realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: ตุลาคม 2020

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ชาวบ้านผงะ พบยาไข้หวัดนก 7 ลัง สติ๊กเกอร์ภาษาจีน ถูกทิ้งริมถนนศรีราชา โร่แจ้งสาธารณสุขรุดตรวจสอบ

25 ตุลาคม 2563 ชาวบ้าน ม.9 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบลังโฟม 7 ลัง ภายในบรรจุยาขวดติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน วางทิ้งไว้ บริเวณถนนเส้น หลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ เกรงว่าจะเป็นยาชนิดอันตราย จึงได้รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอศรีราชา ตรวจสอบ

จุดที่พบลังยา เป็นป่าหญ้าริมถนน นายอโณทัย เจริญสันติสุข ชาวบ้านในพื้นที่ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่พบกล่องโฟม ตรวจสอบพบว่า เป็นขวดยาชนิดน้ำ ซึ่งยังไม่มีการเปิดใช้งานแต่อย่างใด ส่วนเอกสารก็เป็นภาษาจีนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้ตรวจสอบ

สอบถามนายอโณทัย ทราบว่า ตนได้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว แล้วพบเห็นกล่องปริศนาวางทิ้งไว้ริมถนน ด้วยความสงสัยจึงได้เปิดดู พบว่าเป็นวัตถุคล้ายขวดยา ติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ทราบว่า ยาทั้งหมดเป็นยาเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก ซึ่งใช้งานในกลุ่มสัตว์ปีก และทั้งหมดอยู่ในสภาพหมดอายุการใช้งานแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีบริษัทใดในพื้นที่ใช้ยาชนิดนี้ และเหตุใดถึงนำมาทิ้งเช่นนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

คุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.เล็งปืนใส่แท็กซี่ รออาญาลง 2 ปี

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เล็งปืนใส่แท็กซี่ขับรถตามในศูนย์ราชการฯ ยอมรับผิด ขอโทษและเยียวยาแล้ว-รอลงอาญา 2 ปี

วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2384/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพิเศษ หรือ ภูษิต อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ

จากกรณี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จำเลยได้พกพาอาวุธปืนโคลท์ รีวอลเวอร์ ขนาด.38 สเปเชียล เลขทะเบียน กท.2117198 พร้อมกระสุน แล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางรถแท็กซี่รับจ้าง ที่มีนายพิพัฒน์ ผู้เสียหาย ขับตามมา พร้อมกับพูดว่า “ขับตามมาทำไม ให้ถอยรถออกไปวิ่งเส้นอื่น” เหตุเกิดบนถนน บริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จำเลยให้การรับสารภาพ วันนี้จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว จำเลยยอมรับว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากไว้ป้องกันตัว เพราะทำงานด้านการไต่สวนอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา จำเลยได้ขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งไม่ติดใจดำเนินคดี และไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำเลยจึงมอบเงินให้ 2,000 บาท อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก รวม 1 ปี ปรับ 31,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเยียวยาผู้เสียหายและมีภาระต้องดูแลบิดามารดา อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับสูงเคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี พร้อมรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนเป็นเวลา 1 ปีด้วย

ศาลสั่งจำคุก หมอสูติฯ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก 4 ปี 15 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งจำคุก 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา สูตินารีแพทย์ชื่อดังเมืองนครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ

จากกรณีเคยเป็นข่าวโด่งดัง คือ นพ.จักรพงษ์ เจ้าของคลินิกแพทย์แห่งหนึ่งใกล้โรงงาน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป และสูตินารีแพทย์ประจำโรงพยาบาลชื่อดังของ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนคนไข้หญิงภายในคลินิกของตนเอง โดยเรื่องดังกล่าวเกิดแดงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 2561 ก่อนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์

และในช่วงที่เกิดคดีความนั้น มีคนไข้ของคลินิกดังกล่าว รายอื่นๆ ทยอยออกมาแฉเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะที่ถูกหมอคนดังกระทำอนาจรขณะมาตรวจอีกหลายราย แต่คดีนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีเพียงรายเดียว และ นพ.จักรพงษ์ ให้การปฏิเสธนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ต.ค.) มีรายงานว่า ศาล จ.นครสวรรค์ ได้มีการพิจารณาตัดสินคดี โดยผู้พิพากษาได้มีคำสั่งพิพากษาความผิด ตัดสินให้จำคุก นพ.จักรพงษ์ ในข้อหาข่มขืน เป็นเวลา 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ซึ่งในศาลชั้นต้นนี้ นพ.จักรพงษ์ ยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ โดยมีการให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ พร้อมกับมีการขอประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

ทหารจ่าสิบโทสารภาพรับจ้างขนยาบ้า 4 แสนเม็ด โป๊ะแตกเพราะเกิดอุบัติเหตุ

ทหารจ่าสิบโท รับสารภาพรับจ้างขนยาบ้าข้ามจังหวัด เพราะต้องการเงินมารักษาภรรยาป่วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายทั้งหมดต่อ

จากกรณี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นบริเวณที่รถยนต์ ยี่ห้อนิสัน เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในคูน้ำ

สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการชนเข้ากับเสาไฟแสงสว่างข้างทาง มี จ่าสิบโท นาวิน สังกัด ร17/3 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จังหวัดเชียงราย พร้อมภรรยา และ ลูกชายบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง

และตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีขาวขนาดใหญ่ 2 ถุง โดยในถุงบรรจุยาบ้า จำนวน 4 แสนเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ทำการสอบสวน

ความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว จ่าสิบโท นาวิน ไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เช่ารถคันดังกล่าวมาจากจังหวัดเชียงราย โดยเดินทาง ช่วงของคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปรับยาบ้ามาจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วขับกลับ โดยจะทิ้งยาบ้าตามจุดที่นัดหมายในพื้นที่ จ.พิจิตร แต่เกิดอาการเพลียจึงเปลี่ยนให้ภรรยาขับ มาถึงที่จุดเกิดเหตุมีสุนัขตัดหน้าจึงเสียหลักตกข้างทาง

ทั้งนี้ จ่าสิบโท นาวิน รับสารภาพว่าสาเหตุที่รับจ้างขนเพื่อนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคระบบขับถ่าย ก่อนหน้านี้ได้พยายามกู้เงินจากแหล่งอื่นไม่เป็นผล จึงต้องมารับจ้างขนส่งยาเสพติด  

ล่าสุด พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เดินทางพื้นที่พร้อมทำการสอบสวนผู้ต้องหา พร้อมสั่งการให้ดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีข้อมูลของขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาง จ.พิจิตรแล้ว และจะขยายผลการจับกุมต่อไป

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า ไว้จำหน่ายและครอบครอง จะได้ตรวจสอบหลักฐาน และรวบรวมข้อมูล เพื่อทำการขยายผลเครือข่ายของยาเสพติดชุดนี้ต่อไป