realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: กันยายน 2020

สลด พ่อเฒ่าชาวดัตช์ บอกเมียจะไปว่ายน้ำ ก่อนลอยเป็นศพมาเกยหาดพัทยา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 25 กันยายน 2563 ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพลอยอยู่ในทะเลพัทยา ก่อนถึง

โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุ บริเวณชายหาดพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบในน้ำทะเลมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในสภาาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่ใช้เรือเคลื่อนย้ายร่างเข้าสู่ชายฝั่ง ทราบชื่อภายหลังคือ MR. VAN SCHAIK JOHANNES MARIA อายุ 74 ปี สัญชาติ เนเธอร์แลนด์ โดยมีภรรยาทราบชื่อคือ น.ส.สุขใจ อายุ 41 ปี เดินทางมาดูร่างไร้วิญญาณอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ ถึงกับทรุดลงกับพื้น เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีจึงช่วยพยุงมานั่งพักตั้งสติ 

สอบถาม น.ส.สุขใจ ผู้เป็นภรรยา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ สามีบอกว่าจะออกมาว่ายน้ำเล่นที่ทะเล แต่หายไปหลายชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วง เพราะสามีมีอาการป่วยหลังจากประสบอุบัติเหตุ จึงได้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา จนกระทั่งมีคนไปแจ้งว่าพบร่าง MR. VAN SCHAIK ลอยอยู่กลางทะเลจึงรีบมาดูดังกล่าว 

เบื้องต้น ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเคลื่อนย้ายร่างไปตรวจชันสูตร ยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป 

รวบหนุ่มแสบ ควงปืนบีบีกันปล้นร้านมือถือ สารภาพหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่

วานนี้ (21 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชลิต อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านรับจำนำอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ตั๋วจำนำ 2 ใบ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ กางเกงขายาว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำแดง ซึ่งเป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และอาวุธปีนบีบีกันแบบแม็กกาซีนสีดำจำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ 2 แขวงบางนา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชายได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนแบบแม็กกาซีนสีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับจำนำอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวภายในร้านหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาของลูกค้าที่รับจำนำไว้ซึ่งอยู่ในตู้โชว์ภายในร้านใส่ถุงผ้าสีฟ้าที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนที่จะเดินออกไปขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายในขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุไปได้ ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในห้างเทสโก้โลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายรู้จัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ จึงพบว่าที่ร้านรับซื้อดังกล่าวได้ขอหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ ชื่อ นายชลิต อายุ 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายชลิต ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนในย่านรามคำแหง 2 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ

นายชลิต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านศรีนครินทร์ แต่เงินไม่พอใช้ประกอบกับตนอยากได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ จึงคิดหาเงินทางลัดและจำพฤติกรรมการก่อเหตุมาจากในโลกโซเชียล จึงซื้อปืนบีบีกันมาจากตลาดนัด และยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาลงมือก่อเหตุ โดยจะเลือกลงมือร้านที่ปลอดคน กระทั่งพบเห็นร้านดังกล่าวมีผู้หญิงอยู่ในร้านคนเดียว จึงเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นได้หลบหนีไปที่บ้านย่าน ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถจักรยานยนต์ไปคืนญาติ และนำโทรศัพท์ไปขาย ส่วนนาฬิกานำไปจำนำได้เงินมา 7,000 บาท ส่วนเงินที่ได้มาตนนำไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่จนหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จระเข้ที่หายสาบสูญ โผล่กัดคนเจ็บสาหัส สุดท้ายถูกจับตายแล่เนื้อกินชำระแค้น!

จุดจบนักล่า! จระเข้โผล่กัดแขนคนหาปลาลากลงน้ำ เพื่อช่วยชีวิตทันก่อนระดมกำลังตามล่า ก่อนจับมาชำแหละทำอาหาร

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย. มีเหตุชาวบ้านที่ออกไปทอดแหหาปลา บริเวณลำคลองกลางหมู่บ้านทำเนียบ ม.3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง แล้วถูกจระเข้กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกจระเข้กัด คือ นายยงยุทธ อายุ 52 ปี พนักงงานฝ่ายผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ออกไปทอดแหหาปลากับเพื่อนรวม 3 คน ที่คลองกลางหมู่บ้าน พอทอดแหลงไปครั้งแรก ได้ใช้มือคลำลงไปจับแหในน้ำ แต่จู่ๆ จระเข้ตัวใหญ่ลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ได้พุ่งตัวขึ้นจากน้ำ งับเข้าที่แขนข้างขวาของนายยงยุทธ ก่อนที่จระเข้จะหมุนตัวไปมา เพื่อลากตัวนายยงยุทธลงไปในน้ำ ต่อหน้าเพื่อนๆ หลังตั้งสติได้เพื่อนที่อยู่ริมคลองได้กระโดดลงไปช่วย จนสามารถช่วยขึ้นมาได้   

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้รวมตัวกันออกไปตามล่าจระเข้ตัวดังกล่าว โดยพบตัวจระเข้โหด ยังคงว่ายไปมาในลำคลอง ชาวบ้านนับสิบคนจึงช่วยกันจับตัว โดยใช้ทั้งมีดและไม้แหลมเป็นอาวุธ จนสามารถจับตัวจระเข้ขึ้นมาได้ แต่พบว่าตายแล้ว จึงช่วยกันนำตัวจระเข้กลับไปที่หมู่บ้าน แล้วชำแหละแบ่งเนื้อกันไปทำอาหาร โดยทุกคนบอกว่าจะกินให้หายแค้น 

สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลุดมาจากฟาร์มที่เลี้ยงเมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าหลุดมาจากจุดใด เพราะในละแวกใกล้เคียงไม่พบว่ามีผู้เลี้ยงจระเข้ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุบริเวณคลองทำเนียบ ใกล้หมู่บ้านฐติชญาพันธ์ บริเวณใต้สะพาน มีคลองเล็กๆ กว้างประมาณ 3 เมตร น้ำไม่ลึกมาก พบร่องรอยการเหยียบย่ำของคนที่ลงไปช่วยนายยงยุทธ ขณะไปทอดแหกับเพื่อนอีก 2 คน จนถูกจระเข้กัดดังกล่าว 

นายสมชาย ชาวบ้าน มือหั่นจระเข้ กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้ได้ก็นำกลับมาทำเป็นอาหาร พบว่าเป็นจระเข้เพศเมีย ภายในท้องมีปลาดุกเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ตนชำแหละและทำอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แจกจ่ายให้กับคนในชุมชน ส่วนจระเข้น่าจะหลุดออกมาจากฟาร์มเมื่อช่วงที่น้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นพบว่าจระเข้หายไปหนึ่งตัว คาดว่าเป็นตัวเดียวกัน และปัจจุบันในหมู่บ้านไม่มีฟาร์มจระเข้แล้ว  

ร้านค้าจีนเจอ “ซากค้างคาว” ในกระปุกซอสหอยนางรม หลังใช้ทำอาหารมาแล้ว 3 เดือน

ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ หนึ่งในประเทศจีนถึงกับช็อกเมื่อพบว่ามีซากค้างคาวในกระปุกซอสหอยนางรม ที่ใช้ประกอบอาหารมาแล้วเกือบ 3 เดือน

ร้านดังกล่าวเผยกับผูสื่อข่าวในจีนว่า คนที่เจอซากค้างคาวคนแรกคือแม่ของตน ตอนนั้นคุณแม่ใช้ช้อนตักซอสหอยนางรมมาปรุงอาหารค่ำตามปกติ แต่เมื่อจ้วงช้อนเข้าไปในกระปุกกลับตักขึ้นมาไม่ได้ ทั้งยังโดนเข้ากับของแข็งบางอย่าง จึงพยายามตักให้ลึกกว่าเดิมเพื่อนำสิ่งดังกล่าวขึ้นมาดู พบว่าเป็นซากค้างคาวแถมยังมีกลิ่นเหม็นด้วย

ต่อมา ชายคนนี้จึงนำซอสหอยนางรมนี้ไปคืนที่ร้านที่ซื้อมา ทั้งยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนั้นทุกคนก็ช็อกและไม่กล้ากินอะไรไปอีก 2-3 วันเลย

ชายคนนี้เผยอีกว่า ค้างคาวไม่น่าจะไปอยู่ในกระปุกหลังจากซื้อมาแล้ว เพราะจะปิดฝาหลังใช้ทุกครั้ง เพราะถ้าหากเข้ามาในกระปุกหลังจากซื้อมา ก็ต้องได้ยินหรือเห็นมันกระเสือกกระสนบินหนีออกจากกระปุกไปแล้ว ดังนั้นน่าจะเข้ามาอยู่ในกระปุกตั้งแต่ที่โรงาน

ด้านผู้ผลิตซอสหอยนางรมยี่ห้อที่มีปัญหานี้ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของชายคนนี้และบอกว่า ซอสหอยนางรมที่ออกจากบริษัทไปผ่านการคัดกรองและตรวจอสบหลายขั้นตอน จึงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ได้

สำนักข่าวในจจีนยังเผยอีกว่า ครอบครัวนี้เตรียมนำซอสหอยนางรมไปวิเคราะห์ด้วยว่ามีไวรัสหรือเชื้อโรคใดๆ ปนเปื้อนหรือไม่ เพราะค้างคาวมีไวรัสหลายชนิด

รวบพนักงานขายตั๋วหนัง ลวงสาว 17 ไปข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

กองปราบรวบผู้ต้องหาพนักงานขายตั๋วหนังลวงหญิงสาววัย 17 ปี ดื่มเหล้า ก่อนข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมนายพีระพล(สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 1094/2547 ลงวันที่ 19 เมษายน 2547 โดยกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยใช้กำลังประทุษร้าย พรากบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ภายในซอยทะเลทอง ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2547 นายพีระพลฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำงานขายตั๋วหนังที่โรงหนังแห่งหนึ่งย่านจังหวัดปทุมธานี ได้รู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 17 ปี ที่โรงหนังดังกล่าว

หลังจากนั้นนายพีระพล ได้ชักชวน น.ส.เอ ให้ไปที่ห้องพักของเพื่อนผู้ต้องหา และชักชวนให้ น.ส.เอ ร่วมดื่มสุราด้วย จน น.ส.เอ มีอาการมึนเมา นายพีระพล จึงได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เอ เมื่อผู้เสียหายตื่นขึ้นมา จึงรีบเดินทางกลับบ้านทันที

ต่อมาทางมารดาของ น.ส.เอ สังเกตุอาการผิดปกติของลูกสาว จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดังกล่าว มารดา น.ส.เอ จึง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุมตัว จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฉาวอีก! ครูสังคมฯ โรงเรียนมัธยมดังอุบล ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ ให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

ฉาวอีก! ครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมดังในอุบลฯ ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ แถมทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

วันนี้ (3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์กันในโลกทวิตเตอร์ระบุถึงครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ใกล้โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ และทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง โดยโพสต์ที่แชร์ต่อๆ กันระบุว่า

“ห้องตนเรียนกับครูคนนี้มาหลายคาบแล้ว ก็พอจะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้ เรื่องวันนี้คือ เหมือนครูจะบอกแนวข้อสอบ อธิบายหัวข้อต่างๆ ปกติเลย เวลาครูอธิบาย ครูก็จะถาม แล้วพูดถึงเรื่องระบอบการปกครองต่างๆ เพื่อนๆ ก็พากันช่วยตอบ

พอตอบไม่ถูกเข้าเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ ครูก็ด่าเอาด่าเอา แล้วก็ให้ยืนทั้งห้อง ตอนแรกนึกว่าจะให้ยืนเฉยๆ สรุปให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวด้วย ตอนนั้นอึ้งเลย ไม่คิดเลยว่าจะทำ เหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามตอบด้วย แล้วครูก็บอกว่าเถียง แล้วก็ด่ากราดเลย”

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่หรือคือสถาบันที่จะผลิตเยาวชนไปเป็นผู้นำ ครูป่วยหรือไม่ หรือมีปัญหาที่บ้านอย่างไรหรือไม่ ซึ่งนักเรียนมักจะพูดถึงครูคนดังกล่าวว่าเมามาสอนเป็นประจำ