realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: พฤศจิกายน 2020

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

เปิดใจสามีของแม่ใจยักษ์ เผยรู้ว่าเสพยา แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้ลูก 4 คนส่งยาด้วย

จากกรณี เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 12 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อำเภอสัตหีบ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ร่วมทำการตรวจสอบ บ้านพักในชายทะเลชุมชนช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังมีแหล่งข่าวว่ามีแม่เด็กได้ใช้ลูก ซึ่งเป็นเด็กหญิง จำนวน 1 คน และเด็กชาย จำนวน 3 คน ร่วมเป็นจำนวน 4 คน ส่งยาบ้า ให้กับลูกค้า ตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนมาก ส่วนผู้เป็นแม่ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.อุไรวรรณ์ หรือ ตุ๊ก ได้หลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง ปล่อยลูกทิ้งไว้ ส่วนเด็กๆ ทั้ง 4 คน ได้นำเจ้าหน้าที่นำไปคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดชลบุรี เพื่อติดต่อหาญาติและหาทางแก้ไขต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านพักของ น.ส.อุไรวรรณ์ อายุ 34 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กทั้ง 4 คน ที่หลบหนีไป ได้พบกับ นายสามารถ อายุ 40 ปี สามีของ น.ส.อุไรวรรณ์ อยู่ภายในบ้าน ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ โดยกล่าวว่า ตนอยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี แล้ว โดย น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมีลูกติดมาก่อนแล้ว 2 คน และมีลูกกับตน 2 คน โดยตนทำงานเป็นลูกจ้างเรือประมงและจะออกทะเล ครั้งละ 15 วัน และจะได้พัก 3 วัน ซึ่ง น.ส.อุไรวรรณ์ นั้นมักชอบเสพยาเป็นประจำ โดยลูกติดทั้ง 2 คน ก็มีนิสัยดื้อ ไม่ยอมเรียนหนังสือ และมีเพื่อนเป็นเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ชอบพาเพื่อนมาเสพยาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งตนก็เคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง

ส่วนเรื่อขายยานั้น ตนไม่รู้ว่า น.ส.อุไรวรรณ์ ขายยาเสพติดเองด้วย รู้แค่ว่าเอายาให้เด็กกลุ่มวัยรุ่น เพื่อแลกกับให้เติมเงินเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเมื่อวานหลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมและนำลูกทั้ง 4 คนไป โดย น.ส.อุไรวรรณ์ ได้หลบหนีไปก่อนนั้น ตนก็เพิ่งขึ้นจากเรือประมงพอดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสารเสพติดแล้วไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ก็อยากรับลูกคนเล็ก 2 คนกลับมาเลี้ยง ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้บอกจะดำเนินการประสานงานให้ แต่ก็ติดในเรื่องที่ตนไม่ได้มีชื่อเป็นพ่อเด็กทั้ง 2 คน

ส่วนลูกติดของภรรยา 2 คนนั้น ก็คงให้ญาติทาง น.ส.อุไรวรรณ์ ติดต่อรับไปเลี้ยงเอง เพราะชอบสร้างปัญหาให้กับที่บ้าน

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอดแม่ตาย-ลูกรอด ไม่ออกมารับผิดชอบ ลั่นหากไม่ชี้แจงจะไม่เผาศพ

(11 พ.ย.63) นายพโนมล สามีของ น.ส.ชนิดา และ นางรัชดา พี่สาวของ น.ส.ชนิดา พนักงานจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ตาลำ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีว่า น.ส.ชนิดา ได้ตั้งครรภ์และฝากท้องไว้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อถึงวันกำหนดคลอดโดยการผ่าจึงได้นำตัวมาโรงพยาบาล

ช่วงก่อนผ่าตัดสุขภาพของ น.ส.ชนิดา นั้นแข็งแรงดี หลังจากผ่าลูกออกมาแล้วเป็นชายแข็งแรง ส่วนแม่นั้นปรากฏว่าช็อกและหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทางโรงพยาบาลไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด อ้างแต่เพียงสาเหตุการตายเท่านั้นว่า น้ำคร่ำเข้าปอดเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความข้อหาประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ภายหลังจากตำรวจรับแจ้งแล้วจะได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นางรัชดากล่าวว่า หากโรงพยาบาลไม่ออกมารับผิดชอบ ก็จะไม่เผาศพ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 หลังจากที่รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจพบชาวบ้านในหมู่บ้านถุงทองมัสยิดมะดีนะฮ์ เขตเทศบาลนครแม่สอดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 5 รายยกครอบครัว และถูกนำตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น 

นายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาวะโควิดในพื้นที่อำเภอแม่สอด บุคลากรทางการแพทย์ได้จัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ขณะนี้หายจากอาการป่วยและกลับเข้าชุมชนได้แล้ว ชุมชนกลุ่มเสี่ยงเราได้เข้าไปตรวจคัดกรองกว่า 8,000 คน ซึ่งทั้ง 8,000 กว่าคนผลออกมาเป็นลบทั้งหมด ช่วงนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากโดยเฉพาะน้ำตกทีลอซูได้อย่างมีความสุข ส่วนรถสินค้าของเมียนมาเราจำกัดสถานที่ขนส่งสินค้าในจุดขนถ่ายทั้งหมด ไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ ขณะนี้แม่สอดมั่นใจโควิด-19 เราเอาอยู่ แต่อย่าลืม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด รับแจ้งมีโจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในชุมชนมะดีนะฮ์ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวผู้ป่วยโควิดทั้ง 5 รายที่เพิ่งกลับบ้านมาได้เพียง 1 วัน ขณะที่เจ้าของบ้านออกไปจ่ายตลาดกลับมาพบบ้านถูกงัดมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบเพราะกลัวโควิดอาจจะหลงเหลือในบ้าน ต้องรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมใส่ชุดนิรภัยเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง เผยคลิปหลุดเพราะมีปัญหากันเองภายใน รพ.

จากกรณี มีการเผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าหน้าที่ชายทำร้ายผู้ป่วย ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยแพทย์สั่งให้สแกนสมองเนื่องจากมีเลือดคั่ง แต่คนไข้มีอาการดิ้น ทำให้พนักงานเปลใช้กำลังกับผู้ป่วยจนดูเหมือนเป็นการทำร้ายร่างการ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม ผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 50 ปี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ แพทย์จึงสั่งให้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมอง และได้สั่งให้ยาระงับอาการบาดเจ็บ และมีการมัดมือมัดเท้าคนไข้ แต่คนไข้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ สับสนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีอาการดิ้นจนเชือกที่มัดไว้ขาด

เจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานเปลชายคนดังกล่าว มาช่วยคุมคนไข้ให้อยู่ในอาการสงบ ซึ่งเป็นภาพการกดและพูดให้คนไข้ให้อยู่ในความสงบ แต่คนไข้ก็ยังดิ้นไม่ให้ความร่วมมือ ก็เลยดูเหมือนว่าจังหวะเป็นการกระตุ้นคนไข้ในจุดที่ให้มีการตื่นตัว แต่ภาพอาจดูไม่นิ่มนวล ไม่เหมาะสม ดูเหมือนเป็นการทำร้ายคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการรุนแรงอย่างที่ปรากฏในภาพ ส่วนคนไข้ดังกล่าว ก็ปลอดภัยดี ไม่มีอาการทางสมองแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดออกมา เนื่องจากบุคลากรมีปัญหากันเองที่ภายในโรงพยาบาล ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีมาตรการในการควบคุมดูแล เข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก 

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ดูรูปปั้นคล้ายช้างที่พบจากข้างรางรถไฟ คาดเป็นของโบราณ ลองแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูมีตัวเลขโผล่ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ต.ค.) ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 106 ซอยร่มเย็น หมู่ที่ 7 ตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน หลังทราบว่าชาวบ้านในซอยดังกล่าวขุดพบรูปปั้นคล้ายช้างที่ข้างรางรถไฟ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่ชาวบ้านจะนำมาใส่พานเพื่อตั้งบูชาโดยจุดธูปเทียนเพื่อขอโชคลาภ

จากการสอบถาม คุณป้ารุจิราม มณีรัตน์ อายุ 63 ปี และนางอนงค์ ก๋องเจริญ อายุ 59 ปี ผู้ที่พบเห็นและนำมาตั้งใส่พาน ทราบว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ทางการรถไฟได้มาทำสะพานข้ามน้ำที่จุดดังกล่าวโดยใช้รถแบ็คโฮขุดดินที่อยู่ด้านใต้น้ำขึ้นมาไว้ข้างๆ ทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดที่พบรูปปั้นคล้ายช้าง

จนกระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีฝนตกจึงทำให้ส่วนหลังของรูปปั้นคล้ายช้างโผล่พ้นดินขึ้นมา ตอนแรกๆ ก็ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเย็นวันนี้ เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ไปขุดที่จุดดังกล่าว และพบรูปปั้นคล้ายช้างจึงนำมาทำความสะอาด แล้วก็นำมาวางใส่พานก่อนที่จะจุดธูปเทียน เครื่องสังเวยมาถวายและลงมือทาแป้งเพื่อขอโชคลาภ

ตนเองก็ไม่รู้ว่าช้างที่ขุดพบปั้นมาจากปูนหรือเป็นหินทรายแกะสลักกันแน่ แต่ตัวช้างมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม และบริเวณลำตัวส่วนใหญ่เกือบจะสมบูรณ์ แต่บริเวณด้านหน้าช่วงงวงเกิดการแตกหักหายไป ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นของโบราณอายุหลายสิบปีหรือนับร้อยปี ตั้งใจมาดลใจให้ชาวบ้านเห็นเพื่อนำมาเก็บรักษาไว้

ทั้งนี้ เมื่อชาวบ้านนำแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูพบว่ามีตัวเลขโผล่ออกมาคือ 63, 279 และ 275 และต่อมาลูกหลานของตนเองได้นำไปโพสต์ลงเฟชบุ๊ก ทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ทราบข่าวเริ่มทยอยมาของโชคลาภ ซึ่งหากตนเองถูกรางวัลได้เงินรางวัลมามากๆ ก็จะสร้างศาลถวายให้อีกด้วย