realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

หมวดหมู่: ข่าวสาร

รวบหนุ่มแสบ ควงปืนบีบีกันปล้นร้านมือถือ สารภาพหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่

วานนี้ (21 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชลิต อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านรับจำนำอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ตั๋วจำนำ 2 ใบ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ กางเกงขายาว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำแดง ซึ่งเป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และอาวุธปีนบีบีกันแบบแม็กกาซีนสีดำจำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ 2 แขวงบางนา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชายได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนแบบแม็กกาซีนสีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับจำนำอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวภายในร้านหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาของลูกค้าที่รับจำนำไว้ซึ่งอยู่ในตู้โชว์ภายในร้านใส่ถุงผ้าสีฟ้าที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนที่จะเดินออกไปขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายในขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุไปได้ ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในห้างเทสโก้โลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายรู้จัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ จึงพบว่าที่ร้านรับซื้อดังกล่าวได้ขอหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ ชื่อ นายชลิต อายุ 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายชลิต ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนในย่านรามคำแหง 2 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ

นายชลิต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านศรีนครินทร์ แต่เงินไม่พอใช้ประกอบกับตนอยากได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ จึงคิดหาเงินทางลัดและจำพฤติกรรมการก่อเหตุมาจากในโลกโซเชียล จึงซื้อปืนบีบีกันมาจากตลาดนัด และยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาลงมือก่อเหตุ โดยจะเลือกลงมือร้านที่ปลอดคน กระทั่งพบเห็นร้านดังกล่าวมีผู้หญิงอยู่ในร้านคนเดียว จึงเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นได้หลบหนีไปที่บ้านย่าน ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถจักรยานยนต์ไปคืนญาติ และนำโทรศัพท์ไปขาย ส่วนนาฬิกานำไปจำนำได้เงินมา 7,000 บาท ส่วนเงินที่ได้มาตนนำไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่จนหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จระเข้ที่หายสาบสูญ โผล่กัดคนเจ็บสาหัส สุดท้ายถูกจับตายแล่เนื้อกินชำระแค้น!

จุดจบนักล่า! จระเข้โผล่กัดแขนคนหาปลาลากลงน้ำ เพื่อช่วยชีวิตทันก่อนระดมกำลังตามล่า ก่อนจับมาชำแหละทำอาหาร

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย. มีเหตุชาวบ้านที่ออกไปทอดแหหาปลา บริเวณลำคลองกลางหมู่บ้านทำเนียบ ม.3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง แล้วถูกจระเข้กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกจระเข้กัด คือ นายยงยุทธ อายุ 52 ปี พนักงงานฝ่ายผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ออกไปทอดแหหาปลากับเพื่อนรวม 3 คน ที่คลองกลางหมู่บ้าน พอทอดแหลงไปครั้งแรก ได้ใช้มือคลำลงไปจับแหในน้ำ แต่จู่ๆ จระเข้ตัวใหญ่ลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ได้พุ่งตัวขึ้นจากน้ำ งับเข้าที่แขนข้างขวาของนายยงยุทธ ก่อนที่จระเข้จะหมุนตัวไปมา เพื่อลากตัวนายยงยุทธลงไปในน้ำ ต่อหน้าเพื่อนๆ หลังตั้งสติได้เพื่อนที่อยู่ริมคลองได้กระโดดลงไปช่วย จนสามารถช่วยขึ้นมาได้   

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้รวมตัวกันออกไปตามล่าจระเข้ตัวดังกล่าว โดยพบตัวจระเข้โหด ยังคงว่ายไปมาในลำคลอง ชาวบ้านนับสิบคนจึงช่วยกันจับตัว โดยใช้ทั้งมีดและไม้แหลมเป็นอาวุธ จนสามารถจับตัวจระเข้ขึ้นมาได้ แต่พบว่าตายแล้ว จึงช่วยกันนำตัวจระเข้กลับไปที่หมู่บ้าน แล้วชำแหละแบ่งเนื้อกันไปทำอาหาร โดยทุกคนบอกว่าจะกินให้หายแค้น 

สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลุดมาจากฟาร์มที่เลี้ยงเมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าหลุดมาจากจุดใด เพราะในละแวกใกล้เคียงไม่พบว่ามีผู้เลี้ยงจระเข้ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุบริเวณคลองทำเนียบ ใกล้หมู่บ้านฐติชญาพันธ์ บริเวณใต้สะพาน มีคลองเล็กๆ กว้างประมาณ 3 เมตร น้ำไม่ลึกมาก พบร่องรอยการเหยียบย่ำของคนที่ลงไปช่วยนายยงยุทธ ขณะไปทอดแหกับเพื่อนอีก 2 คน จนถูกจระเข้กัดดังกล่าว 

นายสมชาย ชาวบ้าน มือหั่นจระเข้ กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้ได้ก็นำกลับมาทำเป็นอาหาร พบว่าเป็นจระเข้เพศเมีย ภายในท้องมีปลาดุกเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ตนชำแหละและทำอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แจกจ่ายให้กับคนในชุมชน ส่วนจระเข้น่าจะหลุดออกมาจากฟาร์มเมื่อช่วงที่น้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นพบว่าจระเข้หายไปหนึ่งตัว คาดว่าเป็นตัวเดียวกัน และปัจจุบันในหมู่บ้านไม่มีฟาร์มจระเข้แล้ว  

ร้านค้าจีนเจอ “ซากค้างคาว” ในกระปุกซอสหอยนางรม หลังใช้ทำอาหารมาแล้ว 3 เดือน

ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ หนึ่งในประเทศจีนถึงกับช็อกเมื่อพบว่ามีซากค้างคาวในกระปุกซอสหอยนางรม ที่ใช้ประกอบอาหารมาแล้วเกือบ 3 เดือน

ร้านดังกล่าวเผยกับผูสื่อข่าวในจีนว่า คนที่เจอซากค้างคาวคนแรกคือแม่ของตน ตอนนั้นคุณแม่ใช้ช้อนตักซอสหอยนางรมมาปรุงอาหารค่ำตามปกติ แต่เมื่อจ้วงช้อนเข้าไปในกระปุกกลับตักขึ้นมาไม่ได้ ทั้งยังโดนเข้ากับของแข็งบางอย่าง จึงพยายามตักให้ลึกกว่าเดิมเพื่อนำสิ่งดังกล่าวขึ้นมาดู พบว่าเป็นซากค้างคาวแถมยังมีกลิ่นเหม็นด้วย

ต่อมา ชายคนนี้จึงนำซอสหอยนางรมนี้ไปคืนที่ร้านที่ซื้อมา ทั้งยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนั้นทุกคนก็ช็อกและไม่กล้ากินอะไรไปอีก 2-3 วันเลย

ชายคนนี้เผยอีกว่า ค้างคาวไม่น่าจะไปอยู่ในกระปุกหลังจากซื้อมาแล้ว เพราะจะปิดฝาหลังใช้ทุกครั้ง เพราะถ้าหากเข้ามาในกระปุกหลังจากซื้อมา ก็ต้องได้ยินหรือเห็นมันกระเสือกกระสนบินหนีออกจากกระปุกไปแล้ว ดังนั้นน่าจะเข้ามาอยู่ในกระปุกตั้งแต่ที่โรงาน

ด้านผู้ผลิตซอสหอยนางรมยี่ห้อที่มีปัญหานี้ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของชายคนนี้และบอกว่า ซอสหอยนางรมที่ออกจากบริษัทไปผ่านการคัดกรองและตรวจอสบหลายขั้นตอน จึงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ได้

สำนักข่าวในจจีนยังเผยอีกว่า ครอบครัวนี้เตรียมนำซอสหอยนางรมไปวิเคราะห์ด้วยว่ามีไวรัสหรือเชื้อโรคใดๆ ปนเปื้อนหรือไม่ เพราะค้างคาวมีไวรัสหลายชนิด

รวบพนักงานขายตั๋วหนัง ลวงสาว 17 ไปข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

กองปราบรวบผู้ต้องหาพนักงานขายตั๋วหนังลวงหญิงสาววัย 17 ปี ดื่มเหล้า ก่อนข่มขืน หนีคดีนาน 16 ปี

ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมนายพีระพล(สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 1094/2547 ลงวันที่ 19 เมษายน 2547 โดยกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยใช้กำลังประทุษร้าย พรากบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ภายในซอยทะเลทอง ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2547 นายพีระพลฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำงานขายตั๋วหนังที่โรงหนังแห่งหนึ่งย่านจังหวัดปทุมธานี ได้รู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 17 ปี ที่โรงหนังดังกล่าว

หลังจากนั้นนายพีระพล ได้ชักชวน น.ส.เอ ให้ไปที่ห้องพักของเพื่อนผู้ต้องหา และชักชวนให้ น.ส.เอ ร่วมดื่มสุราด้วย จน น.ส.เอ มีอาการมึนเมา นายพีระพล จึงได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เอ เมื่อผู้เสียหายตื่นขึ้นมา จึงรีบเดินทางกลับบ้านทันที

ต่อมาทางมารดาของ น.ส.เอ สังเกตุอาการผิดปกติของลูกสาว จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดังกล่าว มารดา น.ส.เอ จึง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุมตัว จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฉาวอีก! ครูสังคมฯ โรงเรียนมัธยมดังอุบล ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ ให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

ฉาวอีก! ครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมดังในอุบลฯ ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ แถมทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง

วันนี้ (3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์กันในโลกทวิตเตอร์ระบุถึงครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ใกล้โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ด่ากราดนักเรียนว่าโง่ และทำโทษให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวทั้งห้อง โดยโพสต์ที่แชร์ต่อๆ กันระบุว่า

“ห้องตนเรียนกับครูคนนี้มาหลายคาบแล้ว ก็พอจะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้ เรื่องวันนี้คือ เหมือนครูจะบอกแนวข้อสอบ อธิบายหัวข้อต่างๆ ปกติเลย เวลาครูอธิบาย ครูก็จะถาม แล้วพูดถึงเรื่องระบอบการปกครองต่างๆ เพื่อนๆ ก็พากันช่วยตอบ

พอตอบไม่ถูกเข้าเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ ครูก็ด่าเอาด่าเอา แล้วก็ให้ยืนทั้งห้อง ตอนแรกนึกว่าจะให้ยืนเฉยๆ สรุปให้ยกเก้าอี้ไว้บนหัวด้วย ตอนนั้นอึ้งเลย ไม่คิดเลยว่าจะทำ เหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามตอบด้วย แล้วครูก็บอกว่าเถียง แล้วก็ด่ากราดเลย”

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่หรือคือสถาบันที่จะผลิตเยาวชนไปเป็นผู้นำ ครูป่วยหรือไม่ หรือมีปัญหาที่บ้านอย่างไรหรือไม่ ซึ่งนักเรียนมักจะพูดถึงครูคนดังกล่าวว่าเมามาสอนเป็นประจำ

เด็กหญิง ม.1 ถูกเพื่อนแกล้งจนสลบ-เล่นแต่งหน้าศพให้ หมอตรวจพบสมองกระทบกระเทือน

ญาตินักเรียน ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้โรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จ.นครพนม โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม หลังหลานสาวถูกเพื่อนแกล้งจนหมดสติ แต่เพื่อนกลับหัวเราะชอบใจ แถมยังแกล้งแต่งหน้าศพให้ เพราะคิดว่าแกล้งเป็นลม 

เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ เห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งนอนหมดสติ ท่ามกลางเพื่อน ๆ รุมแกล้งเขียนหน้าเขียนตา แถมยังหัวเราะชอบใจ โดยระบุว่า “พ่อแม่เห็นรูปหัวใจแทบขาด เพื่อนที่โรงเรียนแกล้งจนสลบ ยังไม่สนใจจะช่วยพาไปโรงพยาบาล แถมยังแกล้งแต่งหน้าเป็นศพ” ต่อมาได้โพสต์บอกอีกว่า “ไปหาหมอแล้ว หมอให้นอนโรงพยาบาล รอเอกซเรย์สมอง ขอให้หลานปลอดภัย” 

เจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเด็กที่หมดสติ เล่าว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ อ.นาแก จ.นครพนม น้องมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด และแพ้กลิ่นน้ำหอมที่เพื่อนฉีด จึงบอกกับเพื่อนว่า เหม็นและขมคอ เพื่อนจึงแกล้งเอาน้ำหอมฉีดใส่ ทำให้น้องแน่นหน้าอกและหมดสติไป แต่เพื่อนๆ กลับคิดว่า น้องแกล้งเป็นลม เลยจับน้องแต่งหน้าทาปากเหมือนศพ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงทำกิจกรรม จึงไม่มีครูอยู่ในห้อง แต่มีเพื่อนวิ่งไปบอกครู จึงพาส่งโรงพยาบาล

หมอให้น้องแอดมิท พร้อมบอกว่า น้องตกโต๊ะทำให้สมองของน้องได้รับความกระทบกระเทือนปานกลาง ต้องรอ MRI สมองอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ เพื่อนน้องโพสต์คลิป เพื่อนๆ เห็นความเป็นความตายของน้องเป็นเรื่องสนุกสนาน จึงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า น้องแกล้งเป็นลม และให้ไปเคลียร์กับทางโรงเรียนก่อน 

ทีมข่าวติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่ให้ข้อมูลใด ๆ พร้อมระบุว่า จะเปิดแถลงข่าวในวันจันทร์ พร้อมกับเรียกผู้ปกครองของเด็กทั้งหมดมาพูดคุย

พ่อมือตบสาว ปวช. ก้มกราบขอโทษแทนลูก เซ่นคลิปให้แฟนเก่าเหยื่อลวงมาตบ

เดือดร้อนถึงคนเป็นพ่อ ต้องก้มกราบขอโทษแทน หลังลูกสาววัย 16 ปี ตบตีสาว ปวช.ปี 1 ล้างแค้นแทนรุ่นน้อง 

จากกรณีมีคลิปนักเรียนหญิง ปวช. ปี 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถูกที่แฟนเก่าหลอกให้มาเอาของ ก่อนจะถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้เชิญตัว น.ส.ชมพู่ อายุ 16 ปี มือตบนักเรียนสาวพาณิชย์ พร้อมกับเพื่อน และ น.ส.เอ อายุ 15 ปี ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้ามาพบที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุการทำร้ายตบตีกันในครั้งนี้

น.ส.เอ ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนได้ไปเจอ น.ส.ชมพู่ กับพวก โดย น.ส.ชมพู่ หาว่าตนเองไปต่อว่าเพื่อนรุ่นน้องของเขาเสียหาย ตนตอบไปว่าคนที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กไปต่อว่ารุ่นน้องของคู่กรณีไม่ใช่ตนเอง แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อตรงเข้ามาจิกผมตบตีจนล้มลุกคลุกคลาน ทั้งๆ ที่ตนเองยืนยันว่าไม่ใช่ และขอร้องให้หยุดแต่อีกฝ่ายก็ยังด่ายังตบตีตนอีก

ขณะที่ น.ส.ชมพู่ มือตบ กล่าวว่า คู่กรณีกับเพื่อนๆ มีปัญหากับรุ่นน้องตนเอง จนมีการท้าทายกันตลอดมา ตนเองเคยไปเคลียร์ที่บ้านคนเจ็บเพื่อให้จบ เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเนื่องจากรุ่นน้องต้องเจอกันอยู่แล้ว พอไปถึงอีกฝ่ายพยายามถอยรถชน  แถมยังจะทำร้ายรวมทั้งยังปาระเบิดปิงปองใส่จนต้องหนีตายกันมาแล้ว วันเกิดเหตุมาเจอก็เกิดอารมณ์จึงตรงเข้าทำร้ายตบตีอย่างที่เห็นในคลิป

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อปรับความเข้าใจ ทางพ่อของ น.ส.ชมพู่ ถึงกับนั่งลงกับพื้น พร้อมยกมือไหว้แม่ น.ส.เอ เพื่อขอโทษยอมรับผิดที่ลูกได้ทำลงไป ก่อนที่ น.ส.ชมพู่ และเพื่อนๆ จะนั่งลงกราบขอโทษด้วย โดยแม่ของ น.ส.เอ บอกกับทั้งหมดว่า ในส่วนของคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ไม่ควรจะมาทำกับลูกสาวตนแบบนี้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนทางด้านคดีหากทางฝ่ายผู้ปกครองผู้เสียหายต้องการเอาเรื่อง ก็ต้องประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบสวน เพราะทั้งสองฝ่ายยังเป็นเยาวชน

สาวโรงงานถูกผัวฆ่าฝังร่องสวนมะนาว พ่อผัวสารภาพสิ้นช่วยลูกอำพรางศพ

เจอตัวแล้วพ่อสามี “น้องจ้อย” สาวเหยื่อฆ่าหมกร่องสวนมะนาว สารภาพสิ้นลูกชายเป็นคนทำก่อนให้ช่วยอำพรางศพ

กรณี นางสาววนิดา หรือ น้องจ้อย สาวโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก อายุ 26 ปี ถูกฆ่าฝังศพอำพรางไว้ในร่องสวนมะนาวบริเวณหมู่ที่  9 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ก่อนที่เจ้าของสวนจะมาพบศพจนนำไปสู่การติดตามหาตัวคนร้าย

โดยหลังพบศพ นายเมฆ หรือ ตั้ม อายุ 27 ปี สามีของน้องจ้อยและนายวันชัย พ่อของนายตั้มหายตัวไปจากพื้นที่ จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีส่วนในการฆาตกรรมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวเพื่อนสนิทของนายตั้มมาสอบสวน จนทราบว่านายตั้มไปสารภาพว่าเป็นคนบีบคอน้องจ้อยจนเสียชีวิต แต่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก นายวันชัยได้ติดต่อให้นายดนัยศักดิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของสวนมะนาวที่เกิดเหตุและเป็นนายจ้างให้พาเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสวงหา แล้ว

โดย นายวันชัย พ่อสามีของผู้เสียชีวิต ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายตั้มลูกชายนำศพของน้องจ้อยมาฝังไว้ที่บริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงวัน

ก่อนหน้านั้นนายตั้มได้ขับรถมาบอกว่าพลั้งมือฆ่าน้องจ้อยจนเสียชีวิตภายในบ้านพัก และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร่วมกันนำรถซาเล้งที่ใช้ในสวนไปบรรทุกศพมาจากบ้านผ่านทุ่งนามาฝังไว้ที่ร่องสวน ก่อนที่จะทำเหมือนปกติ

จนกระทั่งมีผู้พบศพน้องจ้อยจึงหนีเข้าไปหลบในป่า ส่วนนายตั้มไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนักจึงติดต่อทางนายจ้างและเพื่อนสนิทให้พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวสอบปากคำเครียดเพื่อเค้นหาที่ซ่อนตัวของนายตั้ม โดยคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เนื่องจากนายตั้มมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ยังคงเฝ้าติดตามนายตั้มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเพื่อนของนายตั้มทุกแห่งซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในไม่กี่วันนี้ 

คลิปสลด วงจรปิดจับภาพเก๋งชนจยย.กลางสามแยก คนขี่ร่างกระเด็น 20 เมตรเสียชีวิต

ปาเจโร่แบกไม่อยู่พุ่งชนจยย.กลางสามแยกไฟแดง ก่อนพุ่งข้ามเกาะไปชนกับรถเก๋งและกระบะหลายคัน ส่วนคนขี่จยย.ไปเสียชีวิตที่ รพ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.วานิช ภูดวงดาษ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชน จยย.และรถเก๋งหลายคัน มีผู้เสียชีวิตที่สามแยกปากภู ต.เมือง อ.เมืองเลย ใกล้ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งปาเจโร่ เทาดำ หมายเลขทะเบียน 9363 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 4855 เลย รถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6135 เลย รถเก๋งฟอร์ด สีแดง ไม่ทราบทะเบียน และรถเก๋งเซโรเล็ต ไม่ทราบทะเบียน รวมทั้งหมด 5 คัน

ส่วนรถจยย.ขาดสองท่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ นายสุพัน อายุ 60 ปี คนขี่จยย. กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลนำส่ง รพ.เลย แต่ทนเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.เลย ที่เกิดเหตุมี นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ ยืนตกใจอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนกู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.เลย ส่วนรถทั้งหมดนำออกจากถนนเพื่อเปิดช่องการจราจร

จากการสอบถาม นางมัตทรา คนขับรถมิซูปาเจโร่ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสามแยกบ้านปากภู ขณะกำลังขับผ่านสี่แยก มีรถ จยย.ของผู้ตาย ได้ขับมาและเลี้ยวขวากะทันหัน ตนเองเบรกไม่อยู่จึงชนเข้าอย่างจัง จนคนขี่และจยย.กระเด็นไปร่วม 20 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งเกาะข้ามถนนไปชนกับรถเก๋ง และรถกระบะที่ติดไฟแดงจนได้รับความเสียหายหลายคัน จนมีตำรวจและกู้ภัยฯ มาที่เกิดเหตุ ส่วนตนเองยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว และอยู่ระหว่างสอบปากคำและดูกล้องวงจรปิด

รถเก๋งชนท้ายรถกระบะคว่ำ กระเด็นลงข้างทาง หนุ่มจากต่างถิ่นดับยกคัน 4 ศพ

รถเก๋งขับตามหลังมา เปลี่ยนเลนชนท้ายรถกระบะคว่ำลงข้างทาง ตาย 4 เจ็บ 3 ที่เชียงราย

(10 มี.ค.63) เมื่อเวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เทศบาล ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.เชียงราย (ศูนย์นเรนทร) ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน พื้นที่หมู่บ้านห้วยเคียน หมู่ 4 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จึงประสานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย สมาคมแสงธรรมสาธารณกุศล อ.แม่จัน อาสากู้ภัยสิงห์หนึ่ง ฯลฯ รุดไปตรวจสอบและระงับเหตุ

เมื่อไปถึงพบจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรขาขึ้นจะไปทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และพบรถยนต์รถยนต์เก๋งเป็นยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ 9กฒ-4169 ชนกับรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน ผต-8492 ซึ่งรถยนต์ระบะจำนวน 1 คัน สภาพหงายหลัง อยู่ในพงหญ้าข้างทาง ภายในรถและพงหญ้าโดยรอบพบศพผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยเร่งด่วน

ห่างไปด้านหน้าของรถยนต์กระบะพบรถยนต์เก๋งคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางในสภาพล้อรถแตกและ พบชายคนขับ 1 ราย จึงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำและเก็บหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์กระบะซึ่งมีคนขับและคนโดยสารไปด้วยรวมกันจำนวน 6 คน ได้ขับไปตามช่องทางปกติ แต่ปรากฎว่ารถยนต์เก๋งซึ่งขับตามหลังมาได้เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและพุ่งเข้าชนท้ายรถกระบะจนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง จากนั้นรถยนต์เก๋งก็เสียหลักแต่ไม่พลิกคว่ำไปจอดอยู่ด้านหน้าดังกล่าว

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 4 คน ทราบว่าชายทั้งหมดโดยมาจาก ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีษะเกษ เหมือนกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพบว่าเป็นหญิง อายุ 26 ปี ชาวหมู่บ้านศรีวิเชียร ต.ท่าสุด จ.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ปวดเข่า และสะโพกขวา และรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 20 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณคิ้ว แผลถลอกตามร่างกาย