปุกตั้งแต่ที่โรงาน

ด้านผู้ผลิตซอสหอยนางรมยี่ห้อที่มีปัญหานี้ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของชายคนนี้และบอกว่า ซอสหอยนางรมที่ออกจากบริษัทไปผ่านการคัดกรองและตรวจอสบหลายขั้นตอน จึงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ได้

สำนักข่าวในจจีนยังเผยอีกว่า ครอบครัวนี้เตรียมนำซอสหอยนางรมไปวิเคราะห์ด้วยว่ามีไวรัสหรือเชื้อโรคใดๆ ปนเปื้อนหรือไม่ เพราะค้างคาวมีไวรัสหลายชนิด

Sticky post

รวบพนักงานขายตั๋วหนัง ลวงสาว 17 ไปข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

กองปราบรวบผู้ต้องหาพนักงานขายตั๋วหนังลวงหญิงสาววัย 17 ปี ดื่มเหล้า ก่อนข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมนายพีระพล(สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 1094/2547 ลงวันที่ 19 เมษายน 2547 โดยกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยใช้กำลังประทุษร้าย พรากบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ภายในซอยทะเลทอง ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2547 นายพีระพลฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำงานขายตั๋วหนังที่โรงหนังแห่งหนึ่งย่านจังหวัดปทุมธานี ได้รู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 17 ปี ที่โรงหนังดังกล่าว

หลังจากนั้นนายพีระพล ได้ชักชวน น.ส.เอ ให้ไปที่ห้องพักของเพื่อนผู้ต้องหา และชักชวนให้ น.ส.เอ ร่วมดื่มสุราด้วย จน น.ส.เอ มีอาการมึนเมา นายพีระพล จึงได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เอ เมื่อผู้เสียหายตื่นขึ้นมา จึงรีบเดินทางกลับบ้านทันที

ต่อมาทางมารดาของ น.ส.เอ สังเกตุอาการผิดปกติของลูกสาว จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดังกล่าว มารดา น.ส.เอ จึง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุมตัว จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ฉาวอีก! ครูสังคมฯ โรงเรียนมัธยมดังอุบล ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ ให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

ฉาวอีก! ครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมดังในอุบลฯ ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ แถมทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

วันนี้ (3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์กันในโลกทวิตเตอร์ระบุถึงครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ใกล้โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ และทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง โดยโพสต์ที่แชร์ต่อๆ กันระบุว่า

“ห้องตนเรียนกับครูคนนี้มาหลายคาบแล้ว ก็พอจะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้ เรื่องวันนี้คือ เหมือนครูจะบอกแนวข้อสอบ อธิบายหัวข้อต่างๆ ปกติเลย เวลาครูอธิบาย ครูก็จะถาม แล้วพูดถึงเรื่องระบอบการปกครองต่างๆ เพื่อนๆ ก็พากันช่วยตอบ

พอตอบไม่ถูกเข้าเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ ครูก็ด่าเอาด่าเอา แล้วก็ให้ยืนทั้งห้อง ตอนแรกนึกว่าจะให้ยืนเฉยๆ สรุปให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวด้วย ตอนนั้นอึ้งเลย ไม่คิดเลยว่าจะทำ เหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามตอบด้วย แล้วครูก็บอกว่าเถียง แล้วก็ด่ากราดเลย”

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่หรือคือสถาบันที่จะผลิตเยาวชนไปเป็นผู้นำ ครูป่วยหรือไม่ หรือมีปัญหาที่บ้านอย่างไรหรือไม่ ซึ่งนักเรียนมักจะพูดถึงครูคนดังกล่าวว่าเมามาสอนเป็นประจำ

Sticky post

เด็กหญิง ม.1 ถูกเพื่อนแกล้งจนสลบ-เล่นแต่งหน้าศพให้ หมอตรวจพบสมองกระทบกระเทือน

ญาตินักเรียน ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้โรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จ.นครพนม โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม หลังหลานสาวถูกเพื่อนแกล้งจนหมดสติ แต่เพื่อนกลับหัวเราะชอบใจ แถมยังแกล้งแต่งหน้าศพให้ เพราะคิดว่าแกล้งเป็นลม 

เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ เห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งนอนหมดสติ ท่ามกลางเพื่อน ๆ รุมแกล้งเขียนหน้าเขียนตา แถมยังหัวเราะชอบใจ โดยระบุว่า “พ่อแม่เห็นรูปหัวใจแทบขาด เพื่อนที่โรงเรียนแกล้งจนสลบ ยังไม่สนใจจะช่วยพาไปโรงพยาบาล แถมยังแกล้งแต่งหน้าเป็นศพ” ต่อมาได้โพสต์บอกอีกว่า “ไปหาหมอแล้ว หมอให้นอนโรงพยาบาล รอเอกซเรย์สมอง ขอให้หลานปลอดภัย” 

เจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเด็กที่หมดสติ เล่าว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ อ.นาแก จ.นครพนม น้องมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด และแพ้กลิ่นน้ำหอมที่เพื่อนฉีด จึงบอกกับเพื่อนว่า เหม็นและขมคอ เพื่อนจึงแกล้งเอาน้ำหอมฉีดใส่ ทำให้น้องแน่นหน้าอกและหมดสติไป แต่เพื่อนๆ กลับคิดว่า น้องแกล้งเป็นลม เลยจับน้องแต่งหน้าทาปากเหมือนศพ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงทำกิจกรรม จึงไม่มีครูอยู่ในห้อง แต่มีเพื่อนวิ่งไปบอกครู จึงพาส่งโรงพยาบาล

หมอให้น้องแอดมิท พร้อมบอกว่า น้องตกโต๊ะทำให้สมองของน้องได้รับความกระทบกระเทือนปานกลาง ต้องรอ MRI สมองอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ เพื่อนน้องโพสต์คลิป เพื่อนๆ เห็นความเป็นความตายของน้องเป็นเรื่องสนุกสนาน จึงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า น้องแกล้งเป็นลม และให้ไปเคลียร์กับทางโรงเรียนก่อน 

ทีมข่าวติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่ให้ข้อมูลใด ๆ พร้อมระบุว่า จะเปิดแถลงข่าวในวันจันทร์ พร้อมกับเรียกผู้ปกครองของเด็กทั้งหมดมาพูดคุย

Sticky post

พ่อมือตบสาว ปวช. ก้มกราบขอโทษแทนลูก เซ่นคลิปให้แฟนเก่าเหยื่อลวงมาตบ

เดือดร้อนถึงคนเป็นพ่อ ต้องก้มกราบขอโทษแทน หลังลูกสาววัย 16 ปี ตบตีสาว ปวช.ปี 1 ล้างแค้นแทนรุ่นน้อง 

จากกรณีมีคลิปนักเรียนหญิง ปวช. ปี 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถูกที่แฟนเก่าหลอกให้มาเอาของ ก่อนจะถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้เชิญตัว น.ส.ชมพู่ อายุ 16 ปี มือตบนักเรียนสาวพาณิชย์ พร้อมกับเพื่อน และ น.ส.เอ อายุ 15 ปี ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้ามาพบที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุการทำร้ายตบตีกันในครั้งนี้

น.ส.เอ ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนได้ไปเจอ น.ส.ชมพู่ กับพวก โดย น.ส.ชมพู่ หาว่าตนเองไปต่อว่าเพื่อนรุ่นน้องของเขาเสียหาย ตนตอบไปว่าคนที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กไปต่อว่ารุ่นน้องของคู่กรณีไม่ใช่ตนเอง แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อตรงเข้ามาจิกผมตบตีจนล้มลุกคลุกคลาน ทั้งๆ ที่ตนเองยืนยันว่าไม่ใช่ และขอร้องให้หยุดแต่อีกฝ่ายก็ยังด่ายังตบตีตนอีก

ขณะที่ น.ส.ชมพู่ มือตบ กล่าวว่า คู่กรณีกับเพื่อนๆ มีปัญหากับรุ่นน้องตนเอง จนมีการท้าทายกันตลอดมา ตนเองเคยไปเคลียร์ที่บ้านคนเจ็บเพื่อให้จบ เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเนื่องจากรุ่นน้องต้องเจอกันอยู่แล้ว พอไปถึงอีกฝ่ายพยายามถอยรถชน  แถมยังจะทำร้ายรวมทั้งยังปาระเบิดปิงปองใส่จนต้องหนีตายกันมาแล้ว วันเกิดเหตุมาเจอก็เกิดอารมณ์จึงตรงเข้าทำร้ายตบตีอย่างที่เห็นในคลิป

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อปรับความเข้าใจ ทางพ่อของ น.ส.ชมพู่ ถึงกับนั่งลงกับพื้น พร้อมยกมือไหว้แม่ น.ส.เอ เพื่อขอโทษยอมรับผิดที่ลูกได้ทำลงไป ก่อนที่ น.ส.ชมพู่ และเพื่อนๆ จะนั่งลงกราบขอโทษด้วย โดยแม่ของ น.ส.เอ บอกกับทั้งหมดว่า ในส่วนของคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ไม่ควรจะมาทำกับลูกสาวตนแบบนี้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนทางด้านคดีหากทางฝ่ายผู้ปกครองผู้เสียหายต้องการเอาเรื่อง ก็ต้องประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวน เพราะทั้งสองฝ่ายยังเป็นเยาวชน

Sticky post

สาวโรงงานถูกผัวฆ่าฝังร่องสวนมะนาว พ่อผัวสารภาพสิ้นช่วยลูกอำพรางศพ

เจอตัวแล้วพ่อสามี “น้องจ้อย” สาวเหยื่อฆ่าหมกร่องสวนมะนาว สารภาพสิ้นลูกชายเป็นคนทำก่อนให้ช่วยอำพรางศพ

กรณี นางสาววนิดา หรือ น้องจ้อย สาวโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก อายุ 26 ปี ถูกฆ่าฝังศพอำพรางไว้ในร่องสวนมะนาวบริเวณหมู่ที่  9 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ก่อนที่เจ้าของสวนจะมาพบศพจนนำไปสู่การติดตามหาตัวคนร้าย

โดยหลังพบศพ นายเมฆ หรือ ตั้ม อายุ 27 ปี สามีของน้องจ้อยและนายวันชัย พ่อของนายตั้มหายตัวไปจากพื้นที่ จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีส่วนในการฆาตกรรมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวเพื่อนสนิทของนายตั้มมาสอบสวน จนทราบว่านายตั้มไปสารภาพว่าเป็นคนบีบคอน้องจ้อยจนเสียชีวิต แต่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก นายวันชัยได้ติดต่อให้นายดนัยศักดิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของสวนมะนาวที่เกิดเหตุและเป็นนายจ้างให้พาเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสวงหา แล้ว

โดย นายวันชัย พ่อสามีของผู้เสียชีวิต ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายตั้มลูกชายนำศพของน้องจ้อยมาฝังไว้ที่บริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงวัน

ก่อนหน้านั้นนายตั้มได้ขับรถมาบอกว่าพลั้งมือฆ่าน้องจ้อยจนเสียชีวิตภายในบ้านพัก และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร่วมกันนำรถซาเล้งที่ใช้ในสวนไปบรรทุกศพมาจากบ้านผ่านทุ่งนามาฝังไว้ที่ร่องสวน ก่อนที่จะทำเหมือนปกติ

จนกระทั่งมีผู้พบศพน้องจ้อยจึงหนีเข้าไปหลบในป่า ส่วนนายตั้มไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนักจึงติดต่อทางนายจ้างและเพื่อนสนิทให้พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวสอบปากคำเครียดเพื่อเค้นหาที่ซ่อนตัวของนายตั้ม โดยคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เนื่องจากนายตั้มมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ยังคงเฝ้าติดตามนายตั้มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเพื่อนของนายตั้มทุกแห่งซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในไม่กี่วันนี้ 

Sticky post

คลิปสลด วงจรปิดจับภาพเก๋งชนจยย.กลางสามแยก คนขี่ร่างกระเด็น 20 เมตรเสียชีวิต

ปาเจโร่แบกไม่อยู่พุ่งชนจยย.กลางสามแยกไฟแดง ก่อนพุ่งข้ามเกาะไปชนกับรถเก๋งและกระบะหลายคัน ส่วนคนขี่จยย.ไปเสียชีวิตที่ รพ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.วานิช ภูดวงดาษ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชน จยย.และรถเก๋งหลายคัน มีผู้เสียชีวิตที่สามแยกปากภู ต.เมือง อ.เมืองเลย ใกล้ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งปาเจโร่ เทาดำ หมายเลขทะเบียน 9363 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 4855 เลย รถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6135 เลย รถเก๋งฟอร์ด สีแดง ไม่ทราบทะเบียน และรถเก๋งเซโรเล็ต ไม่ทราบทะเบียน รวมทั้งหมด 5 คัน

ส่วนรถจยย.ขาดสองท่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ นายสุพัน อายุ 60 ปี คนขี่จยย. กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลนำส่ง รพ.เลย แต่ทนเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.เลย ที่เกิดเหตุมี นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ ยืนตกใจอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนกู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.เลย ส่วนรถทั้งหมดนำออกจากถนนเพื่อเปิดช่องการจราจร

จากการสอบถาม นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสามแยกบ้านปากภู ขณะกำลังขับผ่านสี่แยก มีรถ จยย.ของผู้ตาย ได้ขับมาและเลี้ยวขวากะทันหัน ตนเองเบรกไม่อยู่จึงชนเข้าอย่างจัง จนคนขี่และจยย.กระเด็นไปร่วม 20 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งเกาะข้ามถนนไปชนกับรถเก๋ง และรถกระบะที่ติดไฟแดงจนได้รับความเสียหายหลายคัน จนมีตำรวจและกู้ภัยฯ มาที่เกิดเหตุ ส่วนตนเองยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว และอยู่ระหว่างสอบปากคำและดูกล้องวงจรปิด

Sticky post

รถเก๋งชนท้ายรถกระบะคว่ำ กระเด็นลงข้างทาง หนุ่มจากต่างถิ่นดับยกคัน 4 ศพ

รถเก๋งขับตามหลังมา เปลี่ยนเลนชนท้ายรถกระบะคว่ำลงข้างทาง ตาย 4 เจ็บ 3 ที่เชียงราย

(10 มี.ค.63) เมื่อเวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เทศบาล ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.เชียงราย (ศูนย์นเรนทร) ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน พื้นที่หมู่บ้านห้วยเคียน หมู่ 4 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จึงประสานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย สมาคมแสงธรรมสาธารณกุศล อ.แม่จัน อาสากู้ภัยสิงห์หนึ่ง ฯลฯ รุดไปตรวจสอบและระงับเหตุ

เมื่อไปถึงพบจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรขาขึ้นจะไปทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และพบรถยนต์รถยนต์เก๋งเป็นยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ 9กฒ-4169 ชนกับรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน ผต-8492 ซึ่งรถยนต์ระบะจำนวน 1 คัน สภาพหงายหลัง อยู่ในพงหญ้าข้างทาง ภายในรถและพงหญ้าโดยรอบพบศพผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยเร่งด่วน

ห่างไปด้านหน้าของรถยนต์กระบะพบรถยนต์เก๋งคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางในสภาพล้อรถแตกและ พบชายคนขับ 1 ราย จึงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำและเก็บหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์กระบะซึ่งมีคนขับและคนโดยสารไปด้วยรวมกันจำนวน 6 คน ได้ขับไปตามช่องทางปกติ แต่ปรากฎว่ารถยนต์เก๋งซึ่งขับตามหลังมาได้เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและพุ่งเข้าชนท้ายรถกระบะจนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง จากนั้นรถยนต์เก๋งก็เสียหลักแต่ไม่พลิกคว่ำไปจอดอยู่ด้านหน้าดังกล่าว

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 4 คน ทราบว่าชายทั้งหมดโดยมาจาก ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีษะเกษ เหมือนกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพบว่าเป็นหญิง อายุ 26 ปี ชาวหมู่บ้านศรีวิเชียร ต.ท่าสุด จ.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ปวดเข่า และสะโพกขวา และรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 20 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณคิ้ว แผลถลอกตามร่างกาย

Sticky post

สลด 2 เพื่อนสนิท พนักงานบริษัทประกันชื่อดัง รมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง

พนักงานบริษัทประกันชีวิตชื่อดังซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน จุดเตาถ่านรมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง ดับคู่ 2 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ส.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.อ.สุรชัย แก้วคำภา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งพบศพหญิงและชายรมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 7937 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านพักรับรองภายในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ภายในรถเก๋งพบร่าง นายฉัฎฐรัตนภัทร อายุ 31 ปีอ สภาพนั่งบนเบาะที่นั่งหลังด้านซ้าย ใส่เสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ และพบร่าง นางสาวธาริณี อายุ 30 ปีสภาพนั่งด้านคนขับ สวมเสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ  ที่บริเวณพื้นรถเบาะหน้าพบเตาถ่าน และ กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ที่มีการจุดไว้เหลือเพียงเถ้าถ่าน

เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง

โดย ญาติ เล่าว่า ผู้ตายทั้ง 2 คนทำงานอยู่ที่บริษัทประกันชีวิตชื่อดัง และเป็นเพื่อนสนิทกัน เล่าว่าติดต่อผู้ตายไม่ได้ เมื่อวานโทรไปที่บริษัทก็ทราบว่าออกมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว จึงได้พยายามเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วก็ขับรถมาตามสัญญาณมือถือ จึงพบว่ารมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับสาเหตุเนื่องจากผู้ตายเป็นคนคิดมากหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ป่วยเนื่องจากประสบอุบัติเหตุผ่าตัดสมอง แต่ไม่คิดว่าผู้ตายจะมาฆ่าตัวตายแบบนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

Sticky post

สลด ไฟไหม้บ้านคลอกหลาน 3 ขวบดับอนาถ ยายช่วยไม่ทันจู่ๆ เกิดตัวชา

สุดเศร้า เด็กน้อยวัย 3 ขวบถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง ขณะที่ยายพยายามจะเข้าไปช่วย อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชา สุดท้ายถูกไฟคลอกเจ็บสาหัส รวมทั้งญาติๆ บาดเจ็บ รวม 5 คน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 ส.ค.) ศูนย์วิทยุ สภ.เขาค้อ ได้รับแจ้งเหตุ มีเพลิงไหม้บ้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก 1 ราย และบาดเจ็บจากการถูกเปลวเพลิงไหม้ 5 ราย เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงได้ไหม้บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อต้องนำรถน้ำในการช่วยระงับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลาราว 20 นาที หลังเพลิงจึงสงบ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้ร่างจนเกรียม ทราบชื่อคือ เด็กหญิงใบเฟิร์น อายุ 3 ขวบ

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ จนเกิดบาดแผลตามร่างกาย อีก 5 ราย ทางอาสากู้ภัย ต้องเร่งทำการปฐมพยาบาล ผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ 

จากการสอบถาม นางบังเอิญ อายุ 50 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองเป็นยายของน้องใบเฟิร์น ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้าน อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ก่อนจะมีไฟลุกไหม้ อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

ส่วนตนพอตั้งสติได้ก็จะวิ่งเข้าไปอุ้มหลาน แต่อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชาคล้ายถูกไฟดูด จึงเข้าไปช่วยเหลือหลานสาวที่กำลังนอนหลับไม่ทัน จนเป็นเหตุให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนตนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ตามร่างกาย 

สาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร  หรืออาจจะมีแก๊สรั่ว ซึ่งต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

Sticky post

ผกก. แจงคลิป ดาบตำรวจ “ป่วยลมชัก” หลังชาวเน็ตเข้าใจผิดคิดว่าเมาแล้วขับ

ชาวเน็ตวิจารณ์คลิป ตำรวจขับรถเซเสียหลักล้ม ด้าน ผกก.แจง ไม่ได้เมาแต่ป่วย “โรคลมชัก” 

กรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะข้ามเลน ก่อนเสียหลักล้ม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าผู้ขับขี่รายนี้มีอาการมึนเมาหรือไม่ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่าเหตุดังกล่าว เกิดบนถนนราษฎร์บำรุง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

ล่าสุด (5 มิ.ย.63) พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก. สภ.รัตนบุรี ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวว่าผู้ที่ปรากฎในคลิป คือ ดาบตำรวจสมพงษ์ สาลีงาม เป็นผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่จราจร) สภ.รัตนบุรี
เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากโรคลมชักหน้าโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ผ่านมาดาบตำรวจสมพงษ์ มีประวัติรักษาตัว และกินยามาโดยตลอด แต่อาการมากำเริบขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงไม่สามารถควบคุมรถได้
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้ว แต่ไม่พบแต่อย่างใด

ขณะที่โรงพยาบาลได้ออกใบรับรองแพทย์ให้ จึงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้จะปรับเปลี่ยนการปฎิบัติงาน ให้ดาบตำรวจสมพงษ์ มาทำหน้าที่ด้านธุรการแทน

Sticky post

เปิดภาพวงจรปิด “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าแฟนหนุ่มหมกห้องพัก

กล้องวงจรปิดจับภาพ “น้องมายด์” สาวประเภทสอง หลังฆ่าโหดแฟนหนุ่มคาห้องพัก ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประชาสัมพันธ์ประกาศจับ

โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับห้องเช่าจุดเกิดเหตุภายในซอยโพธิสาร 1 ถ.โพธิสาร บ้านโนนทัน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดพบศพ นายมานพ หรือ เปี๊ยก อายุ 27 ปีพนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกูหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ถูก นายธันพิชา หรือ มายด์ อายุ 28 ปี ชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิตในห้องเช่าแล้วหลบหนีไป

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกวินาทีหลังเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 27 พ.ค.2563 บันทึกวินาทีผู้ต้องหาหอบหิ้วถุงดำ 2 ถุง มีกระเป๋าอีก 1 ใบ อยู่ที่ด้านหน้า คาดว่าจะมีหลักฐานเป็นผ้าเปื้อนเลือดภายในถุงดำนำไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะเดินลัดเลาะตามถนนหลบหนีไป ซึ่งมีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ประมาณ 4 จุด ที่พอจะเห็นเส้นทางหลบหนี

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้แต่พอจะทราบเส้นทางการหลบหนีแล้ว พร้อมกันนี้ทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ยังได้ประกาศหาเบาะแสของผู้ต้องหารายนี้ หากพลเมืองพบเห็นให้รีบแจ้งตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นทันที ซึ่งคาดว่ายังคงวนเวียนหลบหนีอยู่ไม่ไกล

ด้าน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งเบาะแสล่าสุดยังอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

โดยทางทีมชุดสืบสวน ทั้งสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้มีการประชุมวางแนวทางการสืบสวนร่วมกันทุกวัน พร้อมแบ่งทีมออกหาเบาะแสในทุกๆ มิติ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานหากได้ตัวผู้ต้องหามาก็จะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ในส่วนข้อหานั้นต้องรอให้ได้ตัวผู้ต้องหารายนี้มาสอบปากคำก่อน หากเข้าข่ายความผิดใดก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมเอาผิดในส่วนนั้นๆได้ แต่ในตอนนี้ขอเวลาให้ทางตำรวจได้ทำงานก่อน

Sticky post

งงในงง! สาวด่าหมาอย่าเห่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านจู่ๆ อารมณ์ขึ้น เอาขวดแก้วมาปาใส่

สาวด่าหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ว่าอย่าเสียงดัง ป้าเพื่อนบ้านที่มานั่งเมาท์กับยายในบ้าน อยู่ดีๆ โมโหหนัก กลับไปเอาขวดมาปาใส่

(29 พ.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท ที่หมู่บ้านภายใน ต.พิมลราช  อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี  จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ รุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นตวงข้ามโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ที่ลานจอดรถด้านหน้าบ้านพบ ขวดเบียร์แตกเกลื่อนพื้น พร้อมสิ่งของต่างๆ กระจายตามพื้น

น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน และ นางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ยายของเจ้าของบ้าน ได้ชี้จุดที่ผู้ก่อเหตุเข้ามาปาขวดที่น่าบ้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งได้มีการถ่ายคลิปภาพไว้เป็นหลักฐาน เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค.63 หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง

โดยภาพจากคลิปบันทึกเหตุการณ์หญิงสูงวัยสวมเสื้อยืดสีส้ม สวมกางเกงขาสั้นสีกากี ยืนตะโกนต่อว่าอยู่หน้ารั้วบ้าน โดยมียายยืนคอยห้ามอยู่ในรั้วบ้าน ป้าเสื้อส้มได้หยิบขวดสีเขียวขึ้นมาพยายามจะทุบกับรั้วบ้าน ยายได้ห้ามไว้แล้วพูดแก้ตัวว่าหลานเขาด่าสุนัข แต่ป้าเสื้อสีส้มยังคงยืนด่าอยู่ตลอด

จากการสอบถาม น.ส.สกุลตรา อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน  เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตน และนางนงเยาว์ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นยาย ได้นอนอยู่ในบ้าน และได้มีป้าก้อย (คนในหมู่บ้านเดียวกัน) ซึ่งรู้จักกับยาย โดยปกติป้าก้อยจะเข้ามานั่งพูดคุยกับคุณยายของตนในบ้านทุกวัน และจะเข้ามาขอข้าวหรือของกินต่างๆ ทุกวัน ซึ่งตนก็ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลเอาใว้ 1 ตัว แล้วสุนัขของตนได้เห่าเสียงดัง ตนจึงได้ดุสุนัขของตนว่าไม่ให้เห่าหนวกหู ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้ว่าใคร 

ต่อมาป้าก้อยที่เข้ามานั่งคุยกับคุณยายของตนก็ได้กลับออกจากบ้านไป ประมาณ 15 นาที่ได้  ป้าก้อยได้กับมาที่หน้าบ้านของตนอีกมาด่าคำหยาบคาย ต่างๆ นานา หาว่าตนด่าป้าก้อยพร้อมปาขวดเบียร์และสิ่งของต่างๆ เข้าไปในบ้านของตน ขวดเบียร์แตกกระจายเต็มพื้น อีกทั้งถือขวดเบียร์ขู่ทำท่าจะทุบรถเก๋งของตนที่จอดเอาไว้ที่หน้าบ้าน ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บางบัวทอง มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันผู้ก่อเหตุกลับมาสร้างความเสียหายอีก

Sticky post

ผัวเมียนอนกอดกันตายสยอง มีดคัตเตอร์ตกอยู่ 2 อัน ศพอืดจนไม่รู้เป็นอะไรตาย

เมื่อเวลา 18.00 น. (26 พ.ค.63) ร้อยตำรวจโทหญิงกฤตยาภรณ์ โสหนองบัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักหลังหนึ่’ตรงข้านโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อกุหลาบ ในชุมชนบ้านท่านคร ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ถึงรถออกตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยอโสก

ถึงจุดเกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ทางเข้าวัดบ้านท่านคร ประตูหน้าบ้านมี 2 ช่อง ฝั่งซ้ายพถูกล็อคจากด้านนอก ประตูฝั่งขวาล็อคจากด้านใน เจ้าหน้าที่จึงทำการสะเดาะแม่กุญแจออก ตรวจสอบภายในห้องนอน บริเวณชั้น 1 ของบ้านพบศพนายลิขิต อายุ 29 ปี ใกล้เคียงกันพบศพนางหนึ่งฤทัย อายุ 43 ปี

ในที่เกิดเหตุพบมีคัตเตอร์ 2 ด้ามสภาพพร้อมใช้ อยู่ริมประตูห้องนอน และตกอยู่ข้างมือขวาของฝ่ายชาย พบเตารีดไฟฟ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้พร้อมเปิดใช้งาน วางอยู่เหนือศีรษะของฝ่ายหญิง สภาพศพบวมอืดเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์เสพยาบ้าอยู่ในถังขยะ ข้างประตูหน้าบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภจว.ร้อยเอ็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ตรวจสอบเพื่อเก็บหลักฐาน พร้อมสอบสวนพยานแวดล้อม ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

จากการสอบถามนายสมฤทธ์ อายุ 52 ปี อาของนายลิขิต เล่าว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ตนก็ได้ยินเสียงผู้ตายทั้ง 2 ทะเลาะกันซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับชาวบ้านในละแวกนี้ ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร มาถึงช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค.) ตนจึงได้เดินไปดูที่บ้านพักของผู้ตาย ซึ่งก็พบว่าบ้านถูกปิดไว้ หลังจากนั้นตนเกิดสงสัยเนื่องจากว่าโทรศัพท์ไปหาทั้ง 2 คน ก็ไม่มีคนรับสาย จึงได้มาส่องดูที่กระจกจึงพบศพชาย หญิงทั้งสอง นอนกอดกันอยู่ จึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ส่วนปมในการก่อเหตุในครั้งนี้ ตนก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่นชัด รู้แต่เพียงว่า ผู้ตายทั้ง 2 ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งทราบว่าฝ่ายสามีอาชีพรับจ้างทั่วไปที่ร้านเนื้อย่างแห่งหนึ่ง โดยตกงานในช่วงโควิด-19 ส่วนภรรยาทำงานเป็นพนักงานบนรถทัวร์ ซึ่งก็ตกงานเช่นกัน ซึ่งตนคาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุในการลงมือฆ่าในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จำได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือแฝง ก่อนจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

Sticky post

รวบวิน จยย.รับจ๊อบส่งยาบ้า-ไอซ์ เดลิเวอรี่ อ้างหาเงินช่วงโควิด-19

ล่อซื้อและจับกุมวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคิวหน้าสถานีขนส่งหาดใหญ่ฉายา”นายหัวชาติ”รับจ้างส่งยาบ้าและยาไอซ์เดลิเวอรี่ในช่วงโควิด-19

นายคทาวุฒิ พิมพ์ศักดิ์ ปลัดอำเภองานป้องกันปราบปราม นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เจ้าพนักงาน ปปส. นำกำลัง อส.กองร้อย อส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ เข้าจับกุม นายสุชาติ หรือ “นายหัวชาติ” อายุ 50 ปี ได้คาวินจักรยานยนต์รับจ้างภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่แห่งที่1 พร้อมไอซ์ 1 กรัมที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง

จากการสอบสวนทราบว่า นายสุชาติ หรือที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเรียกกันว่า “นายหัวชาติ” ได้ลักลอบขายยาบ้าและไอซ์ให้กับวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวบริเวณสถานีขนส่งหาดใหญ่ข้างโรงงาน ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อไอซ์ จำนวน 1 กรัม ในราคา 800 บาท และนัดส่งของกันที่คิวมอเตอร์ไซค์ด้านหน้าสถานีขนส่ง อ.หาดใหญ่ และรวบตัวเอาไว้ได้

โดย นายสุชาติ ยังให้การว่า รับยาบ้าและไอซ์มาจากเอเย่นชื่อ “เจ๊น้อย” ซึ่งจะให้ตนไปรับยาบ้าตามจุดต่างๆที่เจ๊น้อยบอกแล้วนำไปส่งให้กับลูกค้าตามที่ลูกค้าต้องการ  เหมือนกับการส่งเดลิเวอรี่เพราะตนมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาด ลูกค้าจะไม่ออกมาซื้อตนจึงทำหน้าที่ตระเวนส่งให้กับลูกค้า

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งสภ.หาดใหญ่ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

เก๋งแก๊สหมด-ตำรวจช่วยลากไปปั๊ม สิบล้อลงเนินชนท้าย ทับแขนขาดสยอง

รถพ่วงพุ่งชนท้ายเก๋งแก๊สหมด รถตำรวจสายตรวจกำลังช่วยลากไปปั๊ม เคราะห์ร้ายทำคนนั่งท้ายร่วงกระเด็กตกพื้น เจอรถใหญ่แล่นเหยียบทับแขนขาดสยองซ้ำ

เมื่อคืนวานนี้ (11 พ.ย.) ร.ต.อ.ประเสริฐ กุลบุตรดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ถนนสาย 331 ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ฝั่งขาเข้า หมู่ 11 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหัวลาก 22 ล้อ จอดอยู่ริมถนนเลนซ้ายสุด โดยมีรอยเบรกเป็นทางยาว ด้านหน้ารถพังเสียหายหม้อน้ำแตก ส่วนที่ล้อหลังรถส่วนหัวลากฝั่งขวา พบคราบเลือดเป็นทางยาว ห่างจากรถบรรทุกหัวลากประมาณ 15 เมตรที่ร่องกลางถนน พบรถตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรว จสีเลือดหมู เป็นรถประจำสายตรวจ สภ.พนัสนิคม ถูกชนด้านท้ายรถพังเสียหายตกร่องกลางถนน เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดง

และที่เลนซ้ายสุดห่างจากรถบรรทุกประมาณ 30 เมตร ยังพบรถยนต์โตโยต้าอัลติส สภาพด้านหน้า และหลังถูกกะแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายทั้งคัน

จากการสอบถาม นายอาทิตย์ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์คันที่ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพิ่งเดินทางกลับมาจากทำบุญที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนั่งรถเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 7 คน ระหว่างเดินทางรถเกิดแก๊สหมด อยู่บริเวณใกล้เคียงสี่แยกเนินหิน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้ช่วยลากรถไปที่ปั๊ม เพื่อไปเติมแก๊ส

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาก็ให้การช่วยเหลือและให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถยนต์ ย้ายมานั่งที่ท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ก่อนจะเชื่อมต่อลากจูงรถและเปิดไฟสัญญาณขอทาง ก่อนจะขับไปตามถนน และเหลืออีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงปั๊มแก๊ส

แต่แล้วก็มีรถบรรทุกพ่วงที่ขับมาตามหลัง เป็นจังหวะทางลงเนินพอดี ทำให้รถบรรทุกพุ่งมาชนรถยนต์ และทำให้ตนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้พุ่งไปชนท้ายรถสายตรวจซ้ำ กระแทกเสียหลักและพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ในตอนนั้นภรรยาและลูกของตนก็อยู่ภายในรถกำลังให้นมลูกอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แต่เพื่อนๆ ที่ย้ายไปนั่งอยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจนั้น ถูกรถของตนชนกระแทก ทำให้ร่างตกกระบะลงมาที่พื้นกลางถนน และได้ถูกรถบรรทุกพ่วงขับตามหลังมา เหยียบทับเข้าที่แขนขวา ทำให้แขนขาดสยดสยอง

ขณะที่ นายนิวัฒน์ อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่าตนเพิ่งกลับมาจากส่งของที่จังหวัดมุกดาหาร กำลังมุ่งหน้าเข้าไปโกดังที่ย่านแหลมฉบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนเป็นทางเนิน เห็นรถอยู่ด้านหน้าส่ายไปสายมาไม่รู้จะไปทางไหนกันแน่ พยายามเบรกแต่ไม่ทัน จึงได้พุ่งชนท้ายเต็มแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตำรวจกระเด็นตกลงมาที่พื้น ถูกรถบรรทุกเหยียบแขนขาด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเรียกผู้ที่มีสวนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเต็มอีกครั้งที่สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

ส่องไลฟ์สไตล์ “เอ็ม” ฆ่าเศรษฐินี ก่อนโดนจับ ควักเงินสดซื้อรถป้ายแดง

เอ็ม มือฆ่าเศรษฐินียัดศพใส่ตู้เย็น กับไลฟ์สไตล์อู้ฟู่ ถอนเงินสดของเหยื่อพกติดตัวเอาไว้เป็นล้าน ก่อนจะใช้เงินมือเปิบวันละเป็นแสน ถอยรถป้ายแดงออกมาใช้หลบหนี

(31 ต.ค.) นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาหมายจับคดีฆาตกรรม นางวรรณี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ที่ถูกฆ่ายัดศพเอาไว้ในตู้เย็นใน จ.เชียงใหม่ กลายเป็นข่าวโด่งดังระดับประเทศ ก่อนที่ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอ็ม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

จากการเสาะหาข้อมูลช่วงก่อนหน้าที่ นายเอ็ม จะถูกจับกุมตัว พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทนั้น นายเอ็ม ยังได้เดินทางไป จ.นครปฐม จ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่ร้านขายรถจักรยานยนต์ใน ต.สนามจันทร์ โดยเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า นายเอ็ม ได้ติดต่อขอซื้อรถใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำการซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟอร์ซ่า พร้อมกับชำระเป็นเงินสด และค่าประกันต่างๆ รวมทั้งสิ้น 172,600 บาท

ทั้งนี้พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถคันเดียวกันกับที่นายเอ็มใช้ขับขี่ตอนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เป็นรถจักรยานยนต์ป้ายแดงคันใหม่ พร้อมกับเงินสดนับล้านบาทที่พกติดตัวเอาไว้ในกระเป๋า และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท โดยเชื่อว่าหลังจากที่ทำการซื้อรถคันดังกล่าวแล้ว นายเอ็มได้ขี่ออกมาจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ กระทั่งมาจนมุมถูกจับได้ที่ จ.นครสวรรค์ ตรงกับเบาะแสจากแหล่งข้อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับที่ระบุว่า นายเอ็มหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมตัว นายเอ็ม ได้ให้การสารภาพว่าทำไปเพราะอยากได้เงินนำไปใช้หนี้ แต่ยังไม่บอกว่าก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือมีคนอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ชุดจับกุมได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ก่อนคุมตัวนายเอ็มไปสอบสวนขยายผลและแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภาค 5 ในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.)

Sticky post

อีกแล้ว! หนุ่มขับรถมาดีๆ ผ่านจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า เจอน็อตยักษ์ตกใส่เต็มๆ

รถไฟฟ้า / เป็นอีกเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก kob boonrut เผยแพร่สภาพรถยนต์ที่ขับผ่านมายังย่านเจริญนคร หน้าห้างดัง ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีน็อตขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่รถแบบเต็มๆ

โดยผู้โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวไปธุระส่วนตัวที่ร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ในย่านเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ซึ่งเป็นจุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า จังหวะนั้นได้มีน็อตขนาดใหญ่หล่นใส่รถ ทำให้กระจกหน้ารถแตก และกระจกมองข้างได้รับความเสียหาย

ผู้โพสต์ยังเตือนภัยผู้ขับรถสัญจรผ่านมาบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวัง และฝากเตือนเจ้าของผู้รับผิดชอบก่อสร้างเพิ่มความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

Sticky post

คอหวยจับตา งูหลามใหญ่เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำจนตัวซีดนานกว่า 3 วัน

คอหวยจับตาเลขเด็ด งูหลามใหญ่ตกใจเสียงแบคโฮ เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำนานกว่า 3 วันจนตัวซีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไผ่  อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูขนาดใหญ่เลื้อยตกลงไปในบ่อน้ำลึก ซึ่งภายในมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยงูตัวดังกล่าวเริ่มมีสภาพอ่อนแรง ลำตัวเริ่มซีด คาดตกน้ำมาแล้วหลายวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ ให้จัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน

ที่เกิดเหตุ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์  พบบ่อน้ำบาดาลเก่า ทำด้วยวงท่อซีเมนต์ ฝังดินเรียงกันทั้งหมด 5 บ่อ โดย 4 บ่อแรกถูกดินถมจนเต็ม แต่บ่อสุดท้าย พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก้มมองลงไปในบ่อพบงูขนาดใหญ่ ลำตัวสีเหลือง สลับน้ำตาล-ดำ กำลังพยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาปากบ่อ แต่พอเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์จับ ก็รีบมุดน้ำหนีลงไปก้นบ่อทันที

โดยเจ้าหน้าที่เฝ้ารออยู่ปากบ่อนานเกือบครึ่งชั่วโมง งูตัวดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ลอยน้ำขึ้นมาให้จับสักที  จึงตัดสินใจหาตะขอเหล็กมัดใส่ปลายไม้ พยายามควานหาตัวที่ก้นบ่อ กระทั่งสามารถเกี่ยวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก่อนใช้อุปกรณ์จับได้สำเร็จ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหลามใหญ่ ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นางสมหมาย อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนได้ทำการซื้อขายที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งเคยเป็นโรงสีเก่ามาก่อน  โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนได้ว่าจ้างรถแบคโฮเข้ามาดำเนินการปรับที่ และรื้อโครงสร้างโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทปเก่า เพื่อปรับพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว

กระทั่งวันนี้ตนได้เดินสำรวจบริเวณสุดเขตแดนซึ่งอยู่ติดกับไร่อ้อย พบว่ามีบ่อบาดาลเก่า ซึ่งใช้เป็นบ่อพักน้ำของโรงสี โดย 1 ใน 5 บ่อ พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงชะโงกหน้ามองลงไปภายในบ่อ ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นงูหลามใหญ่ พยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาจากปากบ่อ

 แต่เนื่องจากระดับน้ำกับขอบบ่อ ห่างกันราว 1.50 เมตร ทำให้งูหลามไม่สามารถขึ้นมาได้ ประกอบกับ ตามลำตัวเริ่มมีสีซีด จากการแช่น้ำมาแล้วหลายวัน คาดว่าขณะที่แบคโฮเข้าทำการปรับที่และรื้อถอน งูหลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงสีเก่าตกใจเสียงรถแบคโฮ จึงเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนพลาดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล โชคดีที่ตนเดินมาเห็นเสียก่อน จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตาถึงเลขเด็ดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะเจ้างูเหลือมสามารถรอดชีวิตมาได้ แม้จะตกอยู่ในบ่อน้ำนานถึง 3 วัน

Sticky post

ครูหนุ่มติดเชื้อโรคร้าย หัวแตกไม่กล้าไปหาหมอ เครียดแขวนคอตายบนดาดฟ้าโรงเรียน

(22 ก.ย.62) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.จิราวัฒน์  อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตอยู่บนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งดัดแปลงเปิดเป็นสำนักงานโรงเรียนสอนหลักสูตรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่บนดาดฟ้าซึ่งมีการติดตั้งตาค่ายเหล็กล้อมเอาไว้ พบศพ นายณัฐพงศ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นครูสอนการดูแลเด็กเล็กอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพัก ชั้น 2 ของอาคารดังกล่าวใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองแขวนอยู่กับโครงเหล็กตาข่ายที่ล้อมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียนดังกล่าว

ที่บริเวณศีรษะด้านหน้าข้างซ้ายมีบาดแผลแตกมีคราบเลือดไหลออกมาติดอยู่ที่หลังใบหูข้างซ้าย แขวนคอเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีเทาใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ที่พื้นด้านล่างพบรองเท้าแตะสีดำของผู้ตายวางอยู่ ใกล้กันพบผ้าขนหนูเปื้อนเลือดสีขาววางกองอยู่พร้อมด้วย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป และขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรวางอยู่อีก 1 ขวด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ 

และจากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตายซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 ภายในกระเป๋าผ้าสีดำของผู้ตายได้พบกระปุกยาต้านเชื้อไวรัสของโรงพยาบาล อยู่ภายในจำนวน 5 กระปุก ที่ผู้ตายเพิ่งเดินทางไปรับยามาจากโรงพยาบาลดังกล่าว ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่พักอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายตนได้นำผ้าขึ้นไปตากบนชั้นดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตนกำลังตากผ้าและมองไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นร่างของผู้ตายใช้เชือกผูกคอแขวนกับโครงเหล็กร่างห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตนจึงได้รีบวิ่งลงมาและเข้าไปแจ้งคนที่สำนักงานดังกล่าวให้ขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำเรื่องขอย้ายสิทธิ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เนื่องจากการเดินทางไปมาไม่สะดวก และวันนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดและน่าจะเดินชนอะไรบางอย่างจนศีรษะแตกเลือดไหลออกมา แต่ไม่กล้าไปหาหมอเกรงว่าตนอื่นจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว จึงได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนที่จะใช้เชือกผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Sticky post

พายุฝนกระหน่ำเมืองนนท์ ฝ้าหลังคาห้างดังพังถล่มสุดระทึก น้ำรั่วไหลเป็นน้ำตก

(18 ก.ย.62) เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักลมพายุพัดแรง พบว่าหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและมีป้ายโฆษณาล้มกีดขวางถนน ต้นไม้โค่น รวมทั้งไฟดับหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด 

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Ws Ampper ได้เผยภาพภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกิดน้ำรั่วไหลลงมาจากหลังคา ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อฝ้าในจุดที่น้ำรั่วนั้นพังถล่มลง ชิ้นส่วนของเพดานได้ร่วงลงมาทับร้านขายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาลชั้นล่างสุด และทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาราวกับน้ำตก

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาที่ห้างยังเปิดให้บริการ ทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องรีบวิ่งหลบด้วยความตกใจกลัว หลังจากนั้นไฟฟ้าในห้างก็ได้ดับลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

Sticky post

พ่อร่ำไห้แทบขาดใจ พบศพลูกสาววัย 13 ปี จมน้ำอูนดับ หลังลงเล่นน้ำแล้วสูญหายข้ามคืน

ช่วงเที่ยงวันนี้ (9 กันยายน 2562) ร.ต.อ.สัตยา  คำวงศ์ษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม  รับแจ้งพบศพเด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิตในบึงน้ำหลังโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอนาหว้า เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เหล่าพัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมตตาธรรม จ.สกลนคร และ ปภ.เขต 7 สกลนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำอูน ซึ่งเป็นจุดที่ระดับน้ำลึกกว่า 3 เมตร และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทราบชื่อภายหลัง คือ  ด.ญ.เทวี  หรือน้องเบนซ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยหลังพบศพ พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ กอดร่างลูกสาว ร้องไห้แทบขาดใจ

โดยน้องเบนซ์ ชจมน้ำสูญหายบริเวณใกล้สะพานข้ามน้ำอูน บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม  ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งพบศพวันนี้ ตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขาสั้นสีแดง  เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตร ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(8 ก.ย. 2562) ซึ่งเป็นวันหยุด น้องเบนซ์ชวนเพื่อน 4 -5 คน ไปเล่นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำอูน  คาดว่าลงไปเล่นถึงจุดน้ำลึก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวพัดจมไปกับน้ำ เพื่อนไม่สามารถช่วยได้ทัน บวกกับผู้ตายว่ายน้ำไม่เก่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกน้ำพัดจมหาย  ก่อนเพื่อน ๆ จะไปแจ้งผู้ปกครองมาหาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยัง พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้หมั่นตรวจสอบดูแลบุตรหลานใกล้ชิดในช่วงนี้ ห้ามลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงอันตราย เนื่องจากช่วงนี้กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นช่วงน้ำไหลหลาก ควรห้ามบุตรหลานไปเล่นน้ำ ควรมีอุปกรณ์ชูชีพก่อนลงน้ำหรือออกหาปลา

Sticky post

คอหวยอดใจไม่ไหว ส่องทะเบียนรถกู้ชีพช่วยแม่คลอดลูกกลางทางที่ซอยลาดพร้าว 80

แม่คลอดลูกระหว่างทางในซอยลาดพร้าว 80 คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถกู้ชีพมาช่วยทำคลอด

(13 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเพชรเวชได้ช่วยหญิงคลอดบุตรระหว่างทาง ในซอยลาดพร้าว 80 ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า โดยทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งแม่และทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้โพสต์ภาพทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมภาพรถกู้ชีพ ทำเอาคอหวยต่างอดใจไม่อยู่ เข้ามาส่องทะเบียนรถหลังเอาไปซื้อหวย เพื่อลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้กันเป็นจำนวนมาก

Sticky post

สาวแม่ลูก 2 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ญาติวอนช่วย อ้างขโมยนมผง-อาหารเพื่อประทังชีวิต

(10 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไสว อายุ 57 ปี หญิงพิการ พร้อมด้วย น.ส.เบญจวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพลูกจ้างโรงแรมย่านเขาหลัก เข้าพบ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายสรรเพชร เพื่อขอความช่วยเหลือ คดี น.ส.เบญจมาศ อายุ 20 ปี หญิงสาวแม่ลูกสอง มีลูกชายอายุ 4 ขวบ และลูกสาวอายุ 1 ขวบ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ น.ส.เบญจมาศ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบริเวณหน้าร้านจำหน่าย เทปขุ่น สก๊อตเทป เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็น นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท ขนมคัพเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ที่วางอยู่บนชั้นสินค้าภายในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมาทางพนักงานของร้านได้เปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านทราบว่า น.ส.เบญจมาศ ได้ลักเอาสินค้าดังกล่าวหลบหนี เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.51 น. วันที่ 14 สิงหาคม และ เวลา 07.59 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 14.40 น.

โดยทาง นางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ ซุึ่งเป็นแม่และพี่สาว น.ส.เบญจมาศ  ได้ขอให้ทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา เข้าช่วย น.ส.เบญจมาศ ซึ่งให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำไป เนื่องจาก น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะซื้อของประทังชีวิต ลูกๆ จึงตัดสินใจ ขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของ น.ส.เบญจมาศ ทำงานกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของ น.ส.เบญจมาศ ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทาง ทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่และต้องการแม่เข้าดูแล

จากนั้นทาง นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายจิตอาสา นำนางไสว และ น.ส.เบญจวรรณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ และ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีเด็กที่ขาดแม่ดูแล โดยทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ประสาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ทาง น.ส.เบญจวรรณ พี่สาวได้เล่าให้ฟังว่า ทางสามีของ น.ส.เบญจมาศ ได้นำลูกคนเล็ก ไปเลี้ยงขณะทำงานก่อสร้าง โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษเป็นภาพที่อนาถใจมาก ส่วนลูกคนโตเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลของรัฐ ทราบว่าตอนนี้ทางครอบครัวของ น.ส.เบญจมาศ ไม่มีเงินที่จะดูแลครอบครัว ขาดอุปกรณ์การใช้ชีวิต ทั้ง ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหาร ดังนั้นเงินในการต่อสู้คดีจึงไม่มีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

โดย นายนันทศักดิ์ บุญนาค ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากที่มีญาติของ น.ส.เบญจมาศ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจในคดีลักทรัพย์ดังกล่าว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ได้ส่งหนังสือต่อ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เพื่อขอเร่งให้ทาง กองทุนยุติธรรมจังหวัดพังงา ให้ความช่วยเหลือ เงินประกันตัว ตามสิทธิ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเรื่องและจะเข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายให้ความช่วยเหลืออย่างใดต่อไป

Sticky post

คนพื้นที่รู้จักดี หนุ่มภาพดังนั่งอึลงท่อกลางเยาวราช ไม่ใช่คนจีนแต่เป็นเด็กพิเศษ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่ง โดยเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทนปวดท้องถ่ายหนักไม่ไหว จนถึงกับถอดกางเกงพร้อมนั่งยองๆ ถ่ายอุจจาระลงรูท่อกลางตลาดเยาวราช บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โดยไม่สนใจสายตากลุ่มเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกัน ซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินพลุกพล่าน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล

ล่าสุด (18 มิ.ย. 62) พนักงานเทศกิจเขตสัมพันธวงศ์ เเถวย่าน โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เป็นคนไทยอายุราว 16-17 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ คนในพื้นที่รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้จะมาที่ตลาดทุกวัน 

นอกจากนี้เด็กคนนี้ยังมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เทศกิจและคนในพื้นที่ต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ปัสสาวะบนท่อระบายน้ำ ยืนขวางรถเมล์ เดินไปเต้นข้างรถเมล์ 

Sticky post

วิจารณ์สนั่น! กู้ภัยจิตอาสาช่วยจับงู กลับถูกดำเนินคดีสัตว์คุ้มครอง ตำรวจอ้างขับหนีด่าน

11 มิ.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nick Chomngam ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจับงูที่เข้าบ้านเรือนประชาชน บริเวณ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โพสต์ข้อความเตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย โดยระบุว่า ตนตั้งใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคมจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับที่ บริเวร โรงงานผลิตกล่องกระดาษ มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เท่านั้น จุดพีคอยู่ตรงที่ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก แต่ไม่ทราบเพราะอะไร ทางตำรวจก็ไม่ได้ลงบันทึกให้

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋นกำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น แม้แต่ตนพยายามที่จะโทร. ไปอธิบายแต่ทางตำรวจก็ไม่รับฟังเหตุผลใดใด ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง

เบื้องต้น เห็นใจทั้งคู่ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม เพราะหากเป็นแบบนี้กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด

และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเลยแทบจะไม่มีใครทำกัน แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของตนแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ในโลกออนไลน์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ God Of War:Ascension ได้เผยแพร่ข้อความจากตำรวจนายหนึ่ง ที่ส่งเข้ามาขี้แจงข้อมูลอีกด้าน ระบุว่า กู้ภัยจิตอาสาทั้ง 2 คนขับรถหนีด่าน ตำรวจเห็นมีพิรุธจึงเข้าตรวจค้นจนพบงูดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ แต่ข้อมูลจากอีกฝ่ายเป็นแค่ด้านเดียวที่ทำให้ตำรวจเสียหายมาก

ล่า เขยหึงโหด ยิงดับเมีย-พ่อตา แม่ยายสาหัส ญาติแฉซ้อมภรรยาประจำ

ล่า เขยหึงโหด ยิงดับเมีย-พ่อตา แม่ยายสาหัส ญาติแฉซ้อมภรรยาประจำ

ตำรวจ สภ.ตะคร้อ ระดมกำลังไล่ล่า เขยหึงโหด ยิงไม่ยั้ง ปลิดชีพเมีย-พ่อตาเสียชีวิตคาบ้าน ส่วนแม่ยายเจ็บสาหัส แฉ ซ้อมภรรยาเป็นประจำ

จากกรณี นายจันทะวงษ์ แก้วคำ อายุ 47 ปี ก่อเหตุยิง นางมานพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ภรรยา และ นายทวย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี พ่อตา เสียชีวิตที่บ้านพักในพื้นที่ ม.2 บ้านวังกระโดนน้อย ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ก่อนจะยิง นางนิด พุทธรักษา อายุ 68 ปี แม่ยาย บาดเจ็บสาหัส แล้วขับรถหลบหนีไปหลังร้านค้าขายถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ก.ค.2564 ร.ต.อ.วิโรจน์ เกสุดา พนักงานสอบสวน สภ.ตะคร้อ อ.ไพศาลี ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และพยานบุคคลที่เชิญตัวมาสอบปากคำตลอดคืนที่ผ่านมา ในการยื่นต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อออกหมายจับตัวคนร้าย คือ นายจันทะวงษ์ แก้วคำ อายุ 47 ปีแล้ว ซึ่งคาดว่า น่าจะได้หมายจับภายในวันนี้

ส่วนการติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันไปเฝ้าตามจุดต่าง ๆ ทั้งบ้านเพื่อน และบ้านญาติ อีกทั้ง ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ไร่ของนายจันทะวงษ์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุไปประมาณ 10 กิโลเมตร และเป็นไร่ที่อยู่ใกล้กับป่าเขา โดยในแนวทางสืบสวนทราบว่า คนร้ายมีความชำนาญการเดินป่ามาก เนื่องจากเคยเข้าไปหาของป่าอยู่บ่อยครั้ง จึงคาดว่า น่าจะเป็นอีกสถานที่ที่นายจันทะวงษ์จะใช้หลบหนี แต่จนถึงขณะนี้ การติดตามไล่จับกุมตัวคนร้ายยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัวแต่อย่างใด

สำหรับชนวนเหตุที่นายจันทะวงษ์ใช้อาวุธปืนยิงภรรยา พ่อตาจนเสียชีวิต และยิงแม่ยายจนได้รับบาดเจ็บนั้น จากการสอบปากคำญาติพี่น้อง ต่างยังให้การไม่ชัดในเรื่องหึงหวง แต่ก็ได้ให้ข้อมูลว่า นายจันทะวงษ์มีประวัติติดยาเสพติดและมีอาการทางจิต ประกอบกับนายจันทะวงษ์มักจะดื่มเหล้าเป็นประจำทุกวันด้วย เมื่อเมาได้ที่ก็มักจะไปหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับภรรยาเป็นประจำ แต่ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อคืนนี้นายจันทะวงษ์จะก่อเหตุจนถึงขนาดใช้ปืนยิงล้างครัวกับแบบนี้

ทั้งนี้ ชาวบ้านรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า นายจันทะวงษ์และนางมานพอยู่กินฉันท์สามีภรรยามานานกว่า 20 ปีแล้ว มีลูกสาว 1 คน ซึ่งปัจจุบันไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็มีหลานสาวไว้ให้นายจันทะวงษ์และนางมานพเลี้ยงดู ส่วนที่ผ่านมา นายจันทะวงษ์ถือเป็นคนที่มีนิสัยอารมณ์ร้อน และยังมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดอยู่ อีกทั้ง ยังชอบดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำด้วย จึงส่งผลทำให้เวลาเมาได้ที่ทุกครั้ง ก็มักมาหาเรื่องซ้อมทำร้ายร่างกายนางมานพอยู่ตลอด

โดยเหตุการณ์เมื่อวานก็เช่นกัน ขณะที่นางมานพกำลังเลี้ยงหลานสาวอยู่ภายในบ้าน ก็ถูกนายจันทะวงษ์เข้ามาหาเรื่องทำร้ายภรรยา จนทำให้พ่อตาต้องรีบตะโกนห้ามปรามและต่อว่า จนเป็นชนวนเหตุทำให้นายจันทะวงษ์เกิดอาการคลุ้มคลั่งไม่พอใจ และหลังจากก่อเหตุสลด นายจันทะวงษ์ได้อุ้มหลานสาวของตนเองขึ้นรถจักรยานยนต์พาหลบหนีไปด้วย แต่ระหว่างทางเจ้าตัวเกิดเปลี่ยนใจเอาหลานไปฝากไว้ที่บ้านญาติรายหนึ่งก่อนจะขับรถหลบหนีไปทันที

เชียงใหม่จับนักดื่มกว่า 20 คน ฝ่าฝืนคำสั่งไม่สนโควิด-19

เชียงใหม่จับนักดื่มกว่า 20 คน ฝ่าฝืนคำสั่งไม่สนโควิด-19

ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.แม่ปิง เข้าจับกุมร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ติดกับร้านจำหน่าย กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก หลังได้รับการร้องเรียนว่า ลักลอบเปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยในร้านดังกล่าวพบกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน นั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมไปพร้อมกับเจ้าของร้าน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านและบริเวณต่อเนื่อง ก่อนคุมตัวทั้งหมดไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตร.เร่งหาเบาะแสคนร้าย บุกทำร้ายเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี จ.มุกดาหาร

ตร.เร่งหาเบาะแสคนร้าย บุกทำร้ายเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี จ.มุกดาหาร

ตามกันต่อกรณีคนร้ายบุกทำร้ายลูกสาวเจ้าของบ้านในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารใกล้ โรงงานผลิตถุงห่อผลไม้ ถุงห่อผลไม้ จนถึงขั้นสลบ ล่าสุดตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

จากกรณีที่แม่ของเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี ในพื้นที่บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังลูกสาวของเธอถูกคนร้ายเป็นผู้ชาย สวมหมวกแบบไอ้โม่ง งัดประตูบ้านบุกเข้ามาในบ้าน ขณะที่เธอกำลังเรียนออนไลน์ ในช่วงกลางวันแสก ๆ ก่อนจะตรงเข้ามากระชากผม และทำร้ายด้วยการใช้กำปั้นต่อยไปที่ท้อง ถึงขั้นสลบไปนานถึง 3 ชั่วโมง แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ หายไป กระทั่งลูกสาวฟื้น และโทรศัพท์เล่าให้แม่ฟัง กระทั่งมีการไปแจ้งความ และพาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ผลการตรวจเบื้องต้นไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ผลอย่างเป็นทางการต้องรออีกประมาณ 6 วัน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ไปบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งสอบปากคำผู้เสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อม และชาวบ้านใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่คนร้ายลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยทางครอบครัวผู้เสียหายสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเป็นอย่างดี เพราะรู้ว่าช่วงไหนที่มีหรือไม่มีคนอยู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจขอเวลาทำงานสักระยะ คาดว่าไม่นานน่าจะจับตัวคนร้ายได้ แต่ขณะนี้ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทางคดีใด ๆ

ด้านหญิงอายุ 60 ปี ยายของเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี ที่ถูกทำร้าย เปิดใจว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน หลังเกิดเหตุ ครอบครัวอยู่อย่างหวาดผวา ไม่กล้าปล่อยสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะหลานสาว อยู่บ้านเพียงลำพัง เพราะเกรงว่าคนร้ายจะหวนกลับมาลงมืออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจให้ความสำคัญกับคดีนี้ และได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบ รวมทั้งทางหมู่บ้าน ก็มีการจัดเวรยาม คอยเฝ้าระวังเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น และขอให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ในเร็ววัน

โจรหัวสูง หวังลักดูคาติ ดูลาดเลาอยู่หลายวัน สุดท้ายเอายามาฮ่า

โจรหัวสูง หวังลักดูคาติ ดูลาดเลาอยู่หลายวัน สุดท้ายเอายามาฮ่า

สืบบางรัก ตามรวบ 2 โจรคู่หู ไม่ทำงานทำการ พากันขี่จยย. ตระเวนหาลักรถ เจอดูคาติที่หมายปอง วนเวียนอยู่หลายวัน สุดท้ายเอายามาฮ่า เพราะจอดไม่ล็อกคอ

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2564 พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมาผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ สว.สส. พ.ต.ท.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ สว.สส. ร.ต.อ.ปิยะวุฒิ พลสงคราม รองสว.สส. และร.ต.อ.อำนาจ เต๊กอวยพร รองสว.สส.สน.บางรัก

ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.บางรัก จับกุมนายเอกชัย วรรณทิม หรือบัง อายุ 38 ปี
และนายถิรเดช กรีวิทย์ หรือนิว อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตระเวนลักรถจยย. พร้อมของกลางรถจยย. ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ทะเบียน 1ขว7361 กรุงเทพมหานคร จับกุมได้บริเวณโรงงานจำหน่ายแอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล กลางซอยภายในชุมชนวัดช่องลม แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 05.30 น. ตำรวจสน.บางรัก ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายขโมยรถจยย. ที่จอดไว้บริเวณลานจอดรถข้างร้านอาหาร ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ

จากนั้นฝ่ายสืบสวนจึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามนโยบายของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและการป้องกันอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ติดตั้งภายในพื้นที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดกรุงเทพฯ และกล้องวงจรปิดของภาคเอกชน

พบชาย 2 คน ใช้รถจยย. ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่มาก่อเหตุ โดยใช้วิธีถีบยันรถจยย. ของผู้เสียหายหลบหนีไปตามถ.นราธิวาส มุ่งหน้าพระราม 3 เข้าชุมชนวัดช่องลม โดยจากการสืบสวนจนทราบว่าหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายเอกชัย

ฝ่ายสืบสวนจึงได้ทำการจับกุมนายเอกชัย ได้ที่บริเวณด้านหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนสี่แยกบ้านแขก แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ก่อนขยายติดตามรถจยย. มาได้ ก่อนตามไปจับกุมนายถิรเดช ได้บริเวณกลางซอยภายในชุมชนวัดช่องลม แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

จากการสอบสวนนายเอกชัย ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับนายถิรเดช ก่อเหตุลักรถจยย. เนื่องจากไม่มีงานทำต้องการหาเงินมาใช้จ่าย จึงออกตระเวนขับขี่รถจยย. ไปตามถนนสายต่าง ๆ เพื่้อก่อเหตุ กระทั่งมาพบรถจยย. ดูคาติ จึงได้มาวนมาดูลาดเลาอยู่หลายวัน จนมาถึงวันเกิดเหตุ มาพบรถจยย. ของผู้เสียหาย ซึ่งไม่ได้ล็อกคอจึงตัดสินใจก่อเหตุลักรถจยย. คันดังกล่าวแทน

เมื่อตรวจสอบประวัติต้องโทษพบว่านายถิรเดช มีประวัติ คดีเสพยาเสพติด สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อปี 2554 และมีคดีจำหน่ายยาเสพติด สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อปี 2559 ส่วนนายเอกชัย มีประวัติ ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย สน.พญาไท เมื่อปี 2557 ทำร้ายร่างกาย สน.ร่มเกล้า 2 คดี เมื่อปี 2558 และครอบครองยาเสพติด สภ.พิบูลย์มังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อปี 2561

ไทยผลักดัน กลุ่มป่าแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียน มรดกโลก ได้สำเร็จ

ไทยผลักดัน กลุ่มป่าแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียน มรดกโลก ได้สำเร็จ

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เผยไทยขึ้นทะเบียน พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลก ได้สำเร็จ หลังพยายาม ผลักดันมาถึง 3 ครั้ง

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและโรงงานผลิตถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีว่าในปีนี้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ซึ่งนับเป็นความสำเร็จในการดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ เชิงอนุรักษ์ระดับโลก

นายวราวุธ กล่าวว่า กว่า 16 ปี ที่ประเทศไทยมุ่งมั่น ผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการนำเสนอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี 58 ปี 59 และปี 62 จนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี 64 นี้ ซึ่งเป็นการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล ระหว่างวันที่ 16 – 31 ก.ค. 64 โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า โดยพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานนั้น เป็นแหล่งมรดกโลก แห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย นับตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ. 2534 และกลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548

ซึ่งพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ (4,089 ตารางกิโลเมตร) มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่ มากกว่า 200 กิโลเมตร

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยในฐานะเจ้าของแหล่ง จะต้องปกป้องรักษาแหล่งที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้คงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ให้ลูกหลานต่อไป ซึ่งการที่พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศแล้ว

ยังทำให้คนในประเทศเกิดการตระหนัก รู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนทรัพยากรที่เรามีอยู่ด้วย โดยจะได้รับประโยชน์หลัก ๆ เช่น 1)ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาวิจัยในระดับสากล 2)ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้คงคุณค่าของแหล่ง เพื่อส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นต่อไป

ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น 3)ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน และ 4)สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนมรดกโลกได้

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมที่จะดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสมดุลในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน ยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้ง ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสอดคล้องกับกฎหมาย นโยบาย มติ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ่อค้ายาบ้าหลบเก่ง หาตัวนานนับชั่วโมง สุดท้ายหนีไม่รอด

พ่อค้ายาบ้าหลบเก่ง หาตัวนานนับชั่วโมง สุดท้ายหนีไม่รอด

ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช บุกตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใกล้ร้านจำหน่าย กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก ในตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา เมื่อไปถึงกลุ่มวัยรุ่นได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยหนีไปทางสวนทุเรียน 2 คน โดยสามารถจับกุมได้ 1 คน ส่วนอีกคนวิ่งไปทางหลังบ้านแล้วหายตัวไป เจ้าหน้าที่ต้องค้นหาอยู่นานนับชั่วโมง กว่าจะพบว่าไปหลบซ่อนอยู่ในโอ่งน้ำขนาดใหญ่

ตรวจค้นพบยาบ้า 44 เม็ด และไอซ์อีก 2 ถุง วางอยู่ก้นโอ่ง จึงจับกุมนำตัวส่งดำเนินคดี

วันฮารีรายอ เงียบเหงากว่าทุกปี ปัตตานีป่วยโควิดดับอีก 5 ยอดติดเชื้อยังพุ่ง

วันฮารีรายอ เงียบเหงากว่าทุกปี ปัตตานีป่วยโควิดดับอีก 5 ยอดติดเชื้อยังพุ่ง

วันฮารีรายอ เงียบเหงากว่าทุกปี ปัตตานีป่วยโควิดดับอีก 5 ยอดติดเชื้อยังพุ่ง ชาวบ้านเผย นี่คือความเศร้าที่ไม่เคยมีมาก่อน

วันที่ 21 ก.ค. 64 สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 297 คน ยอดผู้ป่วยสะสม 6,672 คน รักษาหาย 3,683 คน และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 5 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้เสียชีวิตมีมากถึง 74 รายแล้ว ขณะที่คณะแพทย์สาธารณสุขต้องจัดเตียงสนามที่มีอยู่ขณะนี้ 14 แห่งให้เพียงพอกับผู้ป่วยที่เพิ่มเข้ามาทุกวัน กำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สนาม จำนวนล่าสุด 2,196 ราย มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วขณะนี้ 78,964 คน และได้รับกล่องของขวัญ กล่องของชำร่วย

โดยวันฮารีรายอ หรืออีด อิดิ้ลอัดฮา วันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก โดยเฉพาะประชากร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีอยู่มากกว่า 80% ของพื้นที่ ในช่วงนี้ตามปกติแล้วจะมีกิจกรรมทางศาสนา ที่ปฏิบัติกันต่อเนื่องกันทุก ๆ ปี จะเป็นวันรวมตัวกัน ของลูกหลานที่อยู่ห่างไกลได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เป็นวันรวมญาติจะมีกิจกรรมหลาย ๆ

ต่อมา นายดือราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี ได้ออกประกาศให้ทุกคนทำตามที่ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกคำสั่งระเบียบข้อปฎิบัติไว้แล้ว ได้แก่ การปิดมัสยิดไม่ให้มีการละหมาดให้มีเพียงอิหม่าม คอเต็บ เพียง 3 ท่านทำการตักบีร เท่านั้น ให้ทุกคนละหมาดในบ้านกับครอบครัว ไม่ให้รวมตัวกันมากกว่า 5 คน การเชือดพลี ให้มีเจ้าหน้าที่ทำไม่มากกว่า 5 คน การจัดเลี้ยงที่บ้านไม่ให้รวมตัวกันมาก ให้ทุกคนตระหนัก และขอให้ทุกคนสวมแมสก์ ปฏิบัติตนตาม DHMTT อย่างเคร่งครัด

นายพันศักดิ์ คุ้มครองพันธ์ ชาวบ้านรายหนึ่งในเมืองปัตตานี กล่าวว่า ปีนี้แตกต่างจากเดิมมาก ปีนี้เงียบเหงา ปนเศร้า ผู้คน ไม่ออกมานอกบ้านเท่าที่ควร และทำกิจกรรมกันอยู่ในบ้าน เราอยู่ตรงนี้พอได้เฉลิมฉลองกันบ้าง แต่ปีนี้ ยังมีอีกหลายคน ทั้งผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ บุคลากรการแพทย์ อีกมากที่อยู่ในรพ.สนาม ยังไม่ได้ออกมาฉลองกัน ทุกคนฉลองวันฮารีรายอมีความสุข แต่บางคนต้องอยู่ภายในที่จำกัด และส่งความคิดถึงคุยกันทางออนไลน์ เท่านั้น นี่คือความเศร้าที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ

บุกจับนักพนันชนไก่กลางสวนปาล์มน้ํามัน แต่หลบหนีไปได้ จ.พัทลุง

บุกจับนักพนันชนไก่กลางสวนปาล์มน้ํามัน แต่หลบหนีไปได้ จ.พัทลุง

ทั้งที่เป็นช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แต่กลับมีคนบางกลุ่มไม่สนใจรวมตัวกันเล่นพนันชนไก่กลางสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดพัทลุง แต่อย่านึกว่าจะรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่

บุกจับนักพนันชนไก่กลางสวนปาล์มน้ํามัน แต่หลบหนีไปได้ จ.พัทลุง
ภาพขณะตำรวจ สภ.ควนขนุน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บุกจู่โจมตรวจสอบสวนปาล์น้ำมันของชาวบ้านในหมู่ 6 ตำบลควนขนุน แต่ปรากฏมีคนดูต้นทางตะโกนบอกให้นักพนันที่คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 คน พากันวิ่งหลบหนีไปได้แต่ตัว โดยจอดรถจักรยานยนต์ 7 คัน, รถยนต์อีก 6 คัน ทิ้งไว้บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบของกลางโต๊ะเก้าอี้, สังเวียน และไก่ชนตัวเป็น ๆ จำนวน 1 ตัว และซากไก่ตาย 2 ตัว จึงยึดไว้เป็นของกลาง โดยหลังจากนี้จะติดตามหาเจ้าของรถ เพื่อตามตัวมาสอบสวน หากพบกระทำความผิดร่วมกันเล่นพนันชนไก่จริงถึงจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

บุกค้นบ้านเป้าหมาย พบมั่วสุมเล่นพนันเย้ยโควิด-19 จ.ลพบุรี
อีกจุดในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกไปตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งอยู่ในฟาร์มเลี้ยงหมู เขตหมู่ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี บริเวณซอย ร้านจำหน่าน ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ โดยปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่าช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์มีคนจำนวนมากเข้าออกบ้านหลังนี้ โดยสงสัยว่าน่าจะลักลอบเล่นพนันชนไก่

เมื่อรถยนต์ของเจ้าหน้าที่แล่นเข้าไปบริเวณบ้านหลังเป้าหมาย รถยังไม่ทันจอด ปรากฏนักพนันประมาณ 20 คน ที่รวมกลุ่มอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านได้ไหวตัวพากันวิ่งหนีกระเจิงหายเข้าไปในป่าข้าวโพดด้านหลังบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ไล่ตามจับมาได้ 5 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ชายอายุ 56 ปี, อายุ 36 ปี, 31 ปี, อายุ 32 ปี และชายอายุ 24 ปี โดยชายอายุ 24 ปี เป็นคนหลังสุดที่เจ้าหน้าที่ตามไปจับกุมตัวมาได้ ซึ่งจากาการตรวจค้นในตัวพบได้พกห่อกัญชาไว้ด้วยจำนวน 1 ห่อ

ส่วนชายอายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน วิ่งหนีอย่างนักพนันคนอื่น ๆ ไม่ไหว ก็ทำทีเป็นดูแลไก่ชนที่เลี้ยงไว้ในซุม หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เป็นผล เพราะจากการตรวจที่ใต้ถุนบ้าน พบของกลางสำหรับไพ่, ผ้าปูรอง 1 ฝืน และเงินสดจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นจากการสอบปากคำทั้งเจ้าของบ้าน และนักพนันอีก 5 คน ที่จับกุมได้ ให้การรับสารภาพว่าเล่นพนันไพ่ป๊อกกันจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เล่นพนันชนไก่ ส่วนไก่ชน และสังเวียนที่พบบริเวณบ้านมีไว้ใช้ซ้อมเท่านั้น

แต่คำกล่าวอ้างฟังไม่ขึ้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชายอายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน และนักพนันอีก 5 คน พร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โคกตูม ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในลักษณะมั่วสุมก่อให้เกิดการระบาดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ชายอายุ 24 ปี ที่ตรวจค้นในตัวเจอพกกัญชามาด้วยถูกแจ้งความผิดเพิ่มเติมในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครอง

พยาบาลดูแลผู้ป่วยโควิด เครียดหนักเพิ่งคลอดลูก 3 เดือนบ้านไม่ได้กลับ จบชีวิตสลด

พยาบาลดูแลผู้ป่วยโควิด เครียดหนักเพิ่งคลอดลูก 3 เดือนบ้านไม่ได้กลับ จบชีวิตสลด

นครปฐม เกิดเหตุสลด กับเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลผู้ป่วยโควิด ตัดสินใจจบชีวิตเศร้า ญาติเผยปม มีอาการเครียด หลังคลอดลูก 3 เดือนไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องดูแลผู้ป่วยโควิด

เมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ร.ต.ท.พรศักดิ์ ดีดอม รองสารวัตรสอบสวน สภ. โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ. นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม

ในที่เกิดเหตุบริเวณข้างอาคาร ผู้ตายคือนางปวีณา สุกรีฑา เจ้าหน้าที่พยาบาลและพนักงานขายซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในโรงพยาบาล จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่านางปวีณา เป็นพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ภายในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ผู้พบเห็น เล่าว่า ขณะที่พบหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเดินวนไปวนมาบริเวณอาคารชั้น 4

เบื้องต้นสอบสวนครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการเครียด วิตกกังวล โดยงานที่ทำต้องดูแลผู้ป่วยและต้องอยู่กับผู้ป่วยติดเชื้อ ประกอบกับไม่ได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดราชบุรี เนื่องจากกลัวนำเชื้อไปติดลูกที่เพิ่งคลอดเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาและบุคคลในครอบครัว เบื้องต้นจึงนำศพผู้เสียชีวิตส่งไปที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เพื่อหาสาเหตุและตรวจหาเชื้อโควิด ต่อไป

ทั้งนี้ ภายในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น ทางเจ้าหน้าที่ ห้ามมิให้ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าโดยเด็ดขาด เนื่องจาก สถานการณ์โควิด 19 ในช่วงนี้ของเขตอำเภอสามพราน อยู่ในภาวะที่รุนแรงและเพิ่มยอดของจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดนครปฐมทุกวัน

รวบชายเมายาบ้า ทะเลาะเพื่อนบ้านชักปืนข่มขู่ จ.สุพรรณบุรี

รวบชายเมายาบ้า ทะเลาะเพื่อนบ้านชักปืนข่มขู่ จ.สุพรรณบุรี

ชายอายุ 38 ปี เมายาบ้า แล้วเกิดมีปากเสียงกับชาวบ้านถึงขั้นชักปืนออกมาข่มขู่ ชาวบ้านรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ต้องแจ้งนายอำเภอเข้าควบคุมตัว

ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนผ่าน นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ว่าชายอายุ 38 ปี หนุ่มเมายาบ้า ทะเลาะกับเพื่อนบ้านแล้วชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่จะยิงเพื่อนบ้าน จากนั้นฝ่ายความมั่นคงนำกำลังชุดปฏิบัติการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุใกล้กับร้านจำหน่าย ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้สังกะสี ตรวจค้นภายในบ้านไม่พบผู้ต้องสงสัย จึงไปสอบถามชาวบ้านใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านแจ้งว่า ชายอายุ 38 ปี ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในละแวกบ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบบริเวณพงหญ้า จนพบตัวว่าเขานอนหลบอยู่ จึงควบคุมตัวขึ้นมา

จากนั้นได้สอบถามชายอายุ 38 ปี ว่าปืนอยู่ไหน เจ้าตัวกลับบอกว่าไม่มี มีเพียงเครื่องมือช่างที่ใช้ถุงกอล์ฟสวมไว้ ทำทีว่าเป็นอาวุธปืนเท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจหาสารเสพติด พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง

จากการสอบถามชายอายุ 38 ปี ให้การว่า ตนเองเสพยาเสพติดมาหลายวันแล้ว ช่วงวันที่เกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านเพื่อนบ้าน แล้วได้ยินสียงตะโกนด่า จึงจอดรถแล้วถามว่าด่าใคร จึงมีปากเสียงกัน จากนั้นตนจึงทำทีไปหยิบอาวุธปืนที่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แล้วบอกว่าปากดี เดี๋ยวยิงเลย เพื่อข่มขู่ จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน จากนั้นก็ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมา ก็มั่นใจว่าเป็นเรื่องของตัวเองแน่นอน จึงหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวที่พงหญ้า