realreadingnews.com เว็บสำหรับคนอ่านข่าวจริง

ข่าวเด่น ข่าวจริง ข่าวกล่องแพคเกจจิ้งและบรรจุภัณฑ์

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอด เด็กรอด-แม่ตาย ไม่รับผิดชอบ อ้างน้ำคร่ำเข้าปอด

ญาติร้องโรงพยาบาลผ่าคลอดแม่ตาย-ลูกรอด ไม่ออกมารับผิดชอบ ลั่นหากไม่ชี้แจงจะไม่เผาศพ

(11 พ.ย.63) นายพโนมล สามีของ น.ส.ชนิดา และ นางรัชดา พี่สาวของ น.ส.ชนิดา พนักงานจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ตาลำ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีว่า น.ส.ชนิดา ได้ตั้งครรภ์และฝากท้องไว้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อถึงวันกำหนดคลอดโดยการผ่าจึงได้นำตัวมาโรงพยาบาล

ช่วงก่อนผ่าตัดสุขภาพของ น.ส.ชนิดา นั้นแข็งแรงดี หลังจากผ่าลูกออกมาแล้วเป็นชายแข็งแรง ส่วนแม่นั้นปรากฏว่าช็อกและหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทางโรงพยาบาลไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด อ้างแต่เพียงสาเหตุการตายเท่านั้นว่า น้ำคร่ำเข้าปอดเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความข้อหาประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ภายหลังจากตำรวจรับแจ้งแล้วจะได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นางรัชดากล่าวว่า หากโรงพยาบาลไม่ออกมารับผิดชอบ ก็จะไม่เผาศพ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ดีใจไม่สุด! ครอบครัว 5 ชีวิตหายป่วยโควิด แต่กลับถึงบ้านต้องเซ็ง เจอโจรยกเค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 หลังจากที่รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจพบชาวบ้านในหมู่บ้านถุงทองมัสยิดมะดีนะฮ์ เขตเทศบาลนครแม่สอดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 5 รายยกครอบครัว และถูกนำตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น 

นายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาวะโควิดในพื้นที่อำเภอแม่สอด บุคลากรทางการแพทย์ได้จัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ขณะนี้หายจากอาการป่วยและกลับเข้าชุมชนได้แล้ว ชุมชนกลุ่มเสี่ยงเราได้เข้าไปตรวจคัดกรองกว่า 8,000 คน ซึ่งทั้ง 8,000 กว่าคนผลออกมาเป็นลบทั้งหมด ช่วงนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากโดยเฉพาะน้ำตกทีลอซูได้อย่างมีความสุข ส่วนรถสินค้าของเมียนมาเราจำกัดสถานที่ขนส่งสินค้าในจุดขนถ่ายทั้งหมด ไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ ขณะนี้แม่สอดมั่นใจโควิด-19 เราเอาอยู่ แต่อย่าลืม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด รับแจ้งมีโจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในชุมชนมะดีนะฮ์ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวผู้ป่วยโควิดทั้ง 5 รายที่เพิ่งกลับบ้านมาได้เพียง 1 วัน ขณะที่เจ้าของบ้านออกไปจ่ายตลาดกลับมาพบบ้านถูกงัดมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบเพราะกลัวโควิดอาจจะหลงเหลือในบ้าน ต้องรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมใส่ชุดนิรภัยเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง-ขออภัยที่ดูไม่นิ่มนวล

ดราม่าเจ้าหน้าที่เวรเปลทำร้ายผู้ป่วย สธ.เพชรบูรณ์ ยันไม่รุนแรง เผยคลิปหลุดเพราะมีปัญหากันเองภายใน รพ.

จากกรณี มีการเผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าหน้าที่ชายทำร้ายผู้ป่วย ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยแพทย์สั่งให้สแกนสมองเนื่องจากมีเลือดคั่ง แต่คนไข้มีอาการดิ้น ทำให้พนักงานเปลใช้กำลังกับผู้ป่วยจนดูเหมือนเป็นการทำร้ายร่างการ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม ผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 50 ปี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ แพทย์จึงสั่งให้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมอง และได้สั่งให้ยาระงับอาการบาดเจ็บ และมีการมัดมือมัดเท้าคนไข้ แต่คนไข้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ สับสนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีอาการดิ้นจนเชือกที่มัดไว้ขาด

เจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานเปลชายคนดังกล่าว มาช่วยคุมคนไข้ให้อยู่ในอาการสงบ ซึ่งเป็นภาพการกดและพูดให้คนไข้ให้อยู่ในความสงบ แต่คนไข้ก็ยังดิ้นไม่ให้ความร่วมมือ ก็เลยดูเหมือนว่าจังหวะเป็นการกระตุ้นคนไข้ในจุดที่ให้มีการตื่นตัว แต่ภาพอาจดูไม่นิ่มนวล ไม่เหมาะสม ดูเหมือนเป็นการทำร้ายคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการรุนแรงอย่างที่ปรากฏในภาพ ส่วนคนไข้ดังกล่าว ก็ปลอดภัยดี ไม่มีอาการทางสมองแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดออกมา เนื่องจากบุคลากรมีปัญหากันเองที่ภายในโรงพยาบาล ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีมาตรการในการควบคุมดูแล เข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก 

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ทาแป้งรูปปั้นคล้ายช้าง เอามือถือส่องมีตัวเลขโผล่ออกมา

ชาวบ้านแห่ดูรูปปั้นคล้ายช้างที่พบจากข้างรางรถไฟ คาดเป็นของโบราณ ลองแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูมีตัวเลขโผล่ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ต.ค.) ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 106 ซอยร่มเย็น หมู่ที่ 7 ตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน หลังทราบว่าชาวบ้านในซอยดังกล่าวขุดพบรูปปั้นคล้ายช้างที่ข้างรางรถไฟ หลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่ชาวบ้านจะนำมาใส่พานเพื่อตั้งบูชาโดยจุดธูปเทียนเพื่อขอโชคลาภ

จากการสอบถาม คุณป้ารุจิราม มณีรัตน์ อายุ 63 ปี และนางอนงค์ ก๋องเจริญ อายุ 59 ปี ผู้ที่พบเห็นและนำมาตั้งใส่พาน ทราบว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ทางการรถไฟได้มาทำสะพานข้ามน้ำที่จุดดังกล่าวโดยใช้รถแบ็คโฮขุดดินที่อยู่ด้านใต้น้ำขึ้นมาไว้ข้างๆ ทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดที่พบรูปปั้นคล้ายช้าง

จนกระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีฝนตกจึงทำให้ส่วนหลังของรูปปั้นคล้ายช้างโผล่พ้นดินขึ้นมา ตอนแรกๆ ก็ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเย็นวันนี้ เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ไปขุดที่จุดดังกล่าว และพบรูปปั้นคล้ายช้างจึงนำมาทำความสะอาด แล้วก็นำมาวางใส่พานก่อนที่จะจุดธูปเทียน เครื่องสังเวยมาถวายและลงมือทาแป้งเพื่อขอโชคลาภ

ตนเองก็ไม่รู้ว่าช้างที่ขุดพบปั้นมาจากปูนหรือเป็นหินทรายแกะสลักกันแน่ แต่ตัวช้างมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม และบริเวณลำตัวส่วนใหญ่เกือบจะสมบูรณ์ แต่บริเวณด้านหน้าช่วงงวงเกิดการแตกหักหายไป ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นของโบราณอายุหลายสิบปีหรือนับร้อยปี ตั้งใจมาดลใจให้ชาวบ้านเห็นเพื่อนำมาเก็บรักษาไว้

ทั้งนี้ เมื่อชาวบ้านนำแป้งมาทาและใช้มือถือส่องดูพบว่ามีตัวเลขโผล่ออกมาคือ 63, 279 และ 275 และต่อมาลูกหลานของตนเองได้นำไปโพสต์ลงเฟชบุ๊ก ทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ทราบข่าวเริ่มทยอยมาของโชคลาภ ซึ่งหากตนเองถูกรางวัลได้เงินรางวัลมามากๆ ก็จะสร้างศาลถวายให้อีกด้วย

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ใครทิ้ง? ยาไข้หวัดนก 7 ลัง ริมถนนศรีราชา ตรวจสอบพบหมดอายุแล้ว

ชาวบ้านผงะ พบยาไข้หวัดนก 7 ลัง สติ๊กเกอร์ภาษาจีน ถูกทิ้งริมถนนศรีราชา โร่แจ้งสาธารณสุขรุดตรวจสอบ

25 ตุลาคม 2563 ชาวบ้าน ม.9 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบลังโฟม 7 ลัง ภายในบรรจุยาขวดติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน วางทิ้งไว้ บริเวณถนนเส้น หลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ เกรงว่าจะเป็นยาชนิดอันตราย จึงได้รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอศรีราชา ตรวจสอบ

จุดที่พบลังยา เป็นป่าหญ้าริมถนน นายอโณทัย เจริญสันติสุข ชาวบ้านในพื้นที่ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่พบกล่องโฟม ตรวจสอบพบว่า เป็นขวดยาชนิดน้ำ ซึ่งยังไม่มีการเปิดใช้งานแต่อย่างใด ส่วนเอกสารก็เป็นภาษาจีนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้ตรวจสอบ

สอบถามนายอโณทัย ทราบว่า ตนได้สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว แล้วพบเห็นกล่องปริศนาวางทิ้งไว้ริมถนน ด้วยความสงสัยจึงได้เปิดดู พบว่าเป็นวัตถุคล้ายขวดยา ติดสติ๊กเกอร์ภาษาจีน จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ทราบว่า ยาทั้งหมดเป็นยาเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก ซึ่งใช้งานในกลุ่มสัตว์ปีก และทั้งหมดอยู่ในสภาพหมดอายุการใช้งานแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีบริษัทใดในพื้นที่ใช้ยาชนิดนี้ และเหตุใดถึงนำมาทิ้งเช่นนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

คุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.เล็งปืนใส่แท็กซี่ รออาญาลง 2 ปี

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เล็งปืนใส่แท็กซี่ขับรถตามในศูนย์ราชการฯ ยอมรับผิด ขอโทษและเยียวยาแล้ว-รอลงอาญา 2 ปี

วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2384/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพิเศษ หรือ ภูษิต อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ

จากกรณี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จำเลยได้พกพาอาวุธปืนโคลท์ รีวอลเวอร์ ขนาด.38 สเปเชียล เลขทะเบียน กท.2117198 พร้อมกระสุน แล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางรถแท็กซี่รับจ้าง ที่มีนายพิพัฒน์ ผู้เสียหาย ขับตามมา พร้อมกับพูดว่า “ขับตามมาทำไม ให้ถอยรถออกไปวิ่งเส้นอื่น” เหตุเกิดบนถนน บริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จำเลยให้การรับสารภาพ วันนี้จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว จำเลยยอมรับว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากไว้ป้องกันตัว เพราะทำงานด้านการไต่สวนอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา จำเลยได้ขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งไม่ติดใจดำเนินคดี และไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำเลยจึงมอบเงินให้ 2,000 บาท อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก รวม 1 ปี ปรับ 31,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเยียวยาผู้เสียหายและมีภาระต้องดูแลบิดามารดา อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับสูงเคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี พร้อมรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนเป็นเวลา 1 ปีด้วย

ศาลสั่งจำคุก หมอสูติฯ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก 4 ปี 15 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งจำคุก 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา สูตินารีแพทย์ชื่อดังเมืองนครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้ในคลินิก เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ

จากกรณีเคยเป็นข่าวโด่งดัง คือ นพ.จักรพงษ์ เจ้าของคลินิกแพทย์แห่งหนึ่งใกล้โรงงาน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป และสูตินารีแพทย์ประจำโรงพยาบาลชื่อดังของ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนคนไข้หญิงภายในคลินิกของตนเอง โดยเรื่องดังกล่าวเกิดแดงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 2561 ก่อนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์

และในช่วงที่เกิดคดีความนั้น มีคนไข้ของคลินิกดังกล่าว รายอื่นๆ ทยอยออกมาแฉเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะที่ถูกหมอคนดังกระทำอนาจรขณะมาตรวจอีกหลายราย แต่คดีนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีเพียงรายเดียว และ นพ.จักรพงษ์ ให้การปฏิเสธนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ต.ค.) มีรายงานว่า ศาล จ.นครสวรรค์ ได้มีการพิจารณาตัดสินคดี โดยผู้พิพากษาได้มีคำสั่งพิพากษาความผิด ตัดสินให้จำคุก นพ.จักรพงษ์ ในข้อหาข่มขืน เป็นเวลา 4 ปี 15 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ซึ่งในศาลชั้นต้นนี้ นพ.จักรพงษ์ ยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ โดยมีการให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ พร้อมกับมีการขอประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

ทหารจ่าสิบโทสารภาพรับจ้างขนยาบ้า 4 แสนเม็ด โป๊ะแตกเพราะเกิดอุบัติเหตุ

ทหารจ่าสิบโท รับสารภาพรับจ้างขนยาบ้าข้ามจังหวัด เพราะต้องการเงินมารักษาภรรยาป่วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายทั้งหมดต่อ

จากกรณี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นบริเวณที่รถยนต์ ยี่ห้อนิสัน เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในคูน้ำ

สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการชนเข้ากับเสาไฟแสงสว่างข้างทาง มี จ่าสิบโท นาวิน สังกัด ร17/3 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จังหวัดเชียงราย พร้อมภรรยา และ ลูกชายบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง

และตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีขาวขนาดใหญ่ 2 ถุง โดยในถุงบรรจุยาบ้า จำนวน 4 แสนเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ทำการสอบสวน

ความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว จ่าสิบโท นาวิน ไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เช่ารถคันดังกล่าวมาจากจังหวัดเชียงราย โดยเดินทาง ช่วงของคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปรับยาบ้ามาจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วขับกลับ โดยจะทิ้งยาบ้าตามจุดที่นัดหมายในพื้นที่ จ.พิจิตร แต่เกิดอาการเพลียจึงเปลี่ยนให้ภรรยาขับ มาถึงที่จุดเกิดเหตุมีสุนัขตัดหน้าจึงเสียหลักตกข้างทาง

ทั้งนี้ จ่าสิบโท นาวิน รับสารภาพว่าสาเหตุที่รับจ้างขนเพื่อนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคระบบขับถ่าย ก่อนหน้านี้ได้พยายามกู้เงินจากแหล่งอื่นไม่เป็นผล จึงต้องมารับจ้างขนส่งยาเสพติด  

ล่าสุด พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เดินทางพื้นที่พร้อมทำการสอบสวนผู้ต้องหา พร้อมสั่งการให้ดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีข้อมูลของขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาง จ.พิจิตรแล้ว และจะขยายผลการจับกุมต่อไป

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า ไว้จำหน่ายและครอบครอง จะได้ตรวจสอบหลักฐาน และรวบรวมข้อมูล เพื่อทำการขยายผลเครือข่ายของยาเสพติดชุดนี้ต่อไป

สลด พ่อเฒ่าชาวดัตช์ บอกเมียจะไปว่ายน้ำ ก่อนลอยเป็นศพมาเกยหาดพัทยา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 25 กันยายน 2563 ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพลอยอยู่ในทะเลพัทยา ก่อนถึง

โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุ บริเวณชายหาดพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบในน้ำทะเลมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในสภาาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่ใช้เรือเคลื่อนย้ายร่างเข้าสู่ชายฝั่ง ทราบชื่อภายหลังคือ MR. VAN SCHAIK JOHANNES MARIA อายุ 74 ปี สัญชาติ เนเธอร์แลนด์ โดยมีภรรยาทราบชื่อคือ น.ส.สุขใจ อายุ 41 ปี เดินทางมาดูร่างไร้วิญญาณอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ ถึงกับทรุดลงกับพื้น เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีจึงช่วยพยุงมานั่งพักตั้งสติ 

สอบถาม น.ส.สุขใจ ผู้เป็นภรรยา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ สามีบอกว่าจะออกมาว่ายน้ำเล่นที่ทะเล แต่หายไปหลายชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วง เพราะสามีมีอาการป่วยหลังจากประสบอุบัติเหตุ จึงได้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา จนกระทั่งมีคนไปแจ้งว่าพบร่าง MR. VAN SCHAIK ลอยอยู่กลางทะเลจึงรีบมาดูดังกล่าว 

เบื้องต้น ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเคลื่อนย้ายร่างไปตรวจชันสูตร ยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป 

รวบหนุ่มแสบ ควงปืนบีบีกันปล้นร้านมือถือ สารภาพหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่

วานนี้ (21 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชลิต อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านรับจำนำอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ตั๋วจำนำ 2 ใบ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ กางเกงขายาว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำแดง ซึ่งเป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และอาวุธปีนบีบีกันแบบแม็กกาซีนสีดำจำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ 2 แขวงบางนา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชายได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนแบบแม็กกาซีนสีดำ ไม่ทราบขนาด ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับจำนำอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวภายในร้านหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาของลูกค้าที่รับจำนำไว้ซึ่งอยู่ในตู้โชว์ภายในร้านใส่ถุงผ้าสีฟ้าที่คนร้ายเตรียมมา ก่อนที่จะเดินออกไปขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายในขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุไปได้ ไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในห้างเทสโก้โลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายรู้จัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ จึงพบว่าที่ร้านรับซื้อดังกล่าวได้ขอหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ ชื่อ นายชลิต อายุ 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายชลิต ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนในย่านรามคำแหง 2 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ

นายชลิต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านศรีนครินทร์ แต่เงินไม่พอใช้ประกอบกับตนอยากได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ จึงคิดหาเงินทางลัดและจำพฤติกรรมการก่อเหตุมาจากในโลกโซเชียล จึงซื้อปืนบีบีกันมาจากตลาดนัด และยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาลงมือก่อเหตุ โดยจะเลือกลงมือร้านที่ปลอดคน กระทั่งพบเห็นร้านดังกล่าวมีผู้หญิงอยู่ในร้านคนเดียว จึงเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นได้หลบหนีไปที่บ้านย่าน ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถจักรยานยนต์ไปคืนญาติ และนำโทรศัพท์ไปขาย ส่วนนาฬิกานำไปจำนำได้เงินมา 7,000 บาท ส่วนเงินที่ได้มาตนนำไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่จนหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป