realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: มกราคม 2020

พี่เขยหื่น ลวงขืนใจน้องเมียวัย16 ป่วยพิการทางสมอง เผยทำหลายครั้ง-หลอกง่าย

วันที่ 29 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายวัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปีพนักงานโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่23/2563 ลงวันที่ 22 ม.ค.63

ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้โดยปราศจากเหตุอันสมควรฯ” ได้ที่บ้านกำโหม ม.3 ต.ตลิ่งชัน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 12 ธ.ค.2562 ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมอง พบว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ที่บ้านพัก จึงพากันออกตามหาแต่ก็ไม่พบตัว และได้นั่งรอจนลูกสาวกลับมาบ้านพักเอง เมื่อสอบถามว่าหายไปไหนมา จึงทราบความจริงว่า ลูกสาวถูกนายวัชรินทร์ซึ่งเป็นพี่เขยพาไปร่วมเพศมา และยิ่งตกใจเมื่อลูกบอกอีกว่า เคยถูกพี่เขยพาไปร่วมเพศมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อเดือนพ.ย.2560 และถูกกระทำติดต่อเรื่อยมา จนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธ.ค.2562

นอกจากนี้ ยังทราบด้วยว่า วิธีการที่ผู้ต้องหานำมาใช้ลวงเด็กผู้เสียหายก็คือ จะอาศัยความพิการทางสมองของด.ญ.เอ ที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องและถูกหลอกง่าย ผู้ต้องหาก็เลยพาไปร่วมเพศหลายครั้ง ทั้งในสวนยางพารา หรือบ้านร้าง เมื่อทราบความจริง จึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่สภ.ขนอม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาอยู่กับญาติที่อ.ท่าศาลา จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายวัชรินทร์ ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับน้องเมียจริง เพราะเห็นว่าเด็กหลอกง่าย และก็ไม่คิดว่าจะนำเรื่องไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง จนทำให้ถูกจับกุม จึงนำตัวส่งสภ.ขนอม ดำเนินคดีต่อไป


รวบแล้ว ‘เจริญ เทพวงศ์’ มือ ปล้นรถขนเงิน แซมโก้ 6.6 ล้าน พูดพิลึก ‘ดีใจที่โดนจับ’

ปล้นรถขนเงิน / เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 แถลงข่าวการจับกุมตัว นายเจริญ เทพวงศ์ ผู้ต้องหาคดีตามหมายจับหลายคดี โดยเฉพาะคดีปล้นรถขนเงิน

รวมทั้งคดียิงวัยรุ่นเสียชีวิตที่บริเวณสะพานใหม่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 และศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 277/2556 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง, คดีร่วมกันปล้นรถขนเงินของธนาคารกรุงไทย บริเวณหน้าโลตัสบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราออกหมายจับที่ 301/2557 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด,

คดีร่วมกันปล้นรถขนเงินของบริษัทแซมโก้ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส เอ็กซ์เพรส อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 344/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด และศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับที่ 112/2558 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2558 ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557

การจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.สืบสวน 2 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ภาณุวิทย์ เพชรแทน สว.กก.สืบสวน 2 สืบทราบมาว่า นายเจริญหลบหนีไปอาศัยอยู่ภายในศูนย์วิจัย และพัฒนาสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้นำกำลังตำรวจติดตามจับกุมตัวมาได้เมื่อเวลา 18.39 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายเจริญให้การรับสารภาพว่า โดยเฉพาะการปล้นรถขนเงินที่บริเวณหน้าโลตัสบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา ได้เงินไป 4 ล้านบาทเศษ แบ่งเงินให้นายสองและนายนุ คนละ 1 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 คนได้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนเงินที่เหลือ 2 ล้านบาทเศษ นายเจริญนำเงินไปใช้จ่ายจนหมดเกี่ยวกับการเล่นพนัน และหลบหนีการจับกุมของตำรวจ ส่วนคดีอาวุธปืนเคยครอบครองกว่า 20 กระบอก ขายหมดแล้ว เหลือติดตัวไว้ 2 กระบอก เพื่อพกติดตัวช่วงการหลบหนีตำรวจ

นายเจริญ กล่าวว่า ตนดีใจที่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ เพราะหากมีเหตุปล้นรถขนเงินอีกจะได้ไม่ต้องมาโทษตนเอง ทุกคดีที่มีหมายจับยอมรับสารภาพทั้งหมด เพราะจำนนด้วยหลักฐาน ส่วนการหลบหนีนานกว่า 6 ปีนั้น ยอมรับว่าเคยคลุกคลีกับตำรวจมานาน รู้นิสัยของตำรวจดี อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้คิดจะปล้นรถขนเงินหรือก่อเหตุอาชญากรรมก็มีตัวอย่างอยู่แล้ว ทุกรายถูกตำรวจจับกุมตัวได้หมด



สาวประเภทสอง เครียดเงินไม่พอใช้ ตัดสินใจจบชีวิตหลังวัดดังสมุทรสาคร

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ม.ค. ร.ต.อ.โยธิน เชื้อบุญมี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในป่าด้านหลังโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน (แคราย) ม.4 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นพ.ธนภัทร ตรองนิพันธ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และอาสาสมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุมีสภาพเป็นเนินดินสูงชันขึ้นลงลำบาก และมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งพบศพชายชาวเมียนมา สวมเสื้อแขนยาว คาดกระเป๋าสะพาย นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ผูกคอกับกิ่งไม้ ปลายเท้าสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ฟุต ร่างกายเขียวคล้ำเริ่มแข็งเกร็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 8-10 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่พื้นยังมีรองเท้ากับหมวกตกอยู่ 1 ใบด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำศพลงมาชันสูตรด้านล่าง เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด  ภายในตัวมีเงินสด 62 บาท และเอกสารประจำตัวทราบชื่อคือ นายโคเมียว อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นพนักงานของโรงงานผลิตน้ำจิ้มลูกชิ้นแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.กระทุ่มแบน

จากการสอบถาม น.ส.แก้ว สัญชาติเมียนมา เพื่อนที่พักอยู่ห้องเดียวกันกับผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้ตายมีลักษณะเป็นสาวประเภทสอง เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด โดยได้พักอาศัยและทำงานที่เดียวกันมานานถึง 8 ปีแล้ว ที่ผ่านมาผู้ตายไม่ค่อยได้คุยอะไรให้ฟังมากนัก และไม่เคยมีญาติพี่น้องมาหาที่ห้องพักเลย ตนรู้เพียงแค่ว่าผู้ตายมีญาติทำงานอยู่แถว ๆ จ.นครปฐม แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร

น.ส.แก้ว กล่าวต่อว่า ระยะหลังมานี้ ผู้ตายมักจะมีอาการเครียดและพูดให้ฟังเพียงแค่ว่ามีปัญหาเรื่องงาน แต่ก็ไม่บอกว่าเกี่ยวกับอะไร ซึ่งเพื่อน ๆ ที่นอนพักอยู่ห้องเดียวกันอีก 3 คน ก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นอะไร เดี๋ยวช่วย ๆ กันแก้ปัญหาไป ไม่ให้คิดมาก

“ทั้งนี้ คาดว่าอาจจะมาจากเรื่องเงินไม่พอใช้ เพราะทางโรงงานไม่ค่อยมีโอทีให้ทำแล้ว ซึ่งเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายหายออกไปจากห้องแล้วไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อน ๆ ก็เป็นห่วง แต่คิดว่าอาจจะไปหาญาติ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ตายจะหนีปัญหามาคิดสั้นด้วยการผูกคอตาย” น.ส.แก้ว กล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปชันสูตรยังโรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง พร้อมกันนี้ก็จะได้พยายามติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

พระยังขนลุก 6 งูหลาม รวมตัวที่วัด ก่อนถึงงานนัสการรอยพระพุทธบาท ชาวบ้านแห่ตีเลข

งูหลาม วันที่ 23 ม.ค. เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ได้รับการร้องขอให้ไปช่วยจับงู โรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ข้างวัดเขาวงพระจันทร์ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงนำอุปกรณ์จับงูพร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดไปให้การช่วยเหลือ

ที่วัดดังกล่าว มีพระลูกวัดพาเจ้าหน้าที่ไปยังห้องน้ำร้าง ซึ่งเป็นจุดที่พบงูเลื้อยเข้าไป เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่พบงู จึงเดินอ้อมไปยังบ่อซีเมนต์ที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมีความลึกกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เอาไปฉายส่องดู ก็พบงูหลามขนาดใหญ่หลายตัวนอนขดอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันจับงูขึ้นมาพบว่ามีน้ำตัวละ 30 กิโลกรัม ยาว 2 เมตร โดยพบว่ามีอยู่ถึง 6 ตัว ก่อนจับใส่กระสอบ เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

สำหรับสถานที่ดังกล่าวเป็นจุดที่ทางวัดได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอพระธุดงค์จากทั่วสารทิศที่จะมาปักกลด ร่วมในงานเทศกาลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งทุกปีจะมีพระมากกว่า 100 องค์ ร่วมมุทิตาจิตในงานเทศกาลมนัสการรอยพระพุทธบาท ในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค.ที่จะถึงนี้

กระทั่งวันนี้พระลูกวัดเขาวงพระจันทร์ ทหารจากหลายหน่วยงาน ชาวบ้าน ได้ร่วมกันจัดสถานที่ทำความสะอาดเพื่อรอรับพระธุดงค์และนักท่องเที่ยว ปรากฎว่าพระลูกวัดพบเห็นงูหลามขนาดใหญ่ 1 ตัว เลื้อยเข้าไปในประตูห้องน้ำร้างแล้วหายตัวไป จึงได้แจ้งกู้ภัยให้มาช่วยจับ เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับพระธุดงค์ที่เริ่มทยอยเดินทางมาเพื่อปักกลดบริเวณพื้นที่ตรงนี้

และยังเชื่อว่างูเหล่านี้มาเพื่อสักการะและนมัสการรอยพระพุทธบาท และอาจจะมีลูกน้อยและออกไข่เพื่อรอฟัก โดยมีการเปลี่ยนสถานที่ปักกลดของพระ เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของงูเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ดี อาจจะมาให้โชค และชาวบ้านต่างโจษขานว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่งูหลามขนาดใหญ่ 6 ตัวมาอยู่รวมกัน ต่างสอบถามประวัติความเป็นมาจากเจ้าอาวาส ซึ่งวัดมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2460 รวมแล้ว 103 ปี และมาพบงูหลามใหญ่ 6 ตัว ต่างไปหาซื้อเลข 60, 06, 460 และ 103 จนเกลี้ยงแผงในพื้นที่ อ.โคกสำโรง

สาวร่ำไห้ กอดศพลูกวัย6เดือน ไม่ยอมบอกจนท.ตายเพราะอะไร ผงะพบรอยเลือดในห้อง

วันที่ 21 ม.ค. ร.ต.ท.พนานพงษ์ เดชอุดม รองสารวัตรสอบสวน สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งอุ้มร่างลูกน้อยที่เสียชีวิต มานั่งร้องไห้อยู่ริมถนนหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ภายในซอยลมโชย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซียอำเภอสะเดา จ.สงขลา

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.พุทธชาด วามะชาติ อายุ 28 ปี เป็นชาว ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลาอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน นั่งกอดศพลูกสาวอายุ 6 เดือนกว่า ซึ่งคลอดเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 62 ศพลูกสาวตัวเริ่มเขียว ที่ตามีรอยช้ำและเลือดซึมออกมา และน่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน

จากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด ไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ตำรวจจึงได้พาทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง ว่ามาจากสาเหตุใด เพราะจากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด ไม่ยอมบอกว่าลูกตายเพราะอะไร

เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นที่ห้องพักชั้น 2 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับที่อุ้มศพลูกมาร้องไห้อยู่ พบผ้าอ้อมที่มีรอยเลือดติดอยู่วางไว้บนเบาะที่นอน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะสอบปากคำ น.ส.พุทธชาด อีกครั้งหนึ่งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว พร้อมกับรอผลการชันสูตรของแพทย์ว่ามาจากสาเหตุใด โดย น.ส.พุทธชาด ร้องไห้ไม่ยอมพูดหรือบอกอะไร ขณะนี้จึงไม่สามารถบอกถึงสาเหตุของการตายได้

จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุบอกว่า น.ส.พุทธชาด มีแฟนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันและเช่าห้องอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีอาชีพที่แน่นอน พักหลังทะเลาะกันบ่อย และมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง กระทั่งขณะเกิดเหตุเห็นแม่อุ้มลูกสาวลงมาจากห้องทีแรกก็นึกว่าลูกหลับแต่เมื่อเห็นแม่นั่งร้องไห้พอเข้าไปดูก็พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว

เปิดใจกู้ภัย อุปสรรคงมหากระดูก เหยื่อ ไอ้ไอซ์ เจอแล้ว 288 ชิ้น เผยเหตุไม่เจอชิ้นใหญ่

ไอ้ไอซ์ จากกรณีตำรวจจับกุม นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี ที่บ้านในซอยเพชรเกษม 47 แขวงและเขตบางแค กทม. กระทั่งไปพบศพ น.ส.กิ๊ก อายุ 22 ปี ถูกฝังดินไว้ข้างบ้าน โดย นายอภิชัย สารภาพว่านำตัว น.ส.กิ๊ก ขังในหีบเหล็กกระทั่งเสียชีวิตแล้วนำไปฝังดิน จากนั้นตำรวจได้ให้นักประดาน้ำลงค้นในสระใกล้บ้านหลังโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน หลังมีพยานยืนยันว่า นายอภิชัย เอาศพไปฆ่าถ่วงน้ำ ซึ่งก็พบโครงกระดูกผู้หญิงอีกหลายชิ้น และคาดจะมีศพถูกถ่วงน้ำถึง 2 ราย ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เจอกระดูกในสระ 192 ชิ้น เชื่อมีไม่ต่ำกว่า 3 ศพ เหยื่อ ไอ้ไอซ์ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ม.ค. นายอนุสรณ์ พงษ์เกษา หัวหน้าชุดที่ 1 เฉพาะกิจ บก.น.ธน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รหัส ฉก.ธน 10 และนายโกวิท พูลศิลป์ กู้ภัยทางน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันเปิดเผยข้อสรุปในการปฎิบัติหน้าที่หลังใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยกันระดมงมหาชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) ซึ่งจากการตรวจค้นพบกระดูกมนุษย์รวมทั้งสิ้น 288 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นซี่โครงด้านหน้า สะโพก และข้อเข่า ซึ่งเป็นชิ้นเล็กๆ โดยส่วนที่ทางแพทย์ยืนยันแล้วเกือบทั้งหมดเป็นกระดูกมนุษย์ เหลือเพียงแค่ประมาณ 5-6 ชิ้น ที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องนำไปที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ศิริราช เพื่อพิสูจน์หาความชัดเจน นอกจากนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าในวันพรุ่งนี้จะต้องระดมพล งมหากันอีกหรือไม่ต้องรอคำสั่งเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง

ด้าน นายโกวิท เปิดเผยว่า สำหรับปฎิบัติหน้าที่ในวันนี้เป็นการปูพรมแบ่งเป็นหน้ากระดานซึ่งต้องใช้เชือกขึงใต้น้ำ โดยแบ่งเป็นชุดชุดละ 4 นาย ซึ่งภารกิจที่ได้รับคำสั่งนั้นให้มาค้นกล่องเหล็กแต่ไม่พบ เจอเพียงแค่โครงกระดูกตามจำนวนดังกล่าว ส่วนอุปสรรคในวันนี้จะมีอยู่ที่ด้านริมๆ ที่จะต้องแยกว่าเป็นเศษกระดูกหรือเศษไม้และพวกขยะเป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนที่ไม่พบกระดูกชิ้นใหญ่ๆ นั้น สืบเนื่องจากอยู่ในน้ำเป็นเวลานานอาจเกิดการผุกร่อน หรือมีวัตถุขนาดใหญ่ทับลงไปจนเกิดการแตกหัก ทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการยืนยันจากทางเจ้าหน้าที่ต่อไป

สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระดูกมนุษย์ เมื่อแรกคลอดทารกมีกระดูกทั้งหมดประมาณ 350 ชิ้น หลังจากนั้นจะเริ่มมีการเชื่อมติดกันของกระดูกบางชิ้น จนกระทั่งเมื่อเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ร่างกายมนุษย์จะมีกระดูกรวมกันทั้งสิ้น 206 ชิ้น ในบรรดากระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น พบว่าเป็นส่วนกะโหลกศีรษะ 21 ชิ้น (รวมกระดูกขากรรไกรบนด้วย) กระดูกฆ้อน-ทั่ง-โกลนในหูชั้นกลางสองข้างรวม 6 ชิ้น กระดูกขากรรไกรล่าง 1 ชิ้น กระดูกไฮออยด์อยู่ทางด้านหน้าของคอ 1 ชิ้นกระดูกสันหลังตลอดทั้งแนวรวมทั้งสิ้น 26 ชิ้น กระดูกซี่โครงสองข้างรวมกัน 24 ชิ้น กระดูกอก 1 ชิ้น กระดูกของทั้งสองแขนรวมกัน 64 ชิ้นและกระดูกของทั้งสองขารวมกัน 62 ชิ้น

ใครยุ่งกับแฟนกูตาย! หนุ่มประกาศก้องแค้นสาวหนี คิดว่าเพื่อนตีท้ายครัวบุกยิงหัวดับดิ้น

วันที่ 13 ม.ค. ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ก๋าเขียว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านพักข้างโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงประสานแพทย์ร.พ.ชัยบาดาล ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภ.จว.ลพบุรี แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรรมสงเคราะห์ลำนารายณ์ พ้งไล้(16) และหน่วยกู้ภัยมูลนิธพุทไธสวรรย์ลพบุรี

ที่เกิดเหตุบนแคร่ไม้ หน้าบ้านพบศพนายอนุรักษ์ อายุ 34 ปี นอนหงายมีบาดแผลกระสุนปืนยิงเข้าศีรษะซ้าย มันสมองกระจาย ขวดสุรา อาหาร ถ้วยชามตกแตกกระจัดกระจายเกลื่อน ห่างออกไป 300 เมตร พบร่างนายวัชรพงษ์ อายุ 37 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะนอนหายใจรวยรินอยู่ริมถนน ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กด 9163 ลพบุรี ล้มคว่ำอยู่ พร้อมอาวุธปืนขนาด.38 เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วนำผู้บาดเจ็บส่งร.พ.ชัยบาดาล

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายตั้งวงดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆ นายวัชรพงษ์ ได้เข้ามาร่วมวงดื่มสุราด้วย แต่จู่ๆนายวัชรพงษ์ ลุกขึ้นยืนชักอาวุธปืนจ่อยิงศีรษะผู้ตายเสียชีวิตทันที ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆลุกขึ้นวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศละทาง ก่อนที่นายวัชรพงษ์จะใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงที่หัวตัวเองเลือดไหลท่วมตัว ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปล้มหมดสติอยู่ริมถนน

“ส่วนชนวนเหตุมีพยานระบุว่า น่าจะเกิดจากความหึงหวง ที่แฟนสาวของนายวัชรพงษ์ หนีออกจากบ้านไปเนื่องจากทนความหึงหวงและชอบลงมือทำร้ายร่างกายไม่ไหว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายวัชรพงษ์ได้นำภาพแฟนสาวลงในเฟซบุ๊ก “ระบุว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของตัวเอง หากใครช่วยเหลือ ซุกซ่อน ผู้หญิงของตนไว้ หรือนำไปเป็นเมีย ถือเป็นการหยามคนถ้ารู้จะฆ่าให้ตาย” ต่อมานายวัชรพงษ์รู้ว่า แฟนสาวตัวเองแวะเวียนมาที่บ้านผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อนรักจึงพกความแค้นเข้ามาใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต โดยยังไม่ได้มีการสอบถามเรื่องราว”

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตร พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย หากนายวัชรพงษ์ อาการปลอดภัยรักษาตัวจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จะได้รับตัวมาสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีต่อไป

อย่าห้าวกับพี่! เจ้าดำ ลิงจ่าฝูงถึงขั้นพกปืนคุมลูกน้อง ชาวบ้านแจ้ง ตร. ตะลึงของจริง!

ลิงพกปืน วันที่ 9 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีลิงถือปืนอยู่บนต้นไม้ เกรงได้รับอันตราย บริเวณถนนรอบเขาสามมุก จุดหลังขายอาหารลิงติดกับร้านจำหน่าย เทปใส,เทปกาว เทศบาลเมืองแสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่พบลิงแสม ซึ่งชาวบ้านละแวกดังกล่าวเรียกว่า “เจ้าดำ สามมุก” ลิงจ่าฝูงสุดในละแวกดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านรู้จักเป็นอย่างดี เป็นจ่าฝูงคอยคุมฝูงลิงบริวารอยู่บริเวณร้านขายอาหารลิง กำลังปีนป่ายต้นไม้ ในมือมีผ้าสีดำเอาไว้แน่น ชาวบ้านพยายามที่จะเรียกขอถุงผ้าที่อยู่ในมือ แต่เจ้าดำก็ไม่ยอมให้ ทั้งยังพยายามปีนต้นไม้หนี ซึ่งชาวบ้านกลัวว่าเจ้าดำจะหนีขึ้นไปบนเขา จึงใช้หนังสติ๊กยิง แต่ไม่ถูก ด้วยความตกใจเจ้าดำจึงทำถุงดำในมือหล่นพื้น แต่เจ้าดำก็ยังห่วงถุงของตัวเอง ได้ปีนลงจากต้นไม้จะมาเก็บ ชาวบ้านพยายามไล่จนเจ้าดำวิ่งหนีไปในป่า

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านก็เข้าไปดูถุงดำ และเปิดดูข้างในปรากฏว่าเป็นอาวุธปืนขนาด .38 บรรจุลูกกระสุนภายในลำกล้อง 1 นัด สภาพยังใช้การได้ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำเอาไปโรงพัก เพื่อตรวจสอบหาอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของใคร มาจากไหน

จากการสอบถาม นายสายชล ศิลปะจาร อายุ 53 ปี พ่อค้าขายอาหารลิงที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุเล่าว่า ช่วงกำลังนั่งขายอาหารลิงให้นักท่องเที่ยวอยู่ ก็ได้เห็นเจ้าดำ ซึ่งเป็นลิงจ่าฝูงกำลังปีนต้นไม้อยู่ แต่ผิดสังเกตในมือมีถุงผ้าสีดำ ซึ่งปกติไม่เคยเห็นเจ้าดำถือ แต่วันนี้เห็นจึงกลัวว่าเจ้าดำไปเก็บเอาวัตถุอันตราย หรือระเบิดมาจากไหนมาเล่น แล้วระเบิดขึ้นมาก็จะได้รับอันตราย จึงพยายามที่จะเรียกขอ แต่เจ้าดำก็ไม่ยอมให้ จึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข มาและใช้หนังสติ๊กยิงจนถุงล่วงลงมาเปิดดูปรากฏว่าเป็นอาวุธปืนสั้น

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว เพื่อหาเจ้าของ ซึ่งคาดว่า ลิงอาจจะแอบเข้าไปในบ้านของชาวบ้าน แล้วแอบขโมยออกมาเล่น หรืออาจะมีคนเอาอาวุธปืนมาทิ้งในรอบเขาสามมุก ทำให้ลิงเห็น จึงหยิบมาเล่นดังกล่าว

พ่อแม่ใจสลาย ด.ญ.7 ขวบ จมน้ำดับ ยืนกอดศพลูกร่ำไห้ ซ้ำรอยเดิมเมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้ว

จมน้ำดับ วันที่ 5 ม.ค. ร.ต.อ.ญาณพล ทับทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิต ภายในคลองแพ้วเหนือ หมู่ 1 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นพ.อธิไชยย์ สุภโอภาส แพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุเป็นคลองสาธารณะ กว้างประมาณ 5 เมตร น้ำลึกราวๆ 2 เมตร ตรงศาลาที่นั่งพักริมฝั่งคลองใกล้กับโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว พบศพ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ปี นอนแน่นิ่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อน โดยมี นายอาทิตย์ กรินสูงเนิน อายุ 27 ปี เป็นพ่อของเด็ก กับ น.ส.น้ำค้าง โพทัพ อายุ 28 ปี แม่ของเด็กนั่งกอดกันร้องไห้อยู่กับพื้นดิน ในสภาพหมดแรงทั้งกายและใจ ส่วนศพของเด็กนั้นจากการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดทั้งสิ้น คาดเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ

จากการสอบถามทราบว่า ด.ญ.เอ พักอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ที่ห้องเช่าห่างจากคลองไปประมาณ 300 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุพ่อกับแม่ของ ด.ญ.เอ ออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดเพื่อจะกลับมาทำกินในวันหยุดงาน แต่เมื่อกลับมาถึงก็พบว่าลูกสาวจมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว โดยมีชาวบ้านช่วยกันงมร่างไร้วิญญาณของลูกสาวมาวางไว้บนเก้าอี้ม้าหินอ่อน ขณะที่เด็กคนหนึ่งเล่าว่า ด.ญ.เอ ได้เดินมานั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำกับเพื่อนในวัยเดียวกันอีกคนหนึ่ง จากนั้น ด.ญ.เอ ก็ลงไปเล่นน้ำในคลองทั้งๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น โดยใช้วิธีการเกาะขั้นบันไดว่ายน้ำเล่น แต่มือเกิดพลัดหลุดทำให้จมน้ำเสียชีวิต ส่วนเพื่อนอีกคนไม่ได้ลงไปด้วยจึงได้ตะโกนเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย

ด้าน นายตาน แทต สัญชาติเมียนมา หนึ่งในสามพลเมืองดีที่ลงไปช่วยกันงมค้นหาร่างของ ด.ญ.เอ เล่าว่า ที่เกิดเหตุมีเด็กอีกคนมานั่งเล่นศาลาริมน้ำด้วยกันกับเด็กที่เสียชีวิต โดยเป็นคนตะโกนขอให้ใครก็ได้มาช่วยเพื่อนที่พลัดจมน้ำ พอตนและเพื่อนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาแล้วลงไปงมค้นหานานเกือบ 10 นาที ก็พบร่างของเด็กอยู่ไม่ห่างจากริมตลิ่งมากนักและตรงกับต้นขนุนริมคลองที่ชาวบ้านเอาผ้าสามสีมาผูก จุดธูปบูชาดอกไม้เพราะเชื่อกันว่าเป็นต้นขนุนให้โชคให้ลาภแก่คนในบริเวณดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางคนก็เล่าให้ฟังด้วยว่า คลองนี้เคยมีคนจมน้ำเสียชีวิตเมื่อราวๆ เกือบ 1 ปีมาแล้ว โดยห่างจากจุดที่เด็กหญิงจมน้ำออกไปประมาณ 200 เมตร ถ้าตามความเชื่อของคนโบราณ ก็เชื่อกันว่าเป็นตัวตายตัวแทนกันนั่นเอง

หนุ่มเบญจเพส ถูกแทงตายในวันเกิด แม่ช้ำเสียเสาหลัก ต้องตั้งศพไว้ลานหน้าบ้าน

ถูกแทงตายในวันเกิด วันที่ 1 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ที่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 9 บ้านนาแต้ ต.นาแต้ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ หลังเกิดเหตุหนุ่มวัย 23 ปี ใช้มีดแทงหนุ่มวัย 25 ปี เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน เสียชีวิตกลางวงเหล้าในงานฉลองวันเกิดของตัวเอง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา

โดยพบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านข้างฝั่งทิศใต้ของบ้านมีการต่อเติมทำเป็นร้านจำหน่ายของชำขนาดเล็ก ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณแคร่ไม้ฝั่งตรงข้ามหน้าร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค จากการสอบถาม นายนารส โพิธิพันพันธ์ อายุ 66 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ และ นางตุ๊ แสงแก้ว อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน ทราบว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.00 น. นายธีรพงษ์ บุญกัณฑ์ อายุ 25 ปี ผู้ตายพร้อมเพื่อนอีก 3 คน กำลังนั่งดื่มสุรากันที่บริเวณหน้าร้าน โดยมีการเป่าเค้กฉลองวันเกิดครบรอบ 25 ปี ให้กับผู้ตาย ต่อมาได้มี นายวิรชัย หรือหยก สายทา อายุ 23 ปี ขี่รถจยย.มาจอดซื้อของที่ร้าน จากนั้นเพื่อนในกลุ่มของผู้ตายก็ได้เรียก นายวิรชัย ไปหา นายวิรชัย จึงขี่รถจยย.เข้าไป

แต่จู่ๆ เพื่อนในกลุ่มผู้ตายกลับใช้มือตบหน้า นายวิรชัย อย่างจัง ทำให้รถจยย.คว่ำ นายวิรชัย จึงวิ่งหนีกลับไปที่บ้านของตัวเอง จากนั้นไม่กี่นาทีก็ขี่รถจยย.อีกคันกลับมายังจุดเกิดเหตุ เมื่อมาถึงก็ถามว่า “ใครตบกู” พร้อมกับชักมีดออกมา ทำให้กลุ่มของผู้ตายวิ่งกรูกันเข้าไปเพื่อหวังจะจับตัว นายวิรชัย จึงวิ่งหลบหนี กลุ่มของผู้ตายจึงวิ่งไล่ตามไป เมื่อวิ่งๆ ราวๆ 20 เมตร นายวิรชัย เห็นว่าจวนตัว จึงหันกลับมาพร้อมกับใช้มีจวงแทงเข้าที่ด้านบนราวนมของผู้ตายที่วิ่งตามมาเป็นคนแรก จนทรุดล้มลงกับพื้น จากนั้น นายวิรชัย ก็วิ่งหนีกลับบ้าน กลุ่มเพื่อนของผู้ตายจึงวิ่งตามไปแต่ไม่พบตัวแล้ว จากนั้นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงช่วยกันพยุงผู้ตายมานอนลงที่แคร่ไม้ แล้วเรียกรถพยาบาลมารับ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะที่หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วิเชียร วชิรแสงไพโรจน์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ พ.ต.ท.เทวราช เอื้อวงษ์ปะเสริฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ยอดรักษ์ ทองสง่า สว.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ นำชุดสืบสวนออกติดตามล่าตัวนายวิรชัย คาดว่าอาจหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่าใกล้ๆ กับสวนยางพาราของชาวบ้านในละแวกบ้านนาแต้ ต.นาแต้ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังออกติดตามกดดัน กระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากผู้ปกครองของ นายวิรชัย ว่าจะพามามอบตัว เนื่องจากเกรงจะถูกจับตาย และกลัวเพื่อนของผู้เสียชีวิตจะตามมาล้างแค้น

หลังจากที่ นายวิรชัย เข้ามอบตัว พ.ต.ท.พิสิฐ รักษาพล สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้ทำการสอบปากคำในเบื้องต้น พร้อมตั้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” เบื้องต้น นายวิรชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงไปขออำนาจศาลฝากขัง เพื่อรอรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้อัยการจังหวัดอำนาจเจริญส่งฟ้องศาลต่อไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 9 ต.นาแต้ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย พบว่าครอบครัวได้นำศพมาตั้งบำเบ็ญกุศลไว้ที่ลานหน้าบ้าน โดยมีการกางเต้นท์ผ้าใบเพื่อบังแดด เนื่องจากที่บ้านของผู้ตายมีฐานนะยากจน บ้านไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะตั้งศพ

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางรุณณี บุญกันฑ์ อายุ 50 ปี และ นายวิพล บุญกันฑ์ อายุ 55 ปี แม่และพ่อของผู้ตาย ซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศกกับการจากไปของลูกชายคนเดียว โดย นางรุณณี กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ทราบซึ้งใจมากที่ผู้สื่อข่าวมาช่วยนำเสนอข่าวให้กับครอบครัว เพราะครอบครัวมีฐานะยากจนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากครอบครัวผู้ก่อเหตุเป็นคนมีฐานะในหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุตนเป็นลมล้มฟุบไปหลายต่อหลายรอบ เนื่องจากลูกชายเป็นหัวแรงหลักในการหารายได้จุนเจือครอบครัว อีกทั้งต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกสาวอีก 2 คน คนโตอายุ 5 ปี คนเล็ก อายุ 3 ปี เนื่องจากภรรยาของลูกชาย ได้ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่

นางรุณณี กล่าวต่อว่า อยากวอนขอให้สื่อช่วยขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย เพราะตั้งแต่เกิดเหตุครอบครัวของผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย ทั้งๆ ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ห่างกันเพียงแค่ 100 เมตร ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก แม้แต่เงินที่จะมาจัดงานศพก็ยังไม่มี อาศัยเงินที่เพื่อนนำมาช่วยงาน พอได้ซื้อกับข้าวมาเลี้ยงแขก และที่สำคัญหลาน 2 คน ตาดำๆ ก็ไม่รู้จะเป็นอยู่อย่างไร เพราะแค่ตัวเองก็จะเอาไม่รอดอยู่รอด จึงอยากให้ครอบครัวผู้ก่อเหตุแสดงความรับผิดชอบกับการรกระทำของลูกชายด้วย เพราะชีวิตคนทั้งชีวิต ลูกใครๆ ใครก็รัก