realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: สิงหาคม 2020

เด็กหญิง ม.1 ถูกเพื่อนแกล้งจนสลบ-เล่นแต่งหน้าศพให้ หมอตรวจพบสมองกระทบกระเทือน

ญาตินักเรียน ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้โรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จ.นครพนม โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม หลังหลานสาวถูกเพื่อนแกล้งจนหมดสติ แต่เพื่อนกลับหัวเราะชอบใจ แถมยังแกล้งแต่งหน้าศพให้ เพราะคิดว่าแกล้งเป็นลม 

เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ เห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งนอนหมดสติ ท่ามกลางเพื่อน ๆ รุมแกล้งเขียนหน้าเขียนตา แถมยังหัวเราะชอบใจ โดยระบุว่า “พ่อแม่เห็นรูปหัวใจแทบขาด เพื่อนที่โรงเรียนแกล้งจนสลบ ยังไม่สนใจจะช่วยพาไปโรงพยาบาล แถมยังแกล้งแต่งหน้าเป็นศพ” ต่อมาได้โพสต์บอกอีกว่า “ไปหาหมอแล้ว หมอให้นอนโรงพยาบาล รอเอกซเรย์สมอง ขอให้หลานปลอดภัย” 

เจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเด็กที่หมดสติ เล่าว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ อ.นาแก จ.นครพนม น้องมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด และแพ้กลิ่นน้ำหอมที่เพื่อนฉีด จึงบอกกับเพื่อนว่า เหม็นและขมคอ เพื่อนจึงแกล้งเอาน้ำหอมฉีดใส่ ทำให้น้องแน่นหน้าอกและหมดสติไป แต่เพื่อนๆ กลับคิดว่า น้องแกล้งเป็นลม เลยจับน้องแต่งหน้าทาปากเหมือนศพ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงทำกิจกรรม จึงไม่มีครูอยู่ในห้อง แต่มีเพื่อนวิ่งไปบอกครู จึงพาส่งโรงพยาบาล

หมอให้น้องแอดมิท พร้อมบอกว่า น้องตกโต๊ะทำให้สมองของน้องได้รับความกระทบกระเทือนปานกลาง ต้องรอ MRI สมองอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ เพื่อนน้องโพสต์คลิป เพื่อนๆ เห็นความเป็นความตายของน้องเป็นเรื่องสนุกสนาน จึงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า น้องแกล้งเป็นลม และให้ไปเคลียร์กับทางโรงเรียนก่อน 

ทีมข่าวติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่ให้ข้อมูลใด ๆ พร้อมระบุว่า จะเปิดแถลงข่าวในวันจันทร์ พร้อมกับเรียกผู้ปกครองของเด็กทั้งหมดมาพูดคุย

พ่อมือตบสาว ปวช. ก้มกราบขอโทษแทนลูก เซ่นคลิปให้แฟนเก่าเหยื่อลวงมาตบ

เดือดร้อนถึงคนเป็นพ่อ ต้องก้มกราบขอโทษแทน หลังลูกสาววัย 16 ปี ตบตีสาว ปวช.ปี 1 ล้างแค้นแทนรุ่นน้อง 

จากกรณีมีคลิปนักเรียนหญิง ปวช. ปี 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถูกที่แฟนเก่าหลอกให้มาเอาของ ก่อนจะถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้เชิญตัว น.ส.ชมพู่ อายุ 16 ปี มือตบนักเรียนสาวพาณิชย์ พร้อมกับเพื่อน และ น.ส.เอ อายุ 15 ปี ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้ามาพบที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุการทำร้ายตบตีกันในครั้งนี้

น.ส.เอ ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนได้ไปเจอ น.ส.ชมพู่ กับพวก โดย น.ส.ชมพู่ หาว่าตนเองไปต่อว่าเพื่อนรุ่นน้องของเขาเสียหาย ตนตอบไปว่าคนที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กไปต่อว่ารุ่นน้องของคู่กรณีไม่ใช่ตนเอง แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อตรงเข้ามาจิกผมตบตีจนล้มลุกคลุกคลาน ทั้งๆ ที่ตนเองยืนยันว่าไม่ใช่ และขอร้องให้หยุดแต่อีกฝ่ายก็ยังด่ายังตบตีตนอีก

ขณะที่ น.ส.ชมพู่ มือตบ กล่าวว่า คู่กรณีกับเพื่อนๆ มีปัญหากับรุ่นน้องตนเอง จนมีการท้าทายกันตลอดมา ตนเองเคยไปเคลียร์ที่บ้านคนเจ็บเพื่อให้จบ เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเนื่องจากรุ่นน้องต้องเจอกันอยู่แล้ว พอไปถึงอีกฝ่ายพยายามถอยรถชน  แถมยังจะทำร้ายรวมทั้งยังปาระเบิดปิงปองใส่จนต้องหนีตายกันมาแล้ว วันเกิดเหตุมาเจอก็เกิดอารมณ์จึงตรงเข้าทำร้ายตบตีอย่างที่เห็นในคลิป

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อปรับความเข้าใจ ทางพ่อของ น.ส.ชมพู่ ถึงกับนั่งลงกับพื้น พร้อมยกมือไหว้แม่ น.ส.เอ เพื่อขอโทษยอมรับผิดที่ลูกได้ทำลงไป ก่อนที่ น.ส.ชมพู่ และเพื่อนๆ จะนั่งลงกราบขอโทษด้วย โดยแม่ของ น.ส.เอ บอกกับทั้งหมดว่า ในส่วนของคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ไม่ควรจะมาทำกับลูกสาวตนแบบนี้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนทางด้านคดีหากทางฝ่ายผู้ปกครองผู้เสียหายต้องการเอาเรื่อง ก็ต้องประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวน เพราะทั้งสองฝ่ายยังเป็นเยาวชน

สาวโรงงานถูกผัวฆ่าฝังร่องสวนมะนาว พ่อผัวสารภาพสิ้นช่วยลูกอำพรางศพ

เจอตัวแล้วพ่อสามี “น้องจ้อย” สาวเหยื่อฆ่าหมกร่องสวนมะนาว สารภาพสิ้นลูกชายเป็นคนทำก่อนให้ช่วยอำพรางศพ

กรณี นางสาววนิดา หรือ น้องจ้อย สาวโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก อายุ 26 ปี ถูกฆ่าฝังศพอำพรางไว้ในร่องสวนมะนาวบริเวณหมู่ที่  9 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ก่อนที่เจ้าของสวนจะมาพบศพจนนำไปสู่การติดตามหาตัวคนร้าย

โดยหลังพบศพ นายเมฆ หรือ ตั้ม อายุ 27 ปี สามีของน้องจ้อยและนายวันชัย พ่อของนายตั้มหายตัวไปจากพื้นที่ จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีส่วนในการฆาตกรรมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวเพื่อนสนิทของนายตั้มมาสอบสวน จนทราบว่านายตั้มไปสารภาพว่าเป็นคนบีบคอน้องจ้อยจนเสียชีวิต แต่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก นายวันชัยได้ติดต่อให้นายดนัยศักดิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของสวนมะนาวที่เกิดเหตุและเป็นนายจ้างให้พาเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสวงหา แล้ว

โดย นายวันชัย พ่อสามีของผู้เสียชีวิต ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายตั้มลูกชายนำศพของน้องจ้อยมาฝังไว้ที่บริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงวัน

ก่อนหน้านั้นนายตั้มได้ขับรถมาบอกว่าพลั้งมือฆ่าน้องจ้อยจนเสียชีวิตภายในบ้านพัก และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร่วมกันนำรถซาเล้งที่ใช้ในสวนไปบรรทุกศพมาจากบ้านผ่านทุ่งนามาฝังไว้ที่ร่องสวน ก่อนที่จะทำเหมือนปกติ

จนกระทั่งมีผู้พบศพน้องจ้อยจึงหนีเข้าไปหลบในป่า ส่วนนายตั้มไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนักจึงติดต่อทางนายจ้างและเพื่อนสนิทให้พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวสอบปากคำเครียดเพื่อเค้นหาที่ซ่อนตัวของนายตั้ม โดยคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เนื่องจากนายตั้มมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ยังคงเฝ้าติดตามนายตั้มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเพื่อนของนายตั้มทุกแห่งซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในไม่กี่วันนี้ 

คลิปสลด วงจรปิดจับภาพเก๋งชนจยย.กลางสามแยก คนขี่ร่างกระเด็น 20 เมตรเสียชีวิต

ปาเจโร่แบกไม่อยู่พุ่งชนจยย.กลางสามแยกไฟแดง ก่อนพุ่งข้ามเกาะไปชนกับรถเก๋งและกระบะหลายคัน ส่วนคนขี่จยย.ไปเสียชีวิตที่ รพ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.วานิช ภูดวงดาษ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชน จยย.และรถเก๋งหลายคัน มีผู้เสียชีวิตที่สามแยกปากภู ต.เมือง อ.เมืองเลย ใกล้ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งปาเจโร่ เทาดำ หมายเลขทะเบียน 9363 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 4855 เลย รถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6135 เลย รถเก๋งฟอร์ด สีแดง ไม่ทราบทะเบียน และรถเก๋งเซโรเล็ต ไม่ทราบทะเบียน รวมทั้งหมด 5 คัน

ส่วนรถจยย.ขาดสองท่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ นายสุพัน อายุ 60 ปี คนขี่จยย. กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลนำส่ง รพ.เลย แต่ทนเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.เลย ที่เกิดเหตุมี นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ ยืนตกใจอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนกู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.เลย ส่วนรถทั้งหมดนำออกจากถนนเพื่อเปิดช่องการจราจร

จากการสอบถาม นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสามแยกบ้านปากภู ขณะกำลังขับผ่านสี่แยก มีรถ จยย.ของผู้ตาย ได้ขับมาและเลี้ยวขวากะทันหัน ตนเองเบรกไม่อยู่จึงชนเข้าอย่างจัง จนคนขี่และจยย.กระเด็นไปร่วม 20 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งเกาะข้ามถนนไปชนกับรถเก๋ง และรถกระบะที่ติดไฟแดงจนได้รับความเสียหายหลายคัน จนมีตำรวจและกู้ภัยฯ มาที่เกิดเหตุ ส่วนตนเองยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว และอยู่ระหว่างสอบปากคำและดูกล้องวงจรปิด

รถเก๋งชนท้ายรถกระบะคว่ำ กระเด็นลงข้างทาง หนุ่มจากต่างถิ่นดับยกคัน 4 ศพ

รถเก๋งขับตามหลังมา เปลี่ยนเลนชนท้ายรถกระบะคว่ำลงข้างทาง ตาย 4 เจ็บ 3 ที่เชียงราย

(10 มี.ค.63) เมื่อเวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เทศบาล ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.เชียงราย (ศูนย์นเรนทร) ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน พื้นที่หมู่บ้านห้วยเคียน หมู่ 4 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จึงประสานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย สมาคมแสงธรรมสาธารณกุศล อ.แม่จัน อาสากู้ภัยสิงห์หนึ่ง ฯลฯ รุดไปตรวจสอบและระงับเหตุ

เมื่อไปถึงพบจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรขาขึ้นจะไปทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และพบรถยนต์รถยนต์เก๋งเป็นยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ 9กฒ-4169 ชนกับรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน ผต-8492 ซึ่งรถยนต์ระบะจำนวน 1 คัน สภาพหงายหลัง อยู่ในพงหญ้าข้างทาง ภายในรถและพงหญ้าโดยรอบพบศพผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยเร่งด่วน

ห่างไปด้านหน้าของรถยนต์กระบะพบรถยนต์เก๋งคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางในสภาพล้อรถแตกและ พบชายคนขับ 1 ราย จึงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำและเก็บหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์กระบะซึ่งมีคนขับและคนโดยสารไปด้วยรวมกันจำนวน 6 คน ได้ขับไปตามช่องทางปกติ แต่ปรากฎว่ารถยนต์เก๋งซึ่งขับตามหลังมาได้เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและพุ่งเข้าชนท้ายรถกระบะจนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง จากนั้นรถยนต์เก๋งก็เสียหลักแต่ไม่พลิกคว่ำไปจอดอยู่ด้านหน้าดังกล่าว

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 4 คน ทราบว่าชายทั้งหมดโดยมาจาก ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีษะเกษ เหมือนกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพบว่าเป็นหญิง อายุ 26 ปี ชาวหมู่บ้านศรีวิเชียร ต.ท่าสุด จ.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ปวดเข่า และสะโพกขวา และรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 20 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณคิ้ว แผลถลอกตามร่างกาย

สลด 2 เพื่อนสนิท พนักงานบริษัทประกันชื่อดัง รมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง

พนักงานบริษัทประกันชีวิตชื่อดังซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน จุดเตาถ่านรมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง ดับคู่ 2 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ส.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.อ.สุรชัย แก้วคำภา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งพบศพหญิงและชายรมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 7937 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านพักรับรองภายในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ภายในรถเก๋งพบร่าง นายฉัฎฐรัตนภัทร อายุ 31 ปีอ สภาพนั่งบนเบาะที่นั่งหลังด้านซ้าย ใส่เสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ และพบร่าง นางสาวธาริณี อายุ 30 ปีสภาพนั่งด้านคนขับ สวมเสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ  ที่บริเวณพื้นรถเบาะหน้าพบเตาถ่าน และ กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ที่มีการจุดไว้เหลือเพียงเถ้าถ่าน

เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง

โดย ญาติ เล่าว่า ผู้ตายทั้ง 2 คนทำงานอยู่ที่บริษัทประกันชีวิตชื่อดัง และเป็นเพื่อนสนิทกัน เล่าว่าติดต่อผู้ตายไม่ได้ เมื่อวานโทรไปที่บริษัทก็ทราบว่าออกมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว จึงได้พยายามเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วก็ขับรถมาตามสัญญาณมือถือ จึงพบว่ารมควันฆ่าตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับสาเหตุเนื่องจากผู้ตายเป็นคนคิดมากหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ป่วยเนื่องจากประสบอุบัติเหตุผ่าตัดสมอง แต่ไม่คิดว่าผู้ตายจะมาฆ่าตัวตายแบบนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

สลด ไฟไหม้บ้านคลอกหลาน 3 ขวบดับอนาถ ยายช่วยไม่ทันจู่ๆ เกิดตัวชา

สุดเศร้า เด็กน้อยวัย 3 ขวบถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง ขณะที่ยายพยายามจะเข้าไปช่วย อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชา สุดท้ายถูกไฟคลอกเจ็บสาหัส รวมทั้งญาติๆ บาดเจ็บ รวม 5 คน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 ส.ค.) ศูนย์วิทยุ สภ.เขาค้อ ได้รับแจ้งเหตุ มีเพลิงไหม้บ้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก 1 ราย และบาดเจ็บจากการถูกเปลวเพลิงไหม้ 5 ราย เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงได้ไหม้บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อต้องนำรถน้ำในการช่วยระงับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลาราว 20 นาที หลังเพลิงจึงสงบ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้ร่างจนเกรียม ทราบชื่อคือ เด็กหญิงใบเฟิร์น อายุ 3 ขวบ

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ จนเกิดบาดแผลตามร่างกาย อีก 5 ราย ทางอาสากู้ภัย ต้องเร่งทำการปฐมพยาบาล ผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ 

จากการสอบถาม นางบังเอิญ อายุ 50 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองเป็นยายของน้องใบเฟิร์น ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้าน อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ก่อนจะมีไฟลุกไหม้ อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

ส่วนตนพอตั้งสติได้ก็จะวิ่งเข้าไปอุ้มหลาน แต่อยู่ๆ ก็มีอาการตัวชาคล้ายถูกไฟดูด จึงเข้าไปช่วยเหลือหลานสาวที่กำลังนอนหลับไม่ทัน จนเป็นเหตุให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนตนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ตามร่างกาย 

สาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร  หรืออาจจะมีแก๊สรั่ว ซึ่งต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง