realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: ธันวาคม 2019

หนุ่มเชียงใหม่ซวย อ้างเบิกเงินธนาคาร เจอแบงก์ปลอมสอดไส้ แต่ตรวจสอบไม่ได้

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ โพสต์เล่าเหตุการณ์หลังไปเบิกเงินสดจากธนาคารแห่งหนึ่งข้างร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ ( 25 ธ.ค.) แต่ปรากฎว่า เมื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปฝากที่ตู้รับฝากอัตโนมัติของอีกธนาคารหนึ่ง กลับพบว่ามีธนบัตรปลอมปะปนมาหนึ่งใบ 

ล่าสุดหนุ่มพนักงานส่งอาหาร อายุ 27 ปี ที่เป็นผู้เสียหาย เล่ากับผู้สื่อข่าวว่า เวลาประมาณ 10.00 น. วานนี้ ( 25 ธ.ค.) ตนเองได้ไปเบิกเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ที่สาขาในตัวเมืองเชียงใหม่ จำนวน 9,000 บาท เพราะตั้งใจจะนำเงินดังกล่าว ย้ายไปฝากอีกธนาคารหนึ่ง โดยได้นำสมุดไปเบิกผ่านหน้าเคาน์เตอร์กับพนักงานตามปกติ หลังรับเงินเรียบร้อยแล้วก็ออกจากธนาคารแล้วไปทำงานต่อทันที

กระทั่งช่วงค่ำหลังเลิกงานเวลาประมาณ 21.00 น. ได้นำเงินที่เบิกมาจำนวน 9,000 บาท  เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 9 ใบ ไปฝากกับอีกธนาคารหนึ่งผ่านตู้อัตโนมัติ ในห้างแห่งหนึ่ง สาขาหางดง อ.หางดง แต่ปรากฎว่าตู้ได้คืนธนบัตรที่นำฝากกลับมา 1 ใบ จึงหยิบมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม เพราะไม่มีแถบสีเงินสะท้อนแสง แถมยังเป็นกระดาษที่ถ่ายเอกสารมา

หลังแน่ใจว่าเป็นธนบัตรปลอมรู้สึกตกใจมาก เพราะเป็นธนบัตรที่ได้มาจากธนาคาร จึงโพสต์เรื่องในเฟซบุ๊ก เพื่อขอคำแนะนำว่าต้องทำอย่างไร เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จนได้รับคำแนะนำให้กลับไปติดต่อธนาคารที่เบิกเงินมา

 ช่วงเช้าวันนี้ ( 25 ธ.ค.) ตนเองจึงนำธนบัตรปลอมที่ใส่ซองพลาสติกไว้กลับไปยังธนาคารเพื่อสอบถาม ได้รับคำยืนยันว่า ไม่ใช่ธนบัตรที่จ่ายออกจากระบบของธนาคารอย่างแน่นอน   เพราะธนาคารมีระบบตรวจสอบที่ได้มาตรฐานและรัดกุม  ตนเองจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ และไปติดต่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เพื่อขอคำแนะนำ

ผู้เสียหายรายนี้ บอกว่า  ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ของแบงก์ชาติ แจ้งว่า เรื่องนี้ตรวจสอบได้ค่อนข้างยาก  เพราะช่วงเวลาทิ้งห่างหลายชั่วโมง แต่หากต้องการเดินเรื่องเพื่อเรียกค่าเสียหายจากทางธนาคาร ก็อาจไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม หรือ ว่าจ้างทนายเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากและเสียเวลา  รวมทั้งเจตนาที่นำเรื่องไปโพสต์และไปแจ้งความ  เพราะต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น เนื่องจากทราบว่าการครอบครองแบงก์ปลอมมีความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตัวเองสะเพร่าเองที่ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบหลังรับเงินที่เบิกมา  แต่ส่วนหนึ่งเพราะมั่นใจในระบบของสถาบันการเงิน  ต่อไปจึงอยากให้สถาบันการเงินตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะอาจมีธนบัตรปลอมเล็ดลอดเข้ามาในระบบ  ขณะเดียวกันฝากถึงประชาชนทั่วไป หากไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคาร  ทั้งการเบิกหรือถอนเงิน  ก็ควรตรวจสอบให้รอบคอบทุกครั้งก่อนจะออกมาจากธนาคาร เพราะหากเจอกรณีเช่นเดียวกับตนเองจะแก้ไขได้ทัน

เมื่อถามว่า จะดำเนินคดีกับธนาคารหรือไม่ หนุ่มส่งอาหาร บอกว่า เรื่องคดีความคงจะไม่ดำเนินการใดๆต่อ  เพราะไม่อยากเสียเวลา

ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ ที่สาขาของธนาคารที่หนุ่มส่งอาหารรายนี้ไปเบิกเงิน ได้รับคำยืนยันว่า ธนาคารมีระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐานรัดกุม ธนบัตรที่รับหรือจ่ายให้ลูกค้า จะต้องตรวจนับโดยเจ้าหน้าที่ หรือเครื่องทุกครั้ง เพื่อให้ครบจำนวน และ ตรวจสอบด้วยว่าธนบัตรชำรุดเสียหาย หรือ เป็นธนบัตรปลอมหรือไม่ หากชำรุดมีรอยฉีกขาดก็จะไม่จ่ายให้กับลูกค้าอยู่แล้ว  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ให้บริการอยู่หน้าเคาเตอร์มีความชำนาญในการตรวจนับ และ คัดแยกธนบัตร หากเป็นธนบัตรปลอมก็จะรู้ได้ทันที 

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกค้ารายนี้ ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจนับธนบัตรต่อหน้าลูกค้าครบตามจำนวนทุกฉบับ และทุกฉบับมีแถบสีเงินสะท้อนแสง อย่างไรก็ตามหากลูกค้าได้ไปแจ้งความแล้ว ธนาคารก็พร้อมจะให้มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอน โดยจะรอให้ทางตำรวจส่งหนังสือแจ้งมายังธนาคารอีกครั้ง






อ้างโดนปืนจ่อก่อน! ปิดคดีหัวร้อนแบ๊กโฮขวางถนนรัว9นัดฆ่าเสี่ยวังกุ้ง หนุ่มย่องมอบตัว

จากรกณี นายบูรภัช พัชรพรนุกูล อายุ 36 ปี คนขับรถแบ๊กโฮของบริษัทผลิต เทปใส , เทปกาว ใช้อาวุธกระหน่ำยิง นายนครินทร์ หงษ์โต อายุ 41 ปี เจ้าของวังกุ้ง 9 นัดซ้อนจนเสียชีวิตคารถกระบะ กลางซอยชุมชนพัฒนา 1 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังมีปากเสียงกันเรื่องรถแบ๊กโฮขุดดินวางท่อระบายน้ำขวางทาง ทำให้รถผ่านไปได้ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจออกหมายจับนายบูรภัช พร้อมส่งชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว

ล่าสุดคดีนี้ วันที่ 19 ธ.ค. พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผกก.สภ.โคกขาม พ.ต.ท.สมชาย ขอค้า รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ทวีป เงินดี รองผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.สุรินทร์ ขุนพิทักษ์ รองสารวัตร(สอบสวน) เจ้าของคดี พร้อม ตำรวจกองปราบปราม นำตัวนายบูรภัช มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังย่องเงียบเข้ามอบตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แล้วถูกนำตัวไปสอบสวนนานเกือบ 4 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายบูรภัช รับสารภาพว่า สาเหตุเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากวันเกิดเหตุ ขณะกำลังใช้รถแบ๊กโฮทำงานขุดถนนวางท่อระบายน้ำอยู่นั้น ผู้ตายขับรถมาจอดด้านหลังบีบแตรใส่เพราะรถแบ๊กโฮขวางทาง แต่ตนไม่ได้ยินพอขยับรถหลีกทางให้รถกระบะขับผ่านไปได้ ผู้ตายก็ขับรถมาหยุดเทียบข้างแล้วตะโกนต่อว่า ก่อนที่จะขยับรถเดินหน้าไปอีกประมาณ 20 เมตรแล้วก็จอดอีก

แล้วผู้ตายก็กลับเข้าไปนั่งในรถไขกระจกประตู เบิ้ลเครื่องรถควันดำโขมง ผมเลยหันหลังแล้วหันกลับมาชักปืนที่พกไว้ข้างเอวรัวยิงใส่ 9 นัด แล้วหนีข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านฝั่งกัมพูชา ส่วนที่กลับใจขอเข้ามอบตัว เนื่องจากว่าทนถูกกดดันจับกุมไม่ไหว และรู้สึกสำนึกผิด คิดถึงครอบครัวไม่อยากให้ต้องเดือดร้อนทุกข์ใจอีก” 

ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว กลับไปสอบปากคำเพิ่มที่ สภ.โคกขาม ก่อนแจ้งข้อหาเตรียมนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรสาครในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ขณะที่ญาติใช้หลักทรัพย์ 5 แสนบาทยื่นประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาติ ให้ไปดำเนินการในชั้นศาลต่อไป