realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: พฤษภาคม 2021

สาวหนีตายระทึก! แอร์ระเบิด ไฟไหม้ควันท่วมห้อง จนท.เร่งดับเพลิงวุ่น

สาวหนีตายระทึก! แอร์ระเบิด ไฟไหม้ควันท่วมห้อง จนท.เร่งดับเพลิงวุ่น

สาวหนีตายระทึก แอร์ระเบิด ไฟไหม้ควันท่วมห้องโรงแรมย่านเมืองนนทบุรี ใช้กักตัวผู้เสี่ยงสูง โควิด เจ้าหน้าที่เร่งสกัดเพลิง สำลักควันบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 25 พ.ค.2564 ร.ต.ท.ศุภชัย ขอมคง พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งซึงห่างออกไป100เมตรเป็นสำนักงานกระจายสินค้าตัวตัดเทปและที่ตัดเทปในพื้นที่ย่านถนนงามวงศ์วาน ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยรถดับเพลิงของเทศบาลนครนนทบุรี จำนวน 3 คัน

ที่เกิดเหตุของโรงแรมดังกล่าว ซึ่งใช้เป็นสถานที่กักตัวดูอาการของกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 20-30 คน พบห้องต้นเพลิงที่เกิดเหตุมาจากห้อง 309 ชั้น 3 ของโรงแรม เจ้าหน้าที่เร่งทำการดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งสำลักควันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สาวหนีตายระทึก แอร์ระเบิด ไฟไหม้ควันท่วมห้องโรงแรมย่านเมืองนนทบุรี ใช้กักตัวผู้เสี่ยงสูง โควิด

จากการสอบถาม น.ส.ภัส (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าว ให้การว่า ตนตื่นนอนมาเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อเตรียมตัวจะไปทำงาน ระหว่างที่ใช้รีโมทกดเปิดแอร์ไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงดังมาจากเครื่องแอร์ จากนั้น ก็พบว่าเริ่มมีกลุ่มควันดำพวยพุ่งออกมาจากแอร์ และเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเกิดเป็นไฟลุกไหม้ตามมา

“เราต้องวิ่งหนีออกมาร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุที่เกิดเพลิงลุกไหม้นั้น คิดว่าน่าจะเป็นเพราะแอร์ในห้องนั้นอยู่ในสภาพเก่าพอสมควร จนเกิดความชำรุด จึงทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้จากแอร์ตามมา” น.ส.ภัส กล่าว

ด้าน นายสรายุทธ ดวงจันทร์ พนักงานดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ จึงรีบนำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ซึ่งในห้องดังกล่าวตอนที่ตนเปิดเข้าไปนั้นพบกลุ่มควันหนาแน่นมากและไฟกำลังลุกลามมาที่โต๊ะชั้นวางหัวนอน จึงใช้น้ำฉีดสกัดไฟไม่นาน ก็สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เครื่องปรับอากาศอาจจะเกิดชำรุดและทำให้เกิดความร้อนสะสมจนเกิดระเบิดและกลายเป็นไฟลุกไหม้ตามมา อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายพิสูนจ์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้ง

เมนูเปิบพิสดาร! สกัดจับหนุ่มขนลิงแน่นรถนับร้อย เวทนา13 ตัวช่วยไม่ทัน

เมนูเปิบพิสดาร! สกัดจับหนุ่มขนลิงแน่นรถนับร้อย เวทนา13 ตัวช่วยไม่ทัน

สกัดจับระทึก กระบะขนลิงแสมส่งชายแดน ข้ามไปทำเมนูเปิบพิสดาร เจออัดแน่นอยู่ในลังนับร้อย สภาพอ่อนล้าจวนเจียนสิ้นใจ ส่วนอีก 13 ตัวลาโลกไปก่อนแล้ว

เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ 27 พ.ค.2564 พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.3 บก.ป. พร้อมกำลังตำรวจ บก.ปทส. สกัดจับรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน 1 ฒฉ 4894 กทม. ในพื้นที่ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ในบริเวณละแวกเดียวกับร้านค้าจำหน่ายซองไปรษณีย์พลาสติกและถุงไปรษณีย์พลาสติกจากการตรวจค้นพบลังพลาสติก 17 ลัง ภายในมีถุงตาข่ายไนลอนสีฟ้าอัดแน่นลังละ 4- 5 ถุง ภายในถุงมีลิงแสมถุงละ 1 ตัว

สภาพแต่ละตัวอิดโรย บางตัวตายไปแล้ว จึงจับกุม นายภาณุพงษ์ อายุ 25 ปี บ้านอยู่ ต.บ่อกรุ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จากนั้นรีบนำลิงออกมาให้น้ำระบายความร้อน โดยนับได้รวม 103 ตัว ตายไป 13 ตัว พร้อมประสานกรมอุทยานฯมาช่วยเหลือลิง

 เมนูลิง

พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้ง ขบวนการลักลอบขนย้ายสัตว์ป่าข้ามชาติ กำลังนำลิงแสม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนจำนวนมากจาก จ.พิจิตร มุ่งหน้ามาตามถนนสายพนมสารคาม-สระแก้ว มุ่งหน้าไปชายแดนสระแก้ว ส่งเข้าประเทศเพื่อนบ้านก่อนถูกส่งต่อไปขายยังประเทศจีน จึงเฝ้าสกัดจับจนพบรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงรีบติดตามแต่ปรากฎว่าชายคนขับพยายามหลบหนี แต่ก็ถูกสกัดจับได้ใกล้ สภ.ศรีมหาโพธิ ลิงที่พบส่วนใหญ่ อายุ 2-3 ปี ส่วนรถที่ใช้ขนเป็นรถสวมทะเบียน

 เมนูลิง

สอบสวนนายภาณุพงษ์ สารภาพ รับจ้างขนลิงแสมมาจากพิจิตร กำลังนำไปส่งที่ชายแดนสระแก้ว เพื่อส่งข้ามพรมแดนไปทำเมนูเปิบพิสดาร ขนมาแล้ว 3 ครั้ง ค่ารับจ้างครั้งละ 3,000 บาท ส่วนคนจ้างเป็นคนในหมู่บ้านใกล้กัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำตัวส่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จ้างวานและเครือข่ายที่เหลือต่อไป

หนุ่มช้ำใจ ซื้อข้าวเหนียวกินกับปีกไก่ ต้องจ่ายเงิน 90 บาท

หนุ่มช้ำใจ ซื้อข้าวเหนียวกินกับปีกไก่ ต้องจ่ายเงิน 90 บาท

แพงไปมั้ย? หนุ่มโพสต์ ซื้อข้าวเหนียวกับปีกไก่ ต้องจ่ายเงินเกือบร้อย

สมาชิกเฟซบุ๊ก Southen Man เปิดเผยเรื่องราว ผ่านกลุ่ม “สัตหีบ…เจ้าเอย” โดยระบุว่า “ผิดเองที่ไม่ถามราคาก่อน ทั้งหมดนี้ 90 บาท เฉพาะข้าวเหนียว 20 แพงไปมั้ยครับ #ชายหาดบางเสร่”

ผู้โพสต์เปิดเผยข้อมูลกับ Sanook News ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันนี้ (4 ก.ค.63) เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ตนเดินทางไปยัง ชายหาดบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระหว่างนั้นแวะซื้อปีกไก่ย่าง พร้อมข้าวเหนียว จากรถเร่ที่จอดขายริมทางบริเวณหน้าร้านจำหน่ายซองใส่ขนมและซองใส่คุกกี้ รวมทั้งสิ้น 4 รายการ ประกอบด้วยปีกไก่ ตูดไก่ และข้าวเหนียว โดยผู้ค้าคิดราคา 90 บาท ทั้งนี้มีการถามกลับ ได้รับคำตอบว่าข้าวเหนียวราคา 20 บาท

ภายหลังจึงนำเรื่องราวดังกล่าว สอบถามสมาชิกในสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สินค้าที่ซื้อมามีราคาแพงกว่าท้องตลาดทั่วไป และยังส่งภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อเมืองท่องเที่ยว ในขณะเดียวกัน พบว่ามีประชาชนบางส่วนเคย ถูกผู้ค้ารายนี้คิดค่าสินค้าแพงเกินจริง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และควบคุมราคาอย่างจริงจัง

ครูสาวเล่านาทีระทึก ขับรถมาดี ๆ เจอคนวิ่งใส่ ผวาหักหลบหวุดหวิด

ครูสาวเล่านาทีระทึก ขับรถมาดี ๆ เจอคนวิ่งใส่ ผวาหักหลบหวุดหวิด (คลิป)

ครูสาวผวา ขับรถไปทำงาน เจอหญิงปริศนากระโดดใส่รถ โชคดีหักหลบทัน นำคลิปหน้ารถไปแจ้งความ โพสต์เตือนภัย เผยชาวบ้าน โดนมาแล้วหลายราย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2564 ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี น.ส.ธนาภา ศรีวิหะอายุ 38 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้นำคลิปเหตุการณ์ถูกหญิงคนหนึ่งโดดตัดหน้ารถ ลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ติดตามพฤติกรรมของหญิงสาวคนดังกล่าวว่าทำเพื่ออะไร เพราะมีชาวบ้านในพื้นที่หลายรายก็โดนในลักษณะเดียวกันหลายคน

คลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องหน้ารถ บันทึกเหตุการณ์ขณะหญิงสาวรายหนึ่งตั้งใจวิ่งเข้าใส่รถแต่ตนหักหลบทันโดยไม่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะนำคลิปมาโพสต์เพื่อเตือนภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนสายโกเตง- ท่าสะท้อนบริเวณก่อนถึงร้านค้าจำหน่ายซองใส่ขนมและซองใส่คุกกี้ ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา

น.ส.ธนาภา กล่าวว่า ปกติตนจะใช้เส้นทางนี้เพื่อไปโรงเรียนเป็นประจำ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับตนเป็นอย่างมาก จึงได้ขับรถหักหลบอย่างกระทันหันโชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ส่วนที่นำคลิปมาโพสต์ในโลกโซเชียลก็เพราะอยากจะเตือนผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวให้ระวังพฤติกรรมของหญิงสาวคนดังกล่าว

ด้านพ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากได้เห็นคลิปดังกล่าวก็ได้สั่งการให้ร.ต.อ.สันติ วังไธสง หัวหน้าจุดบริการประชาชนวัดประดู่ ตรวจสอบตามเส้นทางดังกล่าว ว่ายังมีหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่หรือไม่

เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบชาวบ้านในพื้นที่พบว่ามีชาวบ้านหลายรายเคยเจอหญิงรายนี้ทำพฤติกรรมดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้เส้นทาง และกำลังอยู่ในช่วงสืบหาตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป

ไอเดียบรรเจิด นำเศษไม้สักมาประดิษฐ์ รถ เรือ เกวียนโบราณ หาเลี้ยงครอบครัว

ไอเดียบรรเจิด นำเศษไม้สักมาประดิษฐ์ รถ เรือ เกวียนโบราณ หาเลี้ยงครอบครัว

วันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่บ้านเลขที่ 95 หมู่7 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายนรินทร์ ด้วงเจริญอายุ 54 ปี นักประดิษฐ์ เล่าว่าอดีตเป็นลูกจ้างขับรถบรรทุกสิบล้อส่งของเมื่ออายุเริ่มเยอะขึ้น คนรุ่นใหม่ก็ขยับเข้ามาแทนที่จึงต้องหันมายึดอาชีพเก็บและรับซื้อของเก่าขาย

และช่วงที่ตระเวนรับซื้อของเก่าพบว่าโรงงานแปรรูปไม้ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงงานจำหน่ายตัวตัดเทปและที่ตัดเทปซึ่งอยู่ใกล้บ้านมักนำเศษไม้สักขนาดต่างๆที่โรงงานไม่ใช้ประโยชน์มาทิ้ง ตนจึงได้เก็บมาแล้วทำการคัดแยกตามขนาดเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จากนั้นพอมีความรู้ด้านช่างไม้และค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมจากยูทูป

จึงเป็นจุดเริ่มต้นและแรงผลักดันให้สร้างผลงานจากเศษไม้สัก ที่สำคัญตนเองนั้นฐานะไม่ค่อยดีจึงขาดโอกาสที่จะเล่นของเล่นในวัยเด็กเพราะไม่มีเงิน

กลายเป็นแรงผลักดันแรงบันดาลใจที่จะนำเศษไม้สักที่เก็บมาประดิษฐ์เป็นโมเดลรถประเภทต่างๆไม่ว่าจะเป็นรถสิบล้อรถยนต์โดยสาร(รถคอกหมู) เกวียน เรือ โดยจะวาดแบบเป็นภาพใส่กระดาษไว้ของแต่ละชิ้นใช้เวลา 2 วัน

จากนั้นนำลง facebook (Narin Duangcharoen) เพื่อนๆ ต่างแชร์มีคนสนใจสอบถามและจ้างให้ทำ เมื่อเสนอแบบจนลูกค้าพอใจจึงจะประดิษฐ์ขึ้น ส่วนราคาเริ่มต้นชิ้นละ 900 บาท

ล่าสุดกรมพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ส่ง จนท.เข้ามาดูผลงานสิ่งประดิษฐ์ พร้อมนำเข้าสู่สินค้าโอท็อปของจังหวัดอุตรดิตถ์โดยใช้ชื่อว่า“ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้อันทรงคุณค่า” สร้างความภาคภูมิใจให้ตนเองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้สิ่งประดิษฐ์จากเศษไม้สักเป็นรายได้หลักเนื่องจากตัวเองเป็นเสาหลักของครอบครัว หากมีผู้ใดสนใจสามารถสอบถามรายได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-0386622

เปิดใจหนุ่มรถกระบะ คู่กรณีซูเปอร์คาร์หรู เข็ดจำขึ้นใจ…จะไม่ซิ่งอีก

เปิดใจหนุ่มรถกระบะ คู่กรณีซูเปอร์คาร์หรู เข็ดจำขึ้นใจ...จะไม่ซิ่งอีก (มีคลิป)

หนุ่มเจ้าของรถกระบะคู่กรณีเฉี่ยวชนซูเปอร์คาร์ McLaren มีเพียง 3 คันในประเทศ ได้เปิดใจขอบคุณเจ้าของรถหรูที่ไม่เอาเรื่องหนัก จำเป็นบทเรียนสำคัญในการขับขี่รถบนท้องถนน

จากกรณีที่โลกโซเซียลมีเดียให้ความสนใจ อุบัติเหตุหนุ่มขับกระบะเฉี่ยวชนกับรถซูเปอร์หรู มูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท ทำให้ได้รับความเสียหาย เป็นประเด็นที่ฮือฮาและเตือนใจให้คนใช้รถใช้ถนนที่ไม่ควรขับขี่ด้วยความประมาทและใช้ความเร็วเกินกำหนดนั้น

(13 ส.ค.) ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปพบกับ นายวีระพงษ์ อายุ 29 ปี ชายหนุ่มคนขับกระบะในคลิปวิดีโอดังกล่าว ที่กลายเป็นคู่กรณีกับเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ McLaren 720S ที่มีเพียง 3 คันในประเทศไทย โดยเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนกำลังจับรถกระบะเชฟโลเลต สีดำ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังเมืองพัทยา จ.ชลบุรีเพื่อไปรับซองไปรษณีย์พลาสติกและถุงไปรษณีย์พลาสติกมาจำหน่ายในร้านค้าของตน โดยใช้เส้นทางถนนมอเตอร์เวย์ ทางหลวงหมายเลข 7 โดยใช้ความเร็วประมาณ 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดเส้นทาง

กระทั่งขับมาถึงช่วงบริเวณทางต่างระดับ ตัดกับทางแยกไป จ.ระยอง จุดดังกล่าวมีการเปิดซ่อมแซมถนนบางช่วง ทำให้มีการบีบช่องทางการกจราจรเหลือเพียง 2 เลน จุดนั้นยังเป็นทางโค้งเล็กน้อย ประกอบกับตนขับมาด้วยความเร็ว เมื่อรถเบรกกะทันหัน จึงทำให้รถเซไปเฉี่ยวกับรถยนต์โตโยต้า สีดำ ที่อยู่เลนซ้ายสุด ก่อนท้ายรถจะปัดไปกระแทกกับรถซูเปอร์คาร์

ภายหลังจากเกิดเหตุตนได้รีบลงจากรถ เพื่อลงไปดูสภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับรีบกล่าวขอโทษรถคู่กรณีทั้ง 2 คัน โดยไม่ทราบเลยว่ารถคันที่ตนได้เฉี่ยวชนไปนั้น จะมีมูลค่าสูงเกือบ 30 ล้านบาท รู้เพียงว่าเป็นรถสปอร์ตคันหรู ที่มีคงจะมีราคาแพงมากเท่านั้น

ซึ่งเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ก็ได้กล่าวตักเตือนตนให้ขับรถด้วยความระมัดระวังมากกว่านี้ ไม่ควรประมาท โดยไม่ได้ตำหนิต่อว่าตนรุนแรงแต่อย่างใด พร้อมบอกอีกว่า ถ้าเป็นรถคันอื่นคงไม่จบแค่นี้ เพราะรถมีราคาสูงมาก และปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ประกันภัยต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากจากมีกระแสเป็นข่าวดังในโลกโชเชียลมีเดีย ตนก็รู้สึกพูดอะไรไม่ถูก แต่ดีใจและขอบคุณที่เจ้าของรถซูเปอร์คาร์ที่ไม่เอาเรื่องรุนแรง ทำให้ตนตระหนักถึงความไม่ประมาทในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

ชาวบ้านโวย ขุดถนนฝังท่อ เทพื้นไม่เรียบ ทั้งหลุม-ทั้งเนิน รถล้มเจ็บ วอนแก้ไขด่วน

ชาวบ้านโวย ขุดถนนฝังท่อ เทพื้นไม่เรียบ ทั้งหลุม-ทั้งเนิน รถล้มเจ็บ วอนแก้ไขด่วน

ชาวบ้านโวยเดือดร้อนหนักขุดถนนฝังท่อระบายน้ำ เทพื้นไม่เรียบ ผิวถนนผุพังรถตกหลุมพังเสียหาย คนบาดเจ็บ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

วันที่ 16 พ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่อาศัยบริเวณฝั่งตรงข้ามคลังสินค้าจำหน่ายซองใส่ขนมและซองใส่คุกกี้ร้องเรียนว่า เส้นทางถนนสุขุมวิท ทั้งฝั่งขาเข้าพัทยา และขาเข้าสัตหีบ ในพื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่ชุมชนบ้านอำเภอจนถึงป้ายเข้าเขตเมืองพัทยา มีการขุดฝังแนวท่อระบายน้ำ ของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างขยายแนวถนน สร้างความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนน

จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณร่องกลางถนน มายังริมฝั่งถนน มีการขุดวางท่อเสร็จและมีการฝังกลบเทพื้นถนน แต่ผิวถนนกลับไม่เรียบเป็นปกติเหมือนเดิม ซึ่งบางจุดเป็นร่องถนนขนาดใหญ่ บางจุดนั้นเป็นหลุมขนาดใหญ่ หรือในบางจุดนั้นเป็นเนินไม่เรียบ โดยในช่วงเวลากลางคืน ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่ทราบว่าจุดไหนมีการขุดฝังแนวท่อหรือผิวถนนชำรุด ขับขี่รถตกหลุม หรือร่องถนนที่ผิวชำรุด จนทำให้บางคันรถได้รับความเสียหาย บางรายขี่รถจักรยานยนต์ตกหลุมล้มจนได้รับบาดเจ็บ

ชาวบ้านท่านหนึ่ง เผยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาดำเนินการแก้ไข หรือหาแนวทางป้องกัน ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอเรื่องนี้ไปแล้วและทางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างถนนเส้นทางนี้ ได้มาดำเนินการแก้ไข แต่ก็แค่ในจุดที่มีการนำเสนอเรื่องราว ซึ่งในหลาย ๆ จุดก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม อยากถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ว่า ความเดือดร้อนของชาวบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยหรืออย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานในพื้นที่

เข้าใจว่าในช่วงนี้ถนนสุขุมวิทในพื้นที่นั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้างและขยายแนวถนน และจะมีการเทผิวถนนใหม่ แต่ในระหว่างการก่อสร้างนี้ ควรคิดคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนให้มากที่สุด ไม่ควรปล่อยให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนนโดยด่วน

ลูกค้าแสบ ซื้อของ 5 บาท เห็นแมววิ่งผ่าน คว้าหมับ อุ้มใส่รถหน้าตาเฉย

ลูกค้าแสบ ซื้อของ 5 บาท เห็นแมววิ่งผ่าน คว้าหมับ อุ้มใส่รถหน้าตาเฉย

กล้องวงจรปิดจับชัด ชายคนหนึ่ง เข้ามาซื้อของ 5 บาท เห็นแมววิ่งผ่านคว้าหมับ อุ้มไปใส่รถหน้าตาเฉย เจ้าของร้านวอน นำกลับมาคืน เป็นห่วงมาก

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2564 ที่ร้านภิลัยวัลย์ออโต้เซอร์วิสซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านค้าจำหน่ายถุงแถบกาวและถุงแพ็คเสื้อ เลขที่ 41/4 ม.7 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี น.ส.ณัฐชนันท์ ภิลัยวัลย์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีชายคนหนึ่งเข้ามาซื้อของที่ร้าน โดยขโมยแมวของร้านไปด้วย

น.ส.ณัฐชนันท์ กล่าวว่า ชายคนนี้อายุประมาณ 45-50 ปี สูงประมาณ 165-170 ซม. ขับรถยนต์ ฮอนด้า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่หน้าร้านเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 พ.ค. 64 ขณะที่ยืนอยู่หน้าร้าน แมวที่ร้านเลี้ยงไว้ได้เดินออกมาชายคนดังกล่าวก็จับแมวอุ้มเล่น แล้วนำแมวซุกไว้ด้านหลังเดินไปเก็บไว้ที่รถของตัวเอง แล้วเข้ามาขอซื้อซีนแหวนลูกยาง 1 อัน ราคา 5 บาท แล้วขับรถกลับไป

ก่อนที่แมวจะหายหลานชายที่ยืนอยู่หน้าร้าน บอกว่าชายคนดังกล่าวพยายามจะขโมยแมวไปซึ่งตนไม่เชื่อ คิดว่าแมวไปเดินเล่นที่ร้านข้าง ๆ จนพบว่าแมวได้หายไปจึงไปดูกล้องวงจรปิดก็พบว่าชายคนดังกล่าวขโมยแมวไป

ซึ่งแมวตัวดังกล่าวเป็นแมวพันธุ์ไทยเพศผู้ สีขาว อายุ 5 เดือน ชื่อ “กอรัม” ซึ่งในตอนนี้เป็นห่วงแมวมาก กลัวว่าคนที่นำไปจะเอาแมวไปเลี้ยงไม่ดีหรือนำแมวไปฆ่ากิน เป็นห่วงแมว อยากได้คืน อยากขอให้คนที่นำไปนำแมวมาคืนที่ร้านด้วย

ระทึก ไฟไหม้โรงงานพลาสติก สุขาภิบาล 5 หวิดลามเข้าหมู่บ้านชื่อดัง

ระทึก ไฟไหม้โรงงานพลาสติก สุขาภิบาล 5 หวิดลามเข้าหมู่บ้านชื่อดัง

ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านสุขาภิบาล 5 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้ว หลังใช้ความพยายามดับเพลิงกว่า 3 ชั่วโมง

วันนี้ (16 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. เกิดไฟไหม้โรงงานพลาสติกซึ่งห่างออกไป1กิโลเมตรเป็นคลังสินค้าจำหน่ายตัวตัดเทปและที่ตัดเทป บริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 39 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกและโฟม โดยแบ่งเป็นโกดังขนาดใหญ่สูง 2 ชั้น รวม 4 โกดัง มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ โดยเพลิงเห็นได้ชัดจากระยะไกลเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

จากการตรวจสอบพบว่า เพลิงได้ลามเข้าด้านขวาของโรงงาน ซึ่งข้างในโรงงานนั้นมีเม็ดพลาสติก ทินเนอร์ และสารไวไฟเยอะมาก จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่ด้านขวาของโรงงาน เป็นหมู่บ้านชื่อดัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปที่หมู่บ้าน เพราะหวั่นว่าเพลิงไหม้จะลามเข้าหมู่บ้าน

ล่าสุด หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันยังไม่มีรายงานผู้ติดอยู่ด้านใน เนื่องจากเป็นวันหยุด


โกยแน่บ สาวเจ้าของร้านอาหารป่าปิดรั้วบ้าน เจองูเหลือมพันรั้วชูคอรอฉก

โกยแน่บ สาวเจ้าของร้านอาหารป่าปิดรั้วบ้าน เจองูเหลือมพันรั้วชูคอรอฉก

สาวเจ้าของร้านอาหารป่ากำลังปิดรั้ว เจองูเหลือมพันรั้วบ้านชูคอรอฉก เจ้าหน้าที่มาจับยังเจอกัดสู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (13 พ.ค.) เมื่อเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองชัยนาท เข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 457 ม.7 ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ชื่อร้านชมพู่อาหารป่า โดยร้านดังกล่าวอยู่ใกล้กับร้านค้าจำหน่ายซองไปรษณีย์พลาสติกและถุงไปรษณีย์พลาสติกเนื่องจากหลังรับแจ้งขอความช่วยเหลือจับงูเหลือม

ที่บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านพบงูเหลือม ยาวกว่า 3 เมตร พันอยู่ที่เสาค้ำรั้วจนแน่น เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปจับ ก็กัดสู้อยู่ตลอด เนื่องจากกำลังหิวโซ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงใช้จังหวะ กระโดดจับเข้าที่หัว แล้วนำออกมาจากรั้ว ใส่กระสอบนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นางสาวชมพู่ ท้วมผ่อง อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนกำลังเดินไปปิดรั้วที่หน้าบ้าน หลังเก็บร้านเสร็จ พอเดินไปถึงรั้ว เจองูเหลือมชูคอ แลบลิ้นแพล่บๆ จึงผงะ แล้วรีบวิ่งกลับมาที่ร้านแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะส่วนตัวเป็นคนที่กลัวงูอย่างมาก

ทั้งนี้ คิดว่าครั้งนี้งูมาให้เห็นแบบตาต่อตา น่าจะมาให้โชคตนและครอบครัว ส่วนเลขที่จะซื้อคงไม่พ้นเลขที่บ้านอย่างแน่นอน