realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

เดือน: กันยายน 2021

บุกยิงหนุ่มอายุ 36 ปี เสียชีวิตกลางป่า คาดปมเอี่ยวสิ่งผิดกฎหมาย

บุกยิงหนุ่มอายุ 36 ปี เสียชีวิตกลางป่า คาดปมเอี่ยวสิ่งผิดกฎหมาย

เช้านี้ที่หมอชิต – อีกคดีฆ่าโหดที่จังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราช หนุ่มอายุ 36 ปี รู้ตัวว่ามีคนปองร้าย จึงสลับเปลี่ยนที่นอนไปเรื่อย ๆ แต่หนีไม่พ้น คนร้ายรู้จุดตามไปยิงเสียชีวิตจนได้

เหตุการณ์นี้คนร้ายอาศัยจังหวะช่วงพลบค่ำ ก่อเหตุใช้ปืนยิง นายโกวิทย์ โดดำ อายุ 36 ปี ชาวบ้านตำบลบางตะพง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใกล้กับร้านจำหน่าย
ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ พบถูกยิงเสียชีวิต อยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง กลางป่าในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบนายโกวิทย์นอนเสียชีวิต สภาพร่างโชกเลือด พบตามลำตัวมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ห่างจากจุดที่พบไปไม่ไกลพบรถจักรยานยนต์ 1 คัน จอดอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของผู้เสียชีวิตหรือของใครกันแน่ นอกจากนี้ในจุดเกิดเหตุตำรวจพบพิรุธหลายอย่าง โดยพบสิ่งของเครื่องใช้และต้นไม้ประดับกระจายเกลื่อนพื้น จึงสันนิษฐานว่าก่อนที่นายโกวิทย์จะเสียชีวิต น่าจะมีการต่อสู้กับคนร้าย แต่พลาดถูกยิงเสียชีวิต

ด้านพันตำรวจโท พีระพงศ์ ยอดสุรางค์ รองผู้กำกับสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้กำกับ สภ.เฉลิมพระเกียรติ เผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายโกวิทย์เป็นคนนอกพื้นที่ อาศัยอยู่ตำบลบางตะพง อำเภอปากพนัง แต่มาทำงานก่อสร้างบ้านให้กับคน ๆ หนึ่งในพื้นที่เกิดเหตุ โดยมาพักนอนอยู่ที่กระท่อมหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว ก่อนเกิดเหตุมีพยานยืนยันว่า เห็นชาย-หญิงคู่หนึ่งต้องสงสัยเป็นคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายกันตรงไปที่กระท่อมของนายโกวิทย์ จากนั้นไม่นานเกิดเสียงปืนดังขึ้น ส่วนชายหญิงคู่ดังกล่าวขี่รถออกไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวทั้งคู่มาสอบสวน

โดยเชื่อว่าผู้เสียชีวิตกับชายหญิงคู่นี้ น่าจะขัดแย้งกันเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากพบข้อมูลว่ากระท่อมหลังเกิดเหตุเป็นแหล่งมั่วสุม จุดสำคัญที่เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมกลุ่มคนที่เข้าออกมาโดยตลอด

ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลว่า ทุกคืน นายโกวิทย์ ผู้เสียชีวิต ไม่เคยนอนในกระท่อม เพราะกลัวภัยจากผู้ที่ปองร้าย ทำให้ต้องไปผูกเปลนอนตามโค่นต้นไม้กลางป่า ใกล้กับกระท่อมหลังนี้ แต่สุดท้ายหนีไม่พ้น ถูกยิงเสียชีวิต

สุดหลอน! ชาวบ้านช็อกเจอโลงเย็นโผล่กลางทุ่งนา งานนี้ใครเจอก็ต้องเผ่น

สุดหลอน! ชาวบ้านช็อกเจอโลงเย็นโผล่กลางทุ่งนา งานนี้ใครเจอก็ต้องเผ่น

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า อำนาจ เผือกโคกสูง โพสต์รูปภาพโลงเย็นที่คลุมด้วยผ้าสีแดง วางอยู่กลางทุ่งนา หลังโรงงานเทปใส เทปกาว ซึ่งคาดว่าถูกกระแสน้ำพัดมาอยู่กลางทุ่งนา พร้อมระบุข้อความว่า “พบแล้วครับ โลงเย็นวัดบ้านดงตะเคียน พัดมากะน้ำป่า อยู่กะทุ่งนาป่าข้าวบ้านผมครับ กำลังรอผู้ช่วยสอ้าน ประสานงานมาเอาไปเก็บรักษาต่อไปครับ” ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว

หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามากดไลด์ กดแชร์ แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ “มีใครอยู่ข้างในม้ายยยยย, มีใครอยู่ข้างในม้ายยยยย, นั้นโลงนะไม่ใช้เรือ55, หนีเที่ยวซะไกลเลย, หลอนเลย, เลขฝาอะไรหนอ, อยากเที่ยวก็ไม่บอก, หาทางกลับบ้านไม่เจอ, ถ้าโล่งเปล่าก้อดีไป ถ้าข้างในมีคน ป่านนี่ญาติวิ่งหาแล้วล่ะ,

ส่องกบส่องปลา เจอตอนกลางคืนมีวิ่งแน่, เจอสภาพนี้ มีวิ่งป่าราบ, มาแต่ใส…คือมาเป็นตาย่านแท้, บริการฟรี..ถึงที่ไม่มีค่าใช้จ่าย, รายงานจากที่เกิดเหตุโล่งเย็นมีรอยขูดเล็กน้อยส่วนผู้เสียชีวิตปลอดภัยดีครับ” เป็นต้น

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากในเขต อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน จึงทำให้โลงเย็น (โลงเปล่า) ของวัดดงตะเคียน ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ถูกกระแสน้ำพัดหายออกมาจากวัด ซึ่งทางวัดก็ไม่รู้ว่าโลงเย็นถูกน้ำพัดหายไปตั้งแต่ตอนไหน มารู้อีกทีคือโลงเย็นหายไปจากวัดแล้ว จนกระทั่งมีชาวบ้านอยู่กลางทุ่งนา จึงประสานงานไปยังวัดดงตะเคียนให้มารับกลับวัดต่อไป

ลุยบ้านบ่อไร่ ตรวจรุกป่าชายเลน อดีตผญบ.สร้างอนุสาวรีย์ตัวเงินตัวทองป้องกัน

ลุยบ้านบ่อไร่ ตรวจรุกป่าชายเลน อดีตผญบ.สร้างอนุสาวรีย์ตัวเงินตัวทองป้องกัน

“กรมทะเล”ลุยตรวจพื้นที่บ้านบ่อไร่ จ.เพชรบุรี หลังอดีตผญบ. สร้างอนุสาวรีย์ตัวเงินตัวทอง ป้องกันนายทุนบุกรุกชายเลน ผลตรวจพื้นที่ไม่อยู่ในเขตป่าชายเลน ย้ำหากพบผิดจริง พร้อมใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด

วันที่ 22 ก.ย.2564 นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลแลชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีข้อร้องเรียนจากนายเสนาะ สุขจำเริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ ต.หนองศาลา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งได้สร้างอนุสาวรีย์ตัวเงินตัวทอง หน้าโรงงานถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ เพื่อคัดค้านนายทุนบุกรุกป่าชายเลน และได้แจ้งหลายหน่วยงานแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ว่าตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (จังหวัดเพชรบุรี) ลงตรวจสอบพื้นที่แล้ว

ลุยตรวจบ้านบ่อไร่

” พบว่าบริเวณคลองตากบดังกล่าว ไม่อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนตามแผนที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2545 ออกตามมติครม. 22 ส.ค. 43 และ มติครม.เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 43 บริเวณคลองดังกล่าว เป็นพื้นที่คลองระบายน้ำขนาดเล็ก ที่มีปลายเปิดออกทะเล พื้นที่ด้านบนริมคลองมีสภาพเป็นเนินดิน น้ำท่วมไม่ถึง ดินมีลักษณะเป็นดินปนทราย พื้นที่ไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลน พบเพียงไม้พุ่ม จำพวกหนามพุงดอ กระถินหางกระรอก และหญ้าขึ้นปกคลุมพื้นที่ มีร่องรอยการใช้ประโยชน์ของประชาชนตามสภาพท้องถิ่น ไม่พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ”

   กรมทะเลลุยตรวจ

นายโสภณ กล่าวอีกว่า ด้วยภารกิจรับผิดชอบ ตนได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (จังหวัดเพชรบุรี) ตรวจติดตามลาดตระเวน เพื่อการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในพื้นที่รับผิดชอบของกรม และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามได้ย้ำกับหน่วยงานในพื้นที่ให้เพิ่มกำลังในการตรวจลาดตระเวน

ทหาร-ฝ่ายปกครอง จับขบวนการแรงงานพม่า หนีเข้าไทย 47 คน สารภาพเสียคนละเป็นหมื่น

ทหาร-ฝ่ายปกครอง จับขบวนการแรงงานพม่า หนีเข้าไทย 47 คน สารภาพเสียคนละเป็นหมื่น

ทหาร-ฝ่ายปกครอง จับขบวนการแรงงานพม่า จากช่องทางธรรมชาติ หนีเข้าไทย 47 คน ผู้นำพา อีก 4 ราย สารภาพเสียค่าหัวคนละเป็นหมื่น

วันที่ 20 ก.ย.64 พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฏหมาย ลักลอบนำแรงงานเข้าประเทศมาในพื้นที่ บริเวณหน้าโรงงานถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ อ.ไทรโยค

จึงสั่งการให้ พ.อ.ยุทธนา มีเจริญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พ.อ. เฉลิมพล สังข์ต้อง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลังกับ กองร้อยตำรวจตระเวรชายแดนที่ 136 และ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทำการกระจายกำลังลาดตระเวนซุ้มเฝ้าตรวจ เพื่อตรวจเข้มในบริเวณแถวช่องทางธรรมชาติ

กระทั่งได้พบกลุ่มแรงงานข้ามชาติกำลังเดินลัดเลาะช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมแรงทั้งหมด โดยทำการจับกุมแรงงานที่ลักลอบหลบหนีเข้ามาจำนวน 47 คน (ชาย 28 คน , หญิง 19 คน) พร้อมผู้นำพาอีก 4 คน และรถยนต์จำนวน 1 คัน ณ บริเวณ ชายป่าหน้ามัสยิด บ้านท้ายเหมือง ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

สอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มบุคคลแรงข้ามชาติทั้งหมดได้เดินทางมาจาก จังหวัดทวาย และ จังหวัดพะโค ประเทศเมียนมา มีผู้นำพาไปรับจากแนวชายแดนแบ่งทะยอยกันเดินลงมาจากเขาแล้วพักคอยบริเวณชายป่า เพื่อรอรถยนต์ผู้ขนแรงงานมารับเข้าไปยังพื้นที่จังหวัดนครปฐม และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าเป็นเงิน จำนวน 14,000 – 25,000 บาท/คน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปตรวจคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และกักตัวตามมาตรการ จากนั้นนำตัวส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เตรียมเกณฑ์กู้ภัยทั้งจังหวัด ระดมหาลุงวัย 69 หลงป่า สุดกังวล 3 วันยังไร้วี่แวว

เตรียมเกณฑ์กู้ภัยทั้งจังหวัด ระดมหาลุงวัย 69 หลงป่า สุดกังวล 3 วันยังไร้วี่แวว

เตรียมเกณฑ์กู้ภัยทั้งจังหวัด ระดมหาลุงวัย 69 หลงป่าด่านซ้าย สุดกังวล 3 วันยังไร้วี่แวว นายอำเภอเผยถอดบทเรียนการค้นหา ระดมคนหาเพิ่มทุกตารางเมตร

วันที่ 13 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเฝ้าติดตามและค้นหา นายสังวร วงษ์มานิตย์ อายุ 69 ปี ผู้ที่สูญหายไปในป่า หลังโรงงานถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ กว่า 56 ชั่วโมงแต่ยังไรวี่แวว หลังเข้าไปในป่าท้องที่บ้านนาดี ท้ายหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.64) นายอำเภอด่านซ้าย จะขอความช่วยเหลือกู้ภัยทั้งจังหวัด เตรียมค้นหาครั้งใหญ่ระดมมาหมดทุกหน่วยทั้งจังหวัด

นายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย กล่าวว่า เรามีการค้นหามา 3 วันแล้ว ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการค้นหาผู้ศูนย์หายตำนาดี ประกอบด้วย ที่ทำการปกครองอำเภอด่านซ้าย, สนง.ปภ.จ.เลย สาขาด่านซ้าย, กอ.รมน.จังหวัดเลย, สภ.ด่านซ้าย, ร้อย8 พัน1 ทหาร ชป.กร.กกล.สุรศักดิ์ฯ, ทหารพราน ที่ 2101, ตชด.ที่ 247, หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ด่านซ้าย, กองร้อย อส.อ.ด่านซ้าย ที่ 7, รพ.สต.นาดี, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาดี, ชรบ., อปพร.ตำบลนาดี, กู้ภัยสัจจะไมตรี, มูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก, ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ และสุนัขค้นหา (K9) กว่า 150 คน ได้ค้นหาผู้สูญหาย ตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.00 น. ของวันนี้ แต่ยังไม่พบ จึงได้ยุติการค้นหา ถอดบทเรียนในการค้นหา และวางแผนในการค้นหาพรุ่งนี้ต่อไป

นายนที กล่าวต่ออีกว่า หลังจากมีการถอดบทเรียนออกมาพอได้ พรุ่งนี้เราจะระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จากเดิม 150-170 นาย พรุ่งนี้จะมีการเข้ากำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทุกหน่วยที่อยู่โซนใกล้ๆ มาระดมเดินปูพรม ให้เห็นทุกตารางเมตร คาดว่าอาจจะโชคดี พบเจอคนที่ค้นหา ซึ่งต้องรอลุ้นกัน

บุกชาร์จตัวชายคลั่งยาบ้า พบประวัติคดีลักทรัพย์ยาวเป็นหางว่าว

บุกชาร์จตัวชายคลั่งยาบ้า พบประวัติคดีลักทรัพย์ยาวเป็นหางว่าว

ตำรวจบุกชาร์จตัวชายคลั่งยาบ้า ก่อเหตุใช้มีดวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน แต่พฤติการณ์สุดแสบที่ทำให้ใครหลายคนตกใจ เมื่อพบว่าผู้ก่อเหตุมีหมายจับในคดีลักทรัพย์ยาวเป็นหางว่าว

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ ตำรวจ สภ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ใช้ไม้ง่ามเปิดฉากบุกเข้าชาร์จตัวชายอายุ 42 ปี หลังคลุ้มคลั่งจากการเสพยาบ้า ก่อเหตุใช้มีดวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา ก่อนจะหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในบ้านพักของเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการควบคุมตัวเป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากผู้ก่อเหตุดิ้นขัดขืน และต่อสู้ ซึ่งในระหว่างที่กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น ก็มีตำรวจนายหนึ่งถูกมีดที่ผู้ก่อเหตุถือบาดเข้าที่บริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้นควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรชายอายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุ พบว่ามีหมายจับในคดีลักทรัพย์เป็นจำนวนมาก ตำรวจจึงตรวจค้นภายในบ้านพักหลังเกิดเหตุ ที่ติดกับโรงงาน กล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ พบยาบ้าจำนวนหนึ่งและอุปกรณ์การเสพยาเสพติด อีกทั้งพบทรัพย์สินหลายรายการ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ถังก๊าซหุงต้ม เมื่อตรวจสอบแล้วก็ตรงกับที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะติดต่อบรรดาผู้เสียหายให้เดินทางเข้ามาที่โรงพัก เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินต่าง ๆ จากนั้นจะดำเนินคดีกับชายอายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โรงเรียนตลาดบางบ่อ มอบเงินเยียวยา นักเรียนคนละ 2 พันบาท

โรงเรียนตลาดบางบ่อ มอบเงินเยียวยา นักเรียนคนละ 2 พันบาท

โรงเรียนตลาดบางบ่อ จ.ฉะเชิงเทรา มอบเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระช่วง โควิด-19 ระบาด ตามโครงการ ของกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2564 นายสุนทร วรังษี ผอ.โรงเรียนตลาดบางบ่อ (ศักดิ์ปรีดาประชาสรรค์) สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2 กล่าว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ครั้งที่ 3 นับว่าสถิติผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตจาก โควิด-19 มีอัตราสูง ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา

โดยเฉพาะการศึกษาได้รับผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปครองที่ทำงานโรงงานผลิตตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ได้รับผลกระทบต่องครอบครัว การประกอบอาชีพประจำวัน จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ทำให้ โรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเลื่อนเปิดเรียนช้ากว่ากำหนด นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองบางคนขาดรายได้เพราะสถานประกอบการปิด ส่งผลกระทบต่อครอบครัว

ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการจัดโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาด้านการศึกษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ขึ้น เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพใช้จ่ายด้านการศึกษานักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน โดยได้จัดสรรเงิบงบประมาณให้กับโรงเรียนในสังกัด

โดยการโอนเงินงบประมาณผ่านเขตพื้นที่การศึกษาเยียวยาแก่นักเรียนคนละ 2,000 บาท ครบทุกคน โดยโรงเรียนจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ปกครอง และมอบเป็นเงินสดให้แก่ผู้ปกครองที่ไม่ได้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารให้นักเรียนคนละ 2,000 บาททุกคน

ทะลักหนองคาย ยึดยาเกือบ2ล้านเม็ด นรข. ซุ่มจับริมโขง ตร.-ทหารยึด2กระสอบ

ทะลักหนองคาย ยึดยาเกือบ2ล้านเม็ด นรข. ซุ่มจับริมโขง ตร.-ทหารยึด2กระสอบ

ซุ่มจับริมโขง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย สนธิกำลัง รวบสองหนุ่มขับเก๋งขนยาบ้าริมฝั่งโขง 6 กระสอบ 1.3 ล้านเม็ด ด้าน สภ.รัตนวาปี สนธิกำลังทหาร จับหนุ่มใหญ่ค้นบ้านเจอยาบ้าอีก 657,000 เม็ด

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2564 ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พ.อ.มงคล หอทอง ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 (ร.13) น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซุ่มจับริมโขง

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวิชัย ศิลาวงษ์ อายุ 38 ปี ชาว ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และนายธีรกร คอนแดง อายุ 33 ปี ชาว ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 6 กระสอบ ประมาณ 1,350,000 เม็ด รถยนต์เก๋งโตโยต้า ยารีส สีส้ม ทะเบียน ขข 8308 อุดรธานี จอดอยู่หน้าร้านค้าขายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์

น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ นรข. สถานีเรือสังคม ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด บริเวณริมแม่น้ำโขงพื้นที่ ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย จึงได้สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด ออกตรวจสอบ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 1 ก.ย.64 เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้ายารีส ขับมาหลังวัดศรีชมชื่นซึ่งเป็นซอยตันแล้วย้อนรถยนต์กลับมาตรงถนนเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่ จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ พบผู้ต้องหาทั้งสองคนอยู่ในรถ

จากการสอบสวนทั้งสองคนให้การวกวน ขณะนั้นได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามือถือของนายวิชัย มีการพูดคุยสอบถามยาเสพติด โดยผู้ที่โทรศัพท์มาแจ้งว่ายาบ้าถูกวางไว้ริมแม่น้ำโขงหลังเมรุวัดบ้านแก้งใหม่ เจ้าหน้าที่จึงพาทั้งสองคนไปยังจุดดังกล่าว ก็พบกระสอบสี่เหลี่ยมสีขาววางทับกันอยู่ 6 กระสอบ ภายในซุกซ่อนยาบ้าอยู่เต็มกระสอบ จึงได้ตรวจยึดไว้

จากการสอบสวนทั้งสองคนให้การรับสารภาพเพียงว่าจะนำยาบ้าไปส่งที่ จ.อุดรธานี ยังไม่ทราบจุดที่ชัดเจน และได้เงินมาแค่ 5,000 บาทเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนวาปี และ ทหาร ได้ร่วมกัน จับกุมนายสมชาติ บรรณบดี อายุ 55 ปี ชาว ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย โดยตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้า 2 กระสอบ ประมาณ 657,000 เม็ด คาดว่าจะเป็นการพักยาบ้าไว้รอการลำเลียงนำเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

ตำรวจจับเอเยนต์ค้ายาเสพติด รับลูกระเบิดแลกกับยาบ้า

ตำรวจจับเอเยนต์ค้ายาเสพติด รับลูกระเบิดแลกกับยาบ้า

ตำรวจ สภ.รัตภูมิ จังหวัดสงขลา เข้าจับกุมตัว นายยะโกบ หรือ บังโกบ เต๊ะปูยู อายุ 37 ปี หลังจากสืบทราบว่าเป็นเอเยนต์ที่รับยาเสพติด มาขายในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ ค้นในบ้านพักพบยาบ้า 3,500 เม็ด, ไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกพันด้วย เทปใส เทปกาว กขนาดเล็ก จำนวน 17 ถุง น้ำหนัก 99.9 กรัม, อุปกรณ์การเสพยาเสพติด, อาวุธปืนสั้น และปืนยาว 2 กระบอก, กระสุนหลายขนาดอีกจำนวนมาก และยังพบลูกระเบิดขว้างสังหารแบบ M67 อีก 1 ลูก

จากการสอบสวน บังโกบอ้างว่าได้รับซื้อยาเสพติดมาจากนายโอ นำมาแบ่งขายให้นักเสพในพื้นที่ โดยลูกระเบิดที่พบก็รับมาจากลูกค้าที่นำมาแลกกับยาบ้าจำนวน 10 เม็ด ส่วนอาวุธปืน และกระสุนปืน ผู้ต้องหาอ้างว่าส่วนหนึ่งก็ซื้อหามาเอง บางส่วนก็เป็นของเพื่อนที่นำมาจำนำเอาไว้ เบื้องต้นตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีทั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด และข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง รวมถึงเร่งขยายผลจับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

พ่อเหยื่อคดีคลุมถุงดำ ปี 52 แจงคดีคล้าย ผกก.โจ้ สุดท้ายโทษรอลงอาญา กลับมารับราชการเหมือนเดิม

พ่อเหยื่อคดีคลุมถุงดำ ปี 52 แจงคดีคล้าย ผกก.โจ้ สุดท้ายโทษรอลงอาญา กลับมารับราชการเหมือนเดิม

เมื่อปี 2552 มีคดี ๆ หนึ่งซึ่งคล้าย ๆ กับคดีของผู้กำกับโจ้ คือเหยื่ออายุ 18 ปี ถูกตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทราจับกุมตัวไปดำเนินคดีวิ่งราวทรัพย์ทอง โดยเหยื่อถูกตำรวจทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ แต่พอไม่รับก็ใช้วิธีคลุม แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ที่ศีรษะ จนน้องทนไม่ไหวต้องรับสารภาพ

นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร ซึ่งเป็นบิดาของนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ขณะที่เกิดเหตุอายุเพียง 18 ปี เล่าให้ฟังว่า ถูกชายถูกทำร้ายคล้ายกับคดีของผู้กำกับโจ้ ตนเองและลูกชายสู้คดีฟ้องตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยตำรวจนายที่ทำร้ายมียศพันตำรวจโท แต่สุดท้ายศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกตำรวจนายนี้ 2 ปี ลดโทษจนเหลือรอลงอาญา 2 ปี จากนั้นตำรวจนายดังกล่าวก็กลับมารับราชการตามปกติ ได้เลื่อนตำแหน่งและมีชีวิตที่ดี ปัจจุบันยังสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 อีกด้วย

พอนำไปเทียบเคียบกับคดีผู้กำกับโจ้ มีโอกาสเป็นไปได้สูง ที่สุดท้ายคดีนี้จะจบลงด้วยการรอลงอาญา เช่นเดียวกับคดีของบุตรชายตน โดยศาลมองว่าเมื่อพิจารณาถึงอาชีพ และประวัติที่ไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้รอลงอาญา

ดังนั้นจึงอยากให้ครอบครัวเหยื่อครั้งนี้พยายามต่อสู้ เพราะครั้งนี้มีคลิปเป็นหลักฐานชัดเจน และถึงแม้เหยื่ออาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็ไม่มีสิทธิไปซ้อมทรมานเช่นนี้

ทั้งนี้มองว่า กฎหมายไทยอ่อนเกินไป ทำให้ตำรวจที่ไม่ดีซ้อมทรมานผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังนั้นตนเองจึงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหาย เพื่อมาแก้ปัญหาดังกล่าว และเพิ่มโทษตำรวจที่ซ้อมทรมานให้ต้องถูกลงโทษ โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้กลับไปรับราชการได้อีก ขณะที่ผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ก่อเหตุก็ต้องรับผิดชอบด้วยครึ่งหนึ่ง