realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: มีนาคม 2020

หนุ่มใหญ่ ดับคาเบนซ์ พบอ้วกเป็นเลือด ลูกร่ำไห้โฮ เผยไม่ได้เป็น โควิด

วันที่ 27 มี.ค. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ ศิริบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.แสนสุข รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในรถริมถนนอ่างศิลา – บ้านปึก หมู่2 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ชัฏ บรรทัดเที่ยง รอง ผกก. (สอบสวน) ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม

ที่เกิดเหตุพบศพ นายภานุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี เสียชีวิตภายใน รถเบนซ์ สีเทา สภาพนั่งที่เบาะคนขับ ใส่กางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อยืดสีดำ เอนตัวไปทางซ้าย พบคราบอาเจียนมีเลือดผสมด้วย ต่อมามีนายเอ (นามสมมติ) ลูกชาย และ น.ส.บี (นามสมมติ) ลูกสะไภ้ เดินทางมาดูศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้ด้วยความเสียใจ

จากการสอบถาม ร้านค้าขายของใกล้ที่เกิดเหตุ เผยว่า เห็นรถมีจอดเวลาประมาณ 2 – 3 ทุ่ม ร้านตนจะปิดประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง มีเสียงบีบแตรรถดัง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่กล้าเดินไปดู เดี๋ยวเขาจะหาว่าไปหาเรื่องเขา ตื่นเช้ามาก็เห็นรถจอดอยู่กระทั่งมารู้เสียชีวิตแล้ว

ด้าน ลูกสะไภ้ กล่าวว่า พ่อจะพักบ้านเดียวกัน ทุกวันพ่อจะไปตกปลาที่ทะเลเขาสามมุข โดยจะไปตั้งแต่บ่ายสองโมง จะกลับก็ประมาณ 2 – 3 ทุ่ม แต่วันนี้ไม่เห็นกลับก็คิดว่าพ่อไปเจอด่านตรวจวัดไข้แล้วโดนกักตัวหรือเปล่า ปกติเมื่อก่อนพ่อสูบบุหรี่หนักมาก แล้วไอเจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากเป็นโรคปอด

ลูกสะไภ้ กล่าวต่อว่า หมอบอกให้หยุดสูบ ซึ่งก็หยุดสูบไป แต่หันกลับมาสูบอีก คาดว่าน่าจะเกิดจากสูบบุหรี่แล้วไอเป็นเลือดเสียชีวิตดังกล่าว คงไม่เกี่ยวกับเป็นโรคไวรัสโควิด-19 แน่นอน เพราะพ่อไม่เคยไปมั่วสุมในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ

เบื้องต้นแพทย์ให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไป รพ.ชลบุรี เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

อุกอาจ! 2คนร้ายบุก ปาระเบิด สังหารใส่บ้าน นายกเล็กชาบก ลูกสาวพบรถต้องสงสัย

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.พงษ์ชัย กาสีใส ร้อยเวร สภ.บ้านค่าย รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าไปภายในบ้านพักใกล้กับร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ของนายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก บ้านเลขที่ 99 ม.7 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นอยู่ภายในรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบ นายนาค เจ้าของบ้านอยู่ในอาการตื่นตระหนก ก่อนพาไปดูระเบิดที่คนร้ายขว้างเข้ามาตกอยู่ตรงบริเวณพื้นหน้าประตูรั้ว พบเป็นลูกระเบิดที่ถอดสลักแล้ว ตกอยู่ที่พื้นจนพื้นปูนเป็นหลุม ตรวจสอบทราบว่า เป็นระเบิดลูกเกลี้ยงแบบสังหารขนาด เอ็ม26 ที่มีการถอดสลักแล้ว แต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงรีบเก็บกู้แล้วนำกลับไปตรวจสอบหาร่องรอยนิ้วมือคนร้าย

จากการสอบถาม นายนาค กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.30 น.ของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวและลูกเขยได้ขับรถกลับมาที่บ้านพบเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน เมื่อเห็นรถวิ่งเข้ามา รถคันดังกล่าวก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว จึงขับรถไล่ตามไประยะหนึ่งแต่ไม่ทัน ทั้งสองคนจึงจับรถเข้ามาในบ้าน และรีบมาบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนาค ให้การต่อว่า กระทั่ง ตนออกมาดูก็ถึงกับผงะ เมื่อเจอกับระเบิดตกอยู่ใต้รถยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน โชคดีที่รถของลูกสาวไม่ไปเหยียบทับ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุสลดขึ้น สำหรับส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เคยทะเลาะกับใครเลย จึงแปลกใจว่า จุดประสงค์ของคนร้ายทำไปเพื่ออะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสคนร้ายที่ทราบว่าขับรถมาด้วยกัน 2 คน และสอบสวนคนในบ้านทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นการข่มขู่หรืออาจจะตกใจขณะดักรอทำร้ายคนอื่นอยู่ แต่พอเห็นรถเจ้าของบ้านมา จึงรีบทิ้งระเบิดแล้วหนีไป อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าคนในบ้านขัดแย้งกับใครบ้าง เพื่อล่าตัวมือระเบิดต่อไป

หน้ากากอนามัยมาแล้ว! ชาวเมืองลำปางแห่ซื้อแถวยาวเหยียด 2.50 บาทจำกัดคนละ4ชิ้น

วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าร้านขายยา ช.เภสัชติดกับร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ถนนบุญวาทย์ ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง มีประชาชนชาวลำปางจำนวนหลายร้อยคนมายืนรอเพื่อซื้อหน้ากากอนามัย ที่กรมการค้าภายในจัดสรรให้ร้านค้าต่างๆในพื้นที่ จ.ลำปาง ในราคาแพ็ก 4 ชิ้น 10 บาท โดยขายจำกัดให้คนละ 1 ชุด ซึ่งร้านขายยา ช.เภสัช มีหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายได้ทั้งหมด 400 ชุด

โดยการชื้อหน้ากากอนามัยวันนี้ มีชาวบ้านมาซื้อจำนวนมาก ทำให้ต้องเข้าแถวเรียง 2 แถว จากนั้นทางร้านเดินแจกบัตรคิว ซึ่งถึงแม้จะต้องเสียเวลารอซื้อหน้ากากอนามัยนานก็ไม่มีเสียงบ่น เนื่องจากทุกคนต้องการใช้ป้องกันโรคจากเชื้อไวรัส นอกจากนั้นตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ยังมาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชนด้วย

นายปรารภ ลิไทสง พาณิชย์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ได้รับการจัดสรรจากศูนย์การกระจายและบริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัย กรมการค้าภายใน เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน จำนวน 2,000 ชิ้น ชิ้นละ 2.50 บาท จำกัดไม่เกินคนละ 1 แพ็ค (4 ชิ้น) อย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ยังไม่พบการจำหน่ายเกินราคา ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงกว่าราคากำหนด สามารถแจ้งสายด่วนที่ 1529 กรมการค้าภายใน หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง โทร: 054-265022-3

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางยังไม่พบผู้ป่วยยืนยัน แต่มีการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคในสถานพยาบาล โดยพบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 17 ราย ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติไม่พบสารพันธุกรรมของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ร.พ.ทุกแห่งของลำปางมีแผนจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วย

รวมไปถึงซ้อมแผนคัดกรอง ดูแลผู้ป่วย ส่งต่อผู้ป่วย จัดเตรียมห้องปฏิบัติการวินิจฉัยยืนยัน จัดระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้เพียงพอและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์การแพร่กระจาย และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนนพ.บรรเจิด นนทสูต ผอ.รพ.ลำปาง กล่าวว่า รพ.ลำปางได้รับการคัดเลือกเป็นร.พ. 1 ใน 35 แห่ง ห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-CoV-2 ผ่านการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ และได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในจ.ลำปาง ไว้ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจาก องค์กรเภสัชกรรม 30,000 ชิ้นไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีประชาชนชาวลำปาง ร่วมบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไว้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ในยามขาดแคลนด้วย



ทลาย คลังแสง กลางกรุง ยึดปืน 27 กระบอก กระสุนกว่า 5 พันนัด หลังโดนซัดทอด

คลังแสง วันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บัวรุ่ง สว.กก.1 บก.ปคม.และเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 150 ซอยพหลโยธิน 1 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. หลังสืบทราบบ้านดังกล่าวมีการจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าวข้างร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาว รวม 27 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมประมาณ 5,000 นัด เครื่องผลิตกระสุนปืน จำนวน 2 เครื่อง และอุปกรณ์การผลิตกระสุนปืน (ปลอกกระสุนปืน, ดินปืน, หัวกระสุน) จำนวนมาก

การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ระดมกวาดล้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวนมาก พล.ต.ต.วรวัฒน์ และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ จึงได้สั่งการให้ตำรวจ บก.ปคม. ขยายผลการจับกุมคดีจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ ที่ก่อนหน้านี้ทาง บก.ปคม. ได้ระดมกวาดล้าง ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบข้อมูลสำคัญ จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ได้ซัดทอดว่า

ซื้ออาวุธปืนมาจาก นายธำรงศักดิ์ วงศ์รักศักดิ์ โดยสั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊ก จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้ขยายผลและสืบสวนจนเป็นที่แน่ชัดว่า นายธำรงศักดิ์ มีพฤติกรรมจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งปืน และผลิตกระสุนเพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปตามคำซัดทอดจริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้น จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นายธำรงศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนที่พบเป็นของตนจริง อย่างไรก็ตามสำหรับ นายธำรงศักดิ์ มีความชื่นชอบเชี่ยวชาญในเรื่องอาวุธปืน และเคยเข้าอบรมผู้ตัดสินกีฬาสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังทำงานในบริษัทสายการบินบริษัทหนึ่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป